“ล็อตเตอรี่” หรือในชื่อเรียกแบบบ้านๆ ”หวย” ภายใต้ความรับผิดชอบเบ็ดเสร็จของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ “กองสลาก” ดูจะเป็นสินค้าชนิดเดียวที่ขายเกินราคาท้าทายต่อกฏหมายบ้านเมืองกันอย่างโจ่งแจ้ง โดยที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบไม่มีปัญญาจัดการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้


คณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งมีบุคคลผู้กว้างขวางมากบารมีเป็นถึงว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ ก็ยังไม่สามารถจัดการให้หวยขายได้ตามราคากำหนด

ช่วงเวลาที่คณะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้พยายามแก้ปัญหาหวยเกินราคามาตลอด ทีเด็ดการแก้ปัญหาหวยเกินราคา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้งัดออกมาใช้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน คือการเพิ่มปริมาณหวยเข้าสู่ระบบ ด้วยข้อสมมุติฐานว่าการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์หวยในตลาด จะมีพลังในการฉุดกระชากให้ระดับราคาขายกลับมาเข้าที่เข้าทางตามที่กำหนด

การเพิ่มจำนวนหวยเริ่มขึ้นในงวดวันที่ 16 ตุลาคม 2558 โดยเพิ่มจาก 37 ล้านใบ หรือ 74 ล้านฉบับ เป็น 50 ล้านใบหรือ 100 ล้านฉบับ แต่หวยก็ยังขายเกินราคา

ถัดมางวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 มีการปั๊มจำนวนหวยเพิ่มขึ้นไปอีก 10 ล้านใบ หรือ 20 ล้านฉบับ โดยเพิ่มจาก 50 ล้านใบ หรือ 100 ฉบับ เป็น 60 ล้านใบ หรือ 120 ล้านฉบับ แต่หวยก็ยังขายเกินราคา

มาถึงงวดวันที่ 30 ธันวาคม 2559 จำนวนหวยถูกพิมพ์เพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านใบหรือ 10 ล้านฉบับ เป็น 65 ล้านใบหรือ 130 ล้านฉบับ แต่หวยก็ยังขายเกินราคา

จำนวนพิมพ์หวยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องครั้งแล้วครั้งเล่าอีก 4 ครั้ง กระทั่งครั้งล่าสุดงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ปริมาณล็อตเตอรี่ได้เพิ่มขึ้นเป็น 87 ล้านใบ หรือ 174 ล้านฉบับ แต่หวยก็ยังขายเกินราคาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เบ็ดเสร็จนับจากตุลาคม 2558 ถึง สิงหาคม 2561 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลพิมพ์หวยออกมาหมุนเวียนในตลาดเพิ่มขึ้นไปแล้วถึง 50 ล้านใบ จาก 37 ล้านใบ เป็น 87 ล้านใบ หรือคิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นมโหฬารถึงกว่า 135% แต่ปัญหาหวยเกินราคาก็ยังคงดำรงอยู่


ความพยายามของคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดนี้ ไม่เพียงเพิ่มปริมาณหวยมากขึ้นมหาศาลเท่านั้น แต่ยังมีการควบรวมหวยจาก 1 ใบ 2 ฉบับ ที่เคยเปิดโอกาสให้คนเบี้ยน้อยหอยน้อยสามารถเข้าถึงหวยได้ในราคาตามที่กำหนดฉบับละ 40 บาท ให้เหลือเป็นหวยใบเดียวเดี่ยวๆ กำหนดราคาขาย 80 บาท ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 จาก 2 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาท และลดจำนวนรางวัลเลขท้าย 3 ตัวจาก 4 รางวัลเหลือ 2 รางวัล เพื่อไปเพิ่มเป็นรางวัลเลขหน้า 3 ตัว 2 รางวัล แต่ทุกอย่างยังคงล้มเหลวไม่เป็นท่า

แม้ความพยายามในการแก้ปัญหาหวยเกินราคาด้วยการปั๊มปริมาณหวยเข้าสู่ตลาดจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้สำนักงานสลากกินแบ่งฯ มีรายได้จากการจำหน่ายหวยเพิ่มพูนสูงขึ้นอย่างมหึมา

จากยอดรายได้ 2,604.8 ล้านบาทต่องวดเมื่อตุลาคม 2558 ขยับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามปริมาณหวยที่เพิ่มขึ้น กระทั่งงวดล่าสุดยอดรายได้พุ่งทะยานขึ้นไปถึงระดับ 6,124.8 ล้านบาทแล้วแบบเงียบๆ โดยเงินรางวัลไม่ได้เพิ่มขึ้นตามปริมาณหวยที่เพิ่มเอาๆ แม้แต่แดงเดียว

สูตรแก้ปัญหาหวยเกินราคาแบบนี้ ยิ่งแก้สำนักงานสลากฯยิ่งเป๋าตุงพุงปลิ้น