เคยมีนักการเมืองระดับมหาเศรษฐีบอกกับ “สายล่อฟ้า” คอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า “ถ้าให้ดีที่สุด เพื่อให้ชีวิตมี ความสุขในบั้นปลาย แต่ละคนควรมีเงินในกระเป๋า 500 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย” เห็นๆ กันอยู่ว่า ปัจจุบัน “เขา” คนนี้มีมากกว่านั้นหลายร้อยเท่า แต่ชีวิตของ “เขา” ก็หาได้มีความสุขไม่
ความเชื่อเรื่องต้องมีเงินเท่าไรถึงจะพอในการใช้ชีวิตอย่างมี ความสุขในบั้นปลาย เป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่งและสำคัญยิ่งสำหรับคนวัยทำงาน ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบริหารการเงินส่วนบุคคล จะบอกว่า ในชีวิตหลังเกษียณอีก 20-30 ปี ถ้าคำนวณจากอายุเฉลี่ยที่ 80-84 ปีของชายและหญิง
ถ้าต้องการเกษียณอายุอย่างสบาย ต้องมีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้มีเงินใช้จ่าย 6.2 แสนบาทต่อปี หรือ 5 หมื่นบาทต่อเดือน จะทำได้ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 40 ปี และต้องเก็บเงินออมได้ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน
ถ้าต้องการเกษียณอายุอย่างพอเพียงต่อการดำรงชีพตามความจำเป็น ต้องมีเงินออมราวๆ 6 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายปีละ 3 แสนบาท หรือ 25,000 บาทต่อเดือน จะทำได้ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 40 ปี และต้องเก็บเงินออมได้ไม่น้อยกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
ถ้าจำต้องเกษียณอายุแบบอยู่อย่างรัดเข็มขัด ก็ควรมีเงินออมหลังเกษียณอย่างน้อย 2 ล้านบาทต่อคน เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายปีละ 1 แสนบาท หรือ 8,300 บาทต่อเดือน จะทำได้ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุ 40 ปี และต้องเก็บเงินออมได้ไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อเดือน
ในความเป็นจริง คนในวัย 40 ส่วนใหญ่ยังต้องผ่อนบ้านอยู่เลย ดังนั้น การจำนองบ้านแบบปฏิภาค หรือ Reverse Morgage จึงสำคัญยิ่ง เพื่อทำให้คนสูงวัยสามารถมีเงินใช้เป็นรายเดือนทุกเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต
1. อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป จงเริ่มออมเงิน และ/หรือ ผ่อนบ้านผ่อนคอนโดผ่อนที่ดิน เพื่อมีอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองให้ได้ แล้วใช้มันทำ Reverse Morgage หลังเกษียณ ทางการเองก็ต้องรีบเร่งพัฒนาระบบ Reverse Morgage ออกมาผ่านสถาบันการเงินของรัฐตั้งแต่บัดนี้
2. สนใจศึกษาหาความรู้เรื่องการลงทุนและ/หรือมีทักษะการเทรดติดตัวตั้งแต่บัดนี้ เพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหลังเกษียณ
3. พยายามเกาะกลุ่มรวมตัวกันเป็น “ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง-ชุมชนช่วยเหลือกันและกัน” เพื่อลดรายจ่ายที่เป็นตัวเงิน หากเกษียณแล้วไม่สามารถออมเงินได้ตามเป้าข้างต้น
4. อย่าสร้างหนี้เป็นอันขาด และต้องดูแลสุขภาพให้ดีที่สุดตั้งแต่วัยทำงาน เพื่อไม่ให้เจ็บป่วยเป็นโรคร้ายเมื่อสูงวัย
เรื่อง : สุวินัย ภรณวลัย











