นอกจาก หลักสูตรอบรมสำหรับอาชีพบนเรือขนส่งที่ได้บอกเล่าไปแล้ว ยังมีอีก 2 หลักสูตร ที่ เทศบาลตำบลเกาะสีชังตั้งใจเปิดเพื่อพัฒนาอาชีพ ได้แก่ หลักสูตรการท่องเที่ยว โรงแรมและรีสอร์ต และหลักสูตรการอบรมดำน้ำเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ โดยนอกจากจะมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนทำงานท่องเที่ยวในเกาะสีชังแล้ว ยังเอื้อไปถึงการสร้างกำลังคนที่มีทักษะในการดำน้ำ มาปฏิบัติหน้าที่ดำน้ำช่วยชีวิตผู้ประสบภัยเมื่อเกิดอุบัติภัยทางทะเลขึ้นด้วย


เทศบาลตำบลเกาะสีชัง มุ่งยกระดับการท่องเที่ยว เกาะสีชัง ให้แปลกใหม่กว่าเดิม

ดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง เกริ่นถึงความจำเป็น ในการเปิดหลักสูตรการศึกษาเพื่ออาชีพระยะสั้น สำหรับผู้ที่ทำงานในอาชีพการท่องเที่ยว โรงแรม และรีสอร์ต ว่า

ดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง

“จากข้อมูลสถิติที่แสดงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายัง อำเภอเกาะสีชัง ซึ่งเป็นพื้นที่ในความดูแลของ เทศบาลตำบลเกาะสีชัง พบว่าในปี 2559 เดือนเมษายน เป็นเดือนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังเกาะสีชังมากที่สุด ประมาณ 46,987 คน แต่ในปี 2560 มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากมีการปิดซ่อมแซมสะพานเชื่อมเกาะลอย ซึ่งเป็นท่าเรือหลักที่นักท่องเที่ยวจะไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางมายังเกาะสีชัง เป็นเวลา 2 ปี  โดยเปลี่ยนไปใช้ท่าเรือจรินทร์ แทน ถึงอย่างนั้น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาว เกาะสีชัง ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย นอกจากนี้ ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังเกาะสีชังก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย”

นอกจากนั้น ทาง เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ยังได้วางมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเกาะสีชัง โดยจัดเส้นทางการท่องเที่ยวเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส มรดกทางวัฒนธรรม ของเกาะสีชัง อย่างลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งการจัดการการท่องเที่ยวในเกาะสีชังนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่งมมือ จากภาคประชาชนและท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ทั้งหมด ที่นอกจากจะต้องมีจิตใจบริการเพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวแล้ว ยังต้องมีทักษะ ความรู้ ในสายงานที่ทำอย่างถ่องแท้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ การประชุมเพื่อหารือถึงเนื้อหาหลักสูตรของการศึกษาเพื่ออาชีพระยะสั้นให้กับผู้ทำงานในสายงานกรท่องเที่ยว โรงแรม จึงเกิดขึ้น และในการประชุมครั้งนี้มี ดร.วัชรินทร์ ศิริพานิช ประธานคณะทำงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตกำลังคน EEC-TOP เป็นตัวแทนคณะทำงาน EEC มาร่วมประชุมด้วย โดย ดร.วัชรินทร์ ได้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวางหลักสูตรอบรมนี้ว่า

“เกาะสีชัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรรมอันล้ำค่าอย่าง พระจุฑาธุชราชฐาน ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดและท้องทะเลที่สวยงาม ซึ่งยังคงรักษาความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างดี เพราะฉะนั้น เป้าหมายสำคัญในภาคการพัฒนาที่ต้องขับเคลื่อนไปให้ถึง คือ จะเพิ่มมิติการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ให้กับเกาะสีชังได้อย่างไร เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว มากิน มาใช้ ที่เกาะให้มากขึ้น ซึ่งผมมองว่า ทางทุกภาคส่วนทั้งภาคองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนจะต้องนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว ดึงให้พวกเขาอยู่ที่เกาะสีชังให้มากกว่า 1 วัน ซึ่งทราบมาว่าภาคท้องถิ่นและประชาชนกำลังขับเคลื่อนให้เกิดการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่นี้ ซึ่งผมมองว่าเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เดินมาถูกทางแล้ว”

ดร.วัชรินทร์ ศิริพานิช และ ดร.พีระพงษ์ สุนทรวิภาต

เปิดหลักสูตรการท่องเที่ยวและโรงแรม เสริมศักยภาพกำลังคนภาคการท่องเที่ยวให้เข้มแข็ง

เมื่อได้รับทราบแนวทางการจัดการท่องเที่ยวเกาะสีชังแล้ว ที่ประชุมก็นำเข้าสู่รายละเอียดของหลักสูตรการท่องเที่ยวและโรงแรม ที่จะเปิดเพื่ออบรม พัฒนาศักยภาพ ให้กับผู้ทำอาชีพด้านนี้ในเกาะสีชัง โดย ดร.พีระพงษ์ สุนทรวิภาต นายกสมาคมบริหารงานบุคคลภาคตะวันออก และหนึ่งในสมาชิกคณะทำงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตกำลังคน EEC รับหน้าที่ให้ข้อมูลการวางหลักสูตรการศึกษาเพื่ออาชีพระยะสั้น ว่ามีดังนี้

  1. หลักสูตรอบรมสำหรับพนักงานในโรงแรม
  • หลักสูตรการจัดการดูแลห้องพัก (House Keeping)
  1. หลักสูตรอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
  • พนักงานโรงแรม
  • รถสาธารณะ
  • รถสามล้อ
  • รถจักรยานยนต์รับจ้าง
  • รถจักรยานยนต์ให้เช่า
  • รถสองแถว
  • ผู้ประกอบการร้านค้า / ร้านอาหาร
  • มัคคุเทศก์

โดยทุกหลักสูตร ดร.พีระพงษ์ กล่าวว่า จะอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ จากสถาบันการศึกษาชั้นนำ และสมาคมผู้ประกอบการการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งเป็นเครือข่ายของคณะทำงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตกำลังคน EEC-TOP นั่นเอง

บรรยากาศน่ารัก น่าพัก ของภูภัทรารีสอร์ต
ความสะอาดภายในห้องพัก ภูภัทรารีสอร์ต

สร้างอาชีพใหม่ให้คนเกาะสีชัง ด้วยหลักสูตรอบรมดำน้ำ มิติใหม่การท่องเที่ยว & ป้องกันอุบัติภัยทางทะเล

เพื่อตอบโจทย์มิติการสร้างความแปลกใหม่ให้กับการท่องเที่ยวเกาะสีชัง ทาง เทศบาลตำบลเกาะสีชัง โดยนายกเทศมนตรีดำรงค์ ได้มีดำริที่จะเปิดมิติการท่องเที่ยวใหม่ คือ การดำน้ำชมความงามของปะการังและโลกใต้ทะเล รอบๆท้องทะเลเกาะสีชัง โดยคาดหวังว่า จะสร้างอาชีพใหม่ให้กับคนบนเกาะสีชังที่จะมาทำงานเป็นผู้นำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำนั่นเอง

นอกจากนั้น นายกเทศมนตรีเกาะสีชัง ยังคาดหวังที่จะบ่มเพาะคนที่มีทักษะในการดำน้ำ เพื่อมาเป็นกำลังสำคัญในการดำน้ำช่วยชีวิตผู้ประสบภัยเมื่อเกิดอุบัติภัยทางทะเลขึ้นด้วย

“ทาง เทศบาลตำบลเกาะสีชัง มีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ป้องกันอุบัติภัยทางทะเลขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่ป้องกัน ดูแลสอดส่อง รวมถึงให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติภัยทางทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน ซึ่งกินพื้นที่เขตจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี  เริ่มจากปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง อำเภอศรีราชา เกาะสีชัง และบางละมุง ซึ่งพื้นที่ที่กล่าวมานี้มีชัยภูมิเหมาะสมที่จะตั้งศูนย์ให้ความชช่วยเหลือ เพราะเป็นจุดศูนย์กลางที่สามารถเข้าไปยังจุดที่เกิดอุบัติภัยในบริเวณนี้ได้อย่างรวดเร็ว”

สำหรับ หลักสูตรอบรมดำน้ำ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และป้องกันอุบัติภัยทางทะเล นี้ ดร.พีระพงษ์ ได้กล่าวว่า ในรุ่นแรกจะเปิดรับประชาชนทั้งในพื้นที่เกาะสีชังและนอกพื้นที่ที่มีความสนใจจะประกอบอาชีพดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวนี้มาฝึกอบรมจำนวน 20 คน ก่อน และทำการประเมินผล หากมีผ็สนใจอบรมมากขึ้นหรือมีความต้องการผู้ที่มีทักษะดำน้ำในปริมาณเพิ่มขึ้น ทาง คณะทำงานศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตกำลังคน EEC-TOP ก็จะพิจารณาเปิดให้การอบรมในหลักสูตรนี้โดยผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำต่อไป


เรื่อง : ประอรพิชญ์ คัจฉวัฒนา // ภาพ : ภัชภิชา ฤกษ์สิรินุกูล

อ่าน การเปิดหลักสูตรอบรมอาชีพระยะสั้น เพื่อคนเดินเรือในเกาะสีชัง คลิก

เกาะสีชัง ปูพรม เปิดหลักสูตรพัฒนาอาชีพคนเดินเรือ ประกาศ ศักยภาพ เมืองท่องเที่ยว & ศูนย์กลางการขนส่งสินค้า ต้นแบบในพื้นที่ EEC

เปิดแผนการพัฒนาเกาะสีชัง 

เสกเกาะสีชังเป็นเขตปลอดอากรดูดเงินหมื่นล้าน!

Previous articleสาลิกาคาบข่าว Vol.220/61
Next articleคน กลัวเข็ม ได้เฮ วิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ผลิตนวัตกรรม เพื่อคน กลัวเข็ม ใช้แทนเข็มฉีดยาสำเร็จ
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์