จากผลงานวิจัยเรื่อง ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตา และผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นที่น่ายินดี ที่งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการต่อยอด พัฒนาสู่เทคโนโลยี แอปพลิเคชันสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยใช้ในการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมเบื้องต้น ในชื่อ ‘DeepEye’
ความจำเป็นของการมีแอปสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ดร.จุไรรัตน์ พรหมใจ ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. กล่าวถึงที่มาและความจำเป็นของการมีแอปพลิเคชันในฐานะหน่วยงานที่พิจารณาให้ทุนวิจัยเพื่อคิดค้นแอปพลิเคชันนี้ว่า

“โรคเบาหวานขึ้นจอตาเป็นปัญหาในระบบสุขภาพที่พบได้บ่อย แต่สามารถป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคได้ หากพบแนวโน้มการเป็นโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการนำไปสู่การรักษา ลดการสูญเสีย ลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ซึ่งการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวานขึ้นจอตา ต้องได้รับการตรวจจากจักษุแพทย์ หากแต่จักษุแพทย์ในประเทศไทยมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ส่งผลให้การตรวจวินิจฉัยโรคมีข้อจำกัด บ่อยครั้งผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น”
ด้วยเหตุนี้ สวรส.จึงร่วมกับ วช. สนับสนุนงานวิจัยเรื่อง ระบบคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวานขึ้นจอตาและผู้ป่วยโรคจอประสาทตาเสื่อมอย่างอัตโนมัติ ซึ่งระบบคัดกรองผู้ป่วยที่งานวิจัยได้พัฒนาขึ้น เป็นการคัดกรองเบื้องต้นที่สามารถทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนจักษุแพทย์ โดยในระยะต่อไป สวรส. ได้มีการวางแผนเรื่องการประเมินผลงานวิจัยในมิติต่างๆ อาทิ คุณภาพและมาตรฐาน ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐศาสตร์ ความพึงพอใจของผู้รับบริการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการผลิตและนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น

พัฒนาการตรวจบนสมาร์ทโฟนได้ถึง 5 ระดับ
ด้าน รศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิจัย สวรส. ให้ข้อมูลถึงความสำเร็จในการคิดค้นแอปพลิเคชันสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานว่า
“แอปพลิเคชัน DeepEye ออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก ผ่านฟังก์ชันต่างๆ ทั้ง กล้องถ่ายจอตาที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานง่ายและราคาถูก ซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักที่จะตรวจคัดกรองและสามารถบอกได้ว่าเป็นโรคดังกล่าวหรือไม่”
“และถ้าเป็นโรคก็สามารถคัดแยกระดับความรุนแรงของโรคได้ครบทั้ง 5 ระดับ ได้แก่ No DR, Mild NPDR, Moderate NPDR, Severe NPDR และ PDR ซึ่งเป็นการใช้ขั้นตอนวิธีการเรียนรู้เชิงลึก และเป็นเทคนิคหนึ่งในปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นระบบสนับสนุนในการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ รศ.ดร.จาตุรงค์ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของตัวแอปพลิเคชัน ที่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องถ่ายภาพจอตาแบบพกพาได้ทุกรุ่น จึงสามารถตรวจคัดกรองได้รวดเร็ว และมีความแม่นยำเทียบเท่าจักษุแพทย์
แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นการพัฒนานวัตกรรมซอฟต์แวร์ที่ยังไม่มีผู้ใดทำมาก่อน และทำขึ้นภายใต้ทุนสนับสนุนที่ไม่สูงมาก แต่มีจุดเด่นคือ แอปพลิเคชันนี้สามารถลดการนำเข้าเครื่องมือวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ รวมทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคตาในพื้นที่ที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ได้ด้วย

ที่มา : https://www.hsri.or.th/researcher/media/news/detail/11144
อัปเดตเรื่องเทคโนโลยีและความก้าวล้ำทางการแพทย์กันต่อ
คน กลัวเข็ม ได้เฮ วิศวกรรมศาสตร์ จุฬา ผลิตนวัตกรรม เพื่อคน กลัวเข็ม ใช้แทนเข็มฉีดยาสำเร็จ












