ฟอรั่ม 21 เฝ้ามองการศึกษาและความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นกับสังคมเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ด้วยว่าประเทศไทยวันนี้ต้องทำงานหนักที่จะก้าวข้ามความอึมครึม ความขัดแย้ง และการปรับตัวที่กำลังถูกอนาคตไล่ล่า! ซึ่งไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผ่านที่มีการเตรียมตัวที่ดี อย่างเช่น ‘จีน’ ที่สร้างการเปลี่ยนผ่านเป็นระบบ มีวิสัยทัศน์เชื่อมโยงความคิดสู่การปฏิบัติ จนก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกในเวลาแค่ 4 ทศวรรษได้อย่างน่าอัศจรรย์! ระบบนิเวศการศึกษาไทย
เหลียวมองทศวรรษที่หายไประบบนิเวศการศึกษาไทย
โลกของสังคมไทยที่ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งตั้งแต่ พ.ศ. 2540 จากตอนนั้นที่พยายามทะยานเป็น เสือตัวที่ 5 แห่งเอเชีย แต่ต้องกลับกลายเป็นแมวป่วยตัวแรกไปพลัน แล้วไทยก็ฝ่าอาการร่อแร่กลับมาผงาดได้ในช่วงสั้นๆ แต่ด้วยความโลภ-ความหื่นทางการเมือง สร้างความขัดแย้งให้สังคมแตกแยก แผ่นดินลุกเป็นไฟต่อเนื่องนับทศวรรษ กลายเป็น ทศวรรษที่หายไปของประเทศไทย แต่ก็เอาตัวรอดมาได้เพราะฐานทรัพยากร จุดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ความยืดหยุ่นปรับตัวของคนส่วนใหญ่ ไปจนถึงคุณธรรมของพระบาทสมเด็จพระปรมิน
อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่หายไปของไทยในกระแสการพัฒนาความเชื่อมโยง-ความก้าวหน้าเปลี่ยนไปของโลกที่เกิดขึ้น ส่งผลลบกับประเทศไทยอย่างหนัก ปล่อยให้โอกาสและประโยชน์ที่พึงได้หลุดลอยสู่เพื่อนบ้านอาเซียน ซึ่งเป็นกลุ่มที่รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจ-ความก้าวหน้าของประเทศเพื่อนบ้านในแหลมอินโดจีน ยกระดับเศรษฐกิจการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นมาหายใจรดต้นคอประเทศไทยช่วงเพียงทศวรรษเดียวเท่านั้น! ขณะเดียวกัน สังคมเศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รอให้สังคมไทยหยุดจัดการกับความขัดแย้ง! นี่คือการปรับตัวครั้งใหญ่ของเพื่อนบ้านใกล้ตัว

จีดีพีของทุกประเทศอาเซียนในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ปรับตัวสูงตลอด 10 ปีที่ความขัดแย้งในประเทศไทยโหมกระพือ! ทิ้งให้ไทยตกอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางเรื้อรัง ต่ำกว่าร้อยละ 5 กว่า 7 ปีติดถึงวันนี้! จนเห็นอนาคตลางๆ ที่อาจกลายสภาพเป็นเศรษฐกิจกัมพูชาในยุคปรับตัวสู่อาเซียนใหม่ๆ มาจ่อปากประตูอย่างน่าวิตก!
เดินหน้าผ่าทางตัน ไม่หวั่นกระแสลบ
ความพยายามผ่าทางตันของรัฐบาลนี้ พยายามนำพาประเทศให้ฟื้นตัวคืนสภาพสู่ความก้าวหน้าใหม่ในกระแสโลกที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่
- การฟื้นความเชื่อมั่นกับนานาชาติ
- สร้างนโยบายการพัฒนายกระดับสู่ 4.0
- สร้างพื้นที่การลงทุนต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ EEC ที่มุ่งปรับตัว ปรับระบบ ปรับศักยภาพการแข่งขัน
- ปรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในเขตการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC
ความพยายามที่เกิดขึ้น เป็นการมุ่งปรับสร้างประเทศสู่อนาคตให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างมีนัยสำคัญ เป็นกระบวนการก้าวกระโดดจากการถูกอนาคตไล่ล่าอย่างมีพลัง แม้จะต้องเผชิญสารพัดกระแสต่อต้าน มีผู้พยายามบิดเบือนสร้างข่าวลือหลายมิติ ทั้งยังมีกลุ่มที่วิ่งรับเงินต่างชาติคอยปลุกปั่นทำลายความน่าเชื่อถือ ปล่อยข่าวเท็จ ทั้งในพื้นที่และในสังคมวงกว้าง แต่ข้อพิจารณาและสติปัญญาของผู้คนทั้งพื้นที่และในสังคมต่างรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อ และให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างดียิ่ง!
อุตสาหกรรมทำมือ สู่แพลตฟอร์มไอที
ด้วยนัยนี้ พลังขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น นอกจากความเชื่อมั่นที่ได้ตรากฎหมาย พรบ.อีอีซี ออกมาสร้างความเชื่อมั่นกับชาวโลก ตั้งองค์กรบริหารจัดการเชิงพื้นที่ขึ้นแล้ว น่าจะอยู่ที่การพัฒนาบุคลากรเป็นสำคัญ การพัฒนาเปลี่ยนแปลงมิติใหม่ ต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ มีศักยภาพต่างไปจากยุคก่อน! การอุตสาหกรรมทำมือ-พึ่งพาแรงงาน-หรือกึ่งอัตโนมัติ ได้พัฒนาผ่านเทคโนโลยีไปสู่ระบบอัตโนมัติ บนแพลตฟอร์มไอทีที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบนฐานการจัดการของเทคโนโลยีสู่ระบบดิจิทัลไปเรียบร้อยแล้ว ทุกอุตสาหกรรมและบริการล้วนเติบโตก้าวหน้าอย่่างรวดเร็ว มีพลัง สร้างทั้งโอกาสและการทำลายล้างขึ้นด้วยระบบที่เปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

คิดและทำเพื่อสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมต้องการ
ทีมงานการพัฒนาบุคลากรของ EEC วันนี้จึงต้องเร่งทำงานเต็มสูบ ปรับการศึกษาให้ตอบสนองความต้องการและความก้าวหน้าของประเทศคู่กันไป โดยใช้ การอาชีวศึกษา เป็นกระดูกสันหลังตามที่ภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนต้องการ รวมทั้งปรับสร้างบุคลากรระดับสูงขึ้นไปให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของโลกยุคใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ง่าย! ต้องใช้ศักยภาพเชื่อมประสานจากโลกสู่ท้องถิ่น-จากท้องถิ่นสู่โลกกว้าง เชื่อมสถานศึกษา-บุคลากรของสถานศึกษาเข้ากับโครงสร้างการผลิตที่หลากหลายของอุตสาหกรรมและการลงทุน
การจัดการศึกษาคุณภาพสูงวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องการปรับหลักสูตร หรือการพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาเท่านั้น แต่โครงสร้างความรู้และประสบการณ์ในโลกยุคใหม่ เรียกร้องให้จัดระบบนิเวศการศึกษาใหม่ทั้งระบบ! ให้มุ่งตอบสนองการสร้างประสบการณ์ชีวิต การงาน ที่มีคุณภาพการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ทรัพยากรมนุษย์ถูกส่งไปเป็นมนุษย์แรงงานในโรงงาน ทำงานกับจักรกลเท่านั้น! แต่มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นบุคคลที่มีแรงบันดาลใจ มีความมั่นคงตื่นตัว กระตือรือร้น รักในอาชีพการงาน มีความคิดเชิงนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์ มีศักยภาพที่จะต่อยอดความรู้ พัฒนาศักยภาพตัวเองอย่างมีพลัง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็น “ดาวฤกษ์” ที่มีแสงในตัวเอง
บริบทของประสบการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้
‘ระบบนิเวศการศึกษา’
ต้องเอื้ออำนวยตั้งแต่การบริหาร
ไปจนถึงการเรียนการสอนเลยทีเดียว
และวันนี้เรากำลังทำงานแข่งกับเวลาจริงๆ!!!
เรื่อง : apichatology

บทความเกี่ยวกับ ‘การศึกษาไทย’ ที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจอย่างรอบด้าน
ปฏิรูปการศึกษา : ปฏิรูปเพื่อเตรียมตัวสู่อนาคตที่ไล่ล่า หรือเพียงแค่แก้ไขอดีตที่ผิดพลาด?










