เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนของชาวจีน ซึ่งในระหว่างนั้น ชาวจีนหลายล้านคนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ขณะที่ Alipay (อาลีเพย์) ให้บริการอย่างแพร่หลายมากขึ้นในต่างประเทศ โดยปีนี้มียอดใช้จ่ายในต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 


อาลีเพย์ บริหารโดยยักษ์ใหญ่ กับสถิติการใช้จ่ายในต่างแดน

อาลีเพย์ ดำเนินงานโดย กลุ่มบริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส (Ant Financial Services Group) หนึ่งในแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์และโมบายล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อปี 2547 มีผู้ใช้งานจริงในปัจจุบันกว่า 520 ล้านคน และมีสถาบันการเงินพันธมิตรในประเทศกว่า 200 แห่ง ที่สำคัญคือ มีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้ผูกติดกับการใช้จ่ายของคนจีนอย่างต่อเนื่อง คือ จากการเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ขยายระบบสู่การฝากเงิน รับดอกเบี้ย ต่อยอดสู่การให้บริการกู้ยืมเงินและจ่ายดอกเบี้ย จึงไม่น่าแปลกใจที่อาลีเพย์จะเป็นช่องทางหลักในการใช้จ่ายของคนจีนทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังเปลี่ยนสังคมที่ชำระเงินทางกายภาพ (จับต้องเงินได้) กลายเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

  • จากข้อมูลระหว่างวันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนของคนจีน พบว่าใน 2 เดือนดังกล่าวของปี 2561 มีการทำธุรกรรมในร้านค้าต่างประเทศผ่านอาลีเพย์เพิ่มขึ้น 2.6 เท่า เมื่อเทียบกับจำนวนธุรกรรมในต่างประเทศจากช่วงเดียวกันของปี 2560
  • ภูมิภาคเอเชีย ยังคงครอง 10 อันดับประเทศและภูมิภาคที่มีปริมาณการทำธุรกรรมผ่านอาลีเพย์ในต่างประเทศมากที่สุด โดย ฮ่องกง ครองอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย ประเทศไทย และ เกาหลีใต้


เพิ่มทั้งจำนวนธุรกรรมและค่าใช้จ่ายเฉลี่ย

  • จำนวนธุรกรรมผ่านอาลีเพย์ในรัสเซียเพิ่มขึ้นกว่า 5000% เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปยังรัสเซียเพื่อร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลกในปีนี้
  • ประเทศต่างๆ ในยุโรปเหนือและยุโรปตะวันตก รวมถึงเดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก นอร์เวย์ สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ มีปริมาณการทำธุรกรรมผ่านอาลีเพย์เติบโตในอัตราสองหลัก


Alipay
www.facebook.com/pg/AlipayThailand

จีนจ่ายให้ฝั่งยุโรปมิใช่น้อย

  • ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยของคนจีนต่อคนเพิ่มขึ้น 43% เป็น 2,955 หยวน (ประมาณ 432 ดอลลาร์) จากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2,073 หยวน (ประมาณ 303 ดอลลาร์)
  • ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ที่ ฝรั่งเศส (11,386 หยวน หรือประมาณ 1,666 ดอลลาร์) ตามมาด้วยเกาหลีใต้ และ เดนมาร์ก ประเทศในยุโรปครองสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของ 10 ประเทศที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด

10 ประเทศที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด


:: อันดับ 1 ::

ฝรั่งเศส


:: อันดับ 2 ::

เกาหลีใต้


:: อันดับ 3 ::

เดนมาร์ก


:: อันดับ 4 ::

อิตาลี


:: อันดับ 5 ::

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


:: อันดับ 6 ::

กรีซ


:: อันดับ 7 ::

สเปน


:: อันดับ 8 ::

ออสเตรเลีย


:: อันดับ 9 ::

สหราชอาณจักร


:: อันดับ 10 ::

ญี่ปุ่น


  • ชาวจีนที่เกิดในทศวรรษ 1970, 1980 และ 1990 คิดเป็นสัดส่วน 85% ของชาวจีนทั้งหมดที่ใช้อาลีเพย์ในต่างประเทศในช่วงฤดูร้อนปี 2561
  • ในบรรดาสนามบินกว่า 80 แห่งที่รองรับการขอคืนภาษีทันทีผ่านทางอาลีเพย์ สนามบินในเกาหลีใต้ มียอดขอคืนภาษีสูงสุด ตามมาด้วยสนามบินในยุโรป

5 จุดสังเกตและโอกาสจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน

  • ห้างร้านใดๆ ก็ตามที่รับชำระเงินด้วยอาลีเพย์ ที่นั่นมีโอกาสที่คนจีนไปจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เนื่องจากคนจีนทำธุรกรรมผ่านทางแอปพลิเคชันหรือดิจิทัล วอลเล็ตในชีวิตประจำวันจนคุ้นชิน และนำความคุ้นชินนี้ติดตัวไปใช้ทั่วโลก
  • คนจีนสนใจสิ่งที่อยู่ในกระแสมาก ดูได้จากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียที่ดึงนักท่องเที่ยวจีนไปใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 5000%
  • ทุกวันนี้ มีผู้ประกอบการกว่า 40 ล้านรายที่รับชำระเงินผ่านอาลีเพย์ ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศจีน ส่วนในต่างแดน บริการชำระเงินในร้านค้าของอาลีเพย์ มีแล้วกว่า 39 ประเทศ เท่ากับว่าทำตลาดแล้วประมาณ 1 ใน 4 ของประเทศทั่วโลก จึงยังมีพื้นที่ให้อาลีเพย์ไปเจาะตลาดใหม่อีกมาก และไม่ใช่แค่การชำระเงินแบบออนไลน์เท่านั้น อาลีเพย์ยังสร้างบริการที่ครอบคลุมการชำระเงินแบบออฟไลน์ในร้านค้าทั้งในและนอกประเทศจีนอีกด้วย ส่งผลให้เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนกระจายไปในวงกว้างและมียอดทำธุรกรรมจำนวนมหาศาล

Alipay

  • มูลค่าการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ของคนจีนสูงถึง 20% ของทั้งโลก และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยสินค้ายอดนิยมในขณะนี้ คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ดังนั้น ใครก็ตามที่ต้องการทำตลาดหรือจำหน่ายสินค้าให้นักท่องเที่ยวจีน อาจติดตามความนิยม/ความต้องการสินค้าของคนจีน และหาช่องทางผลิตหรือจัดจำหน่ายทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ โดยสิ่งสำคัญคือ สินค้าหรือบริการนั้นๆ ต้องมีคุณภาพ สร้างความพึงพอใจได้ คนจีนก็จะยินดีจ่าย ทั้งเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง หรืออาจสนใจเป็นคู่ค้า นำสินค้าไปจำหน่ายในจีนต่อไป
  • ยุคนี้ Influencer หรือ Celebrity มีอิทธิพลต่อการท่องเที่ยวและช็อปปิงของชาวจีนมาก ลองสังเกตนักท่องเที่ยวจีนที่มาเมืองไทย หากมีคนหรือสองคนมาเดินถ่ายรูปและ Live บนโซเชียล เน็ตเวิร์ก นั่นอาจเป็นบล็อกเกอร์จีนที่มาเที่ยวเมืองไทยแล้ว Live กลับไปคุยกับชาวจีน เมื่อคนจีนดูแล้วก็จะตามรอย Influencer ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การช็อปปิง นี่จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และภาคธุรกิจต่างๆ ที่จะนำจุดแข็งของสินค้าหรือบริการมาเรียกความสนใจจากชาวจีนได้

อ่านบทความเกี่ยวกับ ‘โอกาสทางการค้ากับจีน’

12 เดือนมานี้ นักท่องเที่ยวจีน ฮิตเที่ยวที่ไหน เมืองไทยโดนเทหรือยัง?

สรุปวิธีทำให้สินค้าไทยไปอยู่ในมือคนจีน จากงานมหกรรมการค้าและการลงทุนบนเส้นทางสายไหมใน “ซีอาน”

One Belt One Road เส้นทางสายไหม ในศตวรรษที่ 21 จุดยุทธศาสตร์ใดได้ประโยชน์มากที่สุด?


เรียบเรียงบทความจาก