‘The Intern’ ภาพยนตร์ที่วางพล็อตเรื่องเข้ากับคนยุคดิจิทัล โดยหยิบประเด็นการทำงานในบริษัทสตาร์ทอัพมาเล่าได้อย่างน่าสนใจ จากปกติที่บริษัทสตาร์ทอัพจะรับแต่คนรุ่นใหม่, เด็กจบใหม่, เด็กฝึกงาน กลับให้ ‘ผู้ใหญ่วัยเกษียณ’ เข้ามาฝึกงาน ในฐานะผู้ชม…ก็ลุ้นอยู่ว่า คนเก่งคนเก๋ารุ่น Baby Boomer จะปรับตัวให้เข้ากับการทำงานยุคใหม่ กับคนรุ่นใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน
(แหวก) กรอบชีวิตคนอเมริกันวัยเกษียณ
เบน วิทเทเกอร์ (นำแสดงโดย Robert De Niro) ชายวัย 70 ปี ที่ทำงานในบริษัทผลิตสมุดโทรศัพท์มานานถึง 40 ปี เขาใช้เวลาในวัยเกษียณกับการทำสิ่งต่างๆ นอกบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยมีกิจวัตรประจำวันดังนี้
- 7.15 น. ของทุกวัน ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านสตาร์บัคส์
- หมั่นออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง
- เรียนภาษาจีน
- เที่ยวต่างประเทศจนอยู่ไม่ติดบ้าน ฯลฯ

แล้วชีวิตหลังเกษียณที่ไม่ได้มีอะไรให้โฟกัสเป็นชิ้นเป็นอันก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาไปเห็นป้ายรับสมัคร ‘ผู้ฝึกงานวัยเกษียณ’ ตรงเสาข้างถนน ซึ่งเขาผ่านเกณฑ์เรื่องอายุแน่นอน แต่สิ่งที่ผู้สมัครต้องทำเพิ่มเติมคือ ส่งคลิปแนะนำตัวเองผ่าน youtube หรือ vimeo
เบนผู้พยายามทำชีวิตตัวเองให้ ‘เต็ม’ เมื่อเจอความท้าทายใหม่ๆ ก็เปิดใจเรียนรู้ แล้วทำคลิปสมัครไปที่ About The Fit บริษัทอีคอมเมิร์ซที่เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็ว
ตัวตนคนดิจิทัล
จูลส์ ออสติน (นำแสดงโดย Anne Hathaway) เป็นตัวแทนของคน Gen Y สตาร์ทอัพผู้ก่อตั้ง About The Fit จากการเริ่มต้นธุรกิจอีคอมเมิร์ซขายเสื้อผ้าแฟชั่นด้วยทีมงาน 5 คน และขยายเป็น 216 คน ภายใน 18 เดือน! โดยสมาชิกในทีมส่วนใหญ่เป็น Gen Y ที่มีชีวิตคล้ายๆ กันคือ รีบเร่ง คิดเร็ว ทำเร็ว จับจ้องกันอยู่หน้าคอม และมีดีไวซ์สารพัด

จูลส์บริหารงานบนพื้นฐานความคิดที่ว่า ถ้าตัวเองเป็นลูกค้า อยากได้อะไร อยากเห็นอะไร จึงใส่ใจทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับลูกค้า ตั้งแต่สั่งของมาส่งที่บ้าน เพราะอยากรู้ว่าแกะหีบห่อแล้วจะเห็นอะไร รู้สึกอย่างไร เมื่อได้รับของแล้วไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง จูลส์ก็ลงไปแก้ปัญหา เช่น สอนฝ่ายแพ็คสินค้าให้จัดวางสินค้าในกล่องอย่างสวยงาม
เรื่องเว็บไซต์ เธอก็พิจารณาทั้งใกล้ – ไกล เพื่อดูว่าลูกค้าควรเห็นอะไร และเห็นอะไรชัดกว่า หรือเมื่อมีเวลาว่างเพียงเล็กน้อย เธอก็ไปนั่งเก้าอี้คอลล์ เซ็นเตอร์ คุยและรับฟังปัญหาจากลูกค้าทางตรง

เบน ผู้ผ่านด่านเข้ามาเป็นคุณลุงของชาวออฟฟิศ About The Fit ต้องปรับตัวให้เข้ากับการใช้ Macbook เช็คอีเมล รอทำงานตามคำสั่ง ซึ่งเขาได้เป็นผู้ฝึกงานส่วนตัวของจูลล์ ทำให้เห็นการทำงานแบบ ‘ลงรายละเอียด’ ของเธอในหลายด้าน และเห็นตัวตนในแบบที่คนอื่นไม่ได้เห็น
หลายๆ อย่างที่เบนเห็นจูลส์หัวหมุน มีทั้งปัญหา รอการแก้ไข เพราะจูลส์ยัง ‘ขาดประสบการณ์’ และการประสบความสำเร็จ ‘เร็วเกินไป’ นั้น มีผลทำให้เธอหัวเสียง่ายและเข้ากับคนอื่นยาก

About The Fit ความพอเหมาะพอดีที่มากกว่าเรื่องเสื้อผ้า
ตอนแรกจูลส์ไม่ยอมรับเบน เพราะเห็นว่าเป็นคนละเจเนอเรชั่น ไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่อง แต่เมื่อได้พูดคุย ใกล้ชิด ก็พบว่าเบนทำให้เธอนิ่งขึ้น มีสติขึ้น และทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
จากที่รู้สึกต่อต้านในช่วงแรก จูลส์ก็เปิดรับเบนเข้ามาเป็นเพื่อนใหม่
เมื่อ About The Fit มี 2,500 ไลค์บนอินสตาแกรม ทุกคนก็แสดงความยินดี ปรบมือร่วมกัน หากมองในด้านธุรกิจก็น่าคิดว่า ความสุขของคนทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซขึ้นอยู่กับอะไร และต้องการอะไรเป็นแรงขับเคลื่อนบ้าง
- ยอดการแชร์ การไลค์ที่เพิ่มขึ้น?
- ยอดขายที่เพิ่มขึ้น?
- กระบวนการทำงานที่ราบรื่น?
- คำชื่นชม ขอบคุณของลูกค้า?
สำหรับจูลล์ ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปมากหลังจากก่อตั้ง About the Fit เพราะชีวิตที่ไม่ได้อยู่ในโลกธุรกิจ จูลล์มีสามีและลูกสาวรออยู่ที่บ้าน ยิ่งเจอปมปัญหาเกี่ยวกับสามี จิตใจที่เคยเข้มแข็งก็ไม่เป็นอย่างที่เคย งานก็เยอะ ชีวิตก็รายล้อมไปด้วยปัญหา จูลส์จึงคิดจะจ้างซีอีโอมาบริหารบริษัทเพื่อช่วยแบ่งเบาปัญหาที่เกิดขึ้น

จูลส์ที่เป็นมิตรด้วยยาก แต่เมื่อได้ร่วมงานกับเบนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จูลล์ก็มองเห็นคุณค่าและซึมซับความคิดอ่านบางอย่างที่ Baby Boomer อย่างเบนเป็น ซึ่งมันทำให้เธอได้มิตรภาพที่จริงใจและรู้สึกสตรองขึ้น!
ในชีวิตจริง ไม่ง่ายหรอกกับการตัดสินใจ ‘ทำอะไร เพื่อผลอะไรสักอย่าง’ เพราะโจทย์ชีวิตของแต่ละคน แต่ละครอบครัวก็ไม่เหมือนกัน และไม่มีอะไรแน่นอน เช่น การสร้างสมดุลระหว่างเรื่องงานกับเรื่องครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวของคนยุคนี้
- จะทำงานน้อยลง…เพื่อให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น
- จะทำงานหนักขึ้น…เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวให้กินดีอยู่ดี
ไม่มีใครฟันธงได้ว่า คำตอบที่ดีที่สุดในชีวิตคนทำงานควรจะเป็นแบบใด ความพอเหมาะพอดีอยู่ตรงไหน แต่สิ่งที่ทุกคนเปิดใจรับฟังได้คือ คำแนะนำ ความเห็นต่าง จากคนหลากเจเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน ซึ่งแวดล้อมเราอยู่ในทุกแง่มุมของชีวิต

ไม่ว่าจะทำงานอะไร ตำแหน่งสูงแค่ไหน
มีครอบครัวหรือไม่ มีเพื่อนสนิทเยอะไหม
ก็เจอปัญหากันทุกคน – ทั้งนั้น
บางปัญหา แก้ไขคนเดียวได้
แต่บางปัญหาต้องระดมสมอง 2 คนขึ้นไป
ช่วยกันคิด ร่วมกันแก้
ชีวิตจึงจะก้าวข้ามจุดที่อ่อนแอมาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งขึ้น
มิตรภาพและประสบการณ์ของคนทุกระดับ
จึงมีคุณค่ายิ่ง และไม่ควรถูกมองข้าม
หากชอบดูภาพยนตร์ บทความด้านล่างนี้อาจอยู่ในความสนใจของคุณ
7 หนัง อนิเมะ สตูดิโอจิบลิ สร้างแรงบันดาลใจ ปลุกจินตนาการเกินคาด










