ประเด็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างและความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับประเทศ หากมีโอกาสก็อาจเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นหรือติดตามความเคลื่อนไหว…อย่านิ่งเฉย เช่น งานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : เมืองการบินภาคตะวันออก (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) ที่จัดโดยกองทัพเรือ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก


u-tapao-eec-project-4
โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา หนึ่งในโครงการสำคัญในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปัจจุบันอยู่ในช่วงเชิญชวนภาคเอกชนมาร่วมลงทุน

รายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการ

โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลเร่งผลักดันให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งของโครงการ จะช่วยผลักดันให้ภาคตะวันออกของไทยเป็นประตูสู่กลุ่มประเทศ CLMV ยกระดับให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็น ศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค และช่วยขับเคลื่อนโครงการลงทุนใน EEC ให้สำเร็จ

ท่าอากาศยานอู่ตะเภา market sound
พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ประธานเปิดงาน เป็นผู้นำเสนอนโยบาย แผนงานต่างๆ รวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุน ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน พร้อมทั้งรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนา ส่วน พลเรือเอกโสภณ วัฒนมงคล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และประธานกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของกองทัพเรือ เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชนจากธุรกิจการบิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารและสถาบันการเงิน นักลงทุน สมาคมการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงานกันคับคั่ง

timeline-u-tapao

ท่าอากาศยานอู่ตะเภา อีอีซี

นอกจากนี้ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังมาบรรยายพิเศษและนำเสนอรายละเอียดของโครงการฯ ในประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบายและแผนงานต่างๆ รวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ ความเป็นไปได้ ความเสี่ยงของโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุนภายใต้การจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ สิทธิประโยชน์ ความเสี่ยงและการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และในร่างสัญญาร่วมลงทุน

u-tapao-eec-project-2
คาดการณ์งบลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาไว้ที่ 200,000 ล้านบาท

u-tapao-eec-project-4

u-tapao-eec-project-1


ความต่างของการรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 และ 2

สำหรับการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 โดยในงานมีการนำเสนอข้อมูล นโยบาย และแผนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและความเป็นได้ของโครงการ ซึ่งมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ การบิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารและสถาบันการเงิน นักลงทุน สมาคมการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 300 คน

ส่วนการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 นี้ เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเป้าหมาย เกี่ยวกับรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ ความเสี่ยงของโครงการ และรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน รวมทั้งการจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ สิทธิประโยชน์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ รวมถึงการจัดทำร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนในลำดับต่อไป


รูปแบบที่เปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

สำหรับรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาร่วมกับรัฐ คือรูปแบบ PPP Net Cost (Public Private Partnership: PPP) เอกชนได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บรายได้และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง โดยหน้าที่ความรับผิดชอบของเอกชน ได้แก่

  • ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับท่าอากาศยาน
  • ลงทุนในการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ
  • ดำเนินการและบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา

EEC U-tapao ท่าอากาศยานอู่ตะเภา

โดยเอกชนมีสิทธิที่จะรับรายได้จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานและองค์ประกอบอื่นๆ ของโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา ทั้งนี้จากผลการศึกษาเบื้องต้นผลตอบแทนการทางการเงิน พบว่า โครงการดังกล่าวน่าจะมีผลตอบแทนที่น่าสนใจต่อการลงทุนของผู้ร่วมลงทุนเอกชน ทั้งนี้ มีการคำนวณไว้ว่า

  • อัตราผลตอบแทนโครงการ (IRR) ได้แก่ 10.00 -12.00%
  • อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ได้แก่ 11.00 – 13.00%

ท่าอากาศยานอู่ตะเภา u-tapao-eec-project-5

หลังจากนี้ กองทัพเรือมีหน้าที่รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาทั้ง 2 ครั้ง ไปปรับปรุงร่างเอกสารสัญญาการร่วมลงทุน และร่างข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมในการคัดเลือกและเจรจากับภาคเอกชนต่อไป จากนั้นจะประกาศเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในเดือนกันยายน – ตุลาคม 2561 และให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอประมาณเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต่อไป

เนื่องจากการลงทุนในการพัฒนา
ท่าอากาศยานอู่ตะเภานั้นใช้เงินลงทุนสูง
รัฐบาลอาจให้ระยะเวลาการออกแบบ
ก่อสร้างและบริหารโครงการถึง 50 ปี
เพื่อให้เอกชนได้รับผลตอบแทน
จากการลงทุนที่เหมาะสม


ตัวอย่างคำถามจากผู้มาร่วมงาน

  • What is the obligation for the level of master plan that we need to have?
  • Do we have to follow the master plan or delegate can develop or alternate the master plan?
  • Does it require any degree, technique or any related activities to be considered by the selection committees?  etc.

รับชมย้อนหลัง : งานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของ โครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : เมืองการบินภาคตะวันออก (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา)