นโยบายเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของ ‘ทรัมป์’ คงต้องใช้เวลาอีก 8 ปี เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐและการใช้เงินดอลลาร์ในฐานะบัญชีชำระเงิน ระหว่างค่อยๆ สูญเสียบทบาทของตนเอง อาจทำให้สหรัฐเข้าสู่โซนการผลิตด้วยหลักการของการแบ่งงานระหว่างประเทศว่า “หากมีการค้าระหว่างกันมากเท่าไหร่ จะใช้เงินสกุลของตนเองมากขึ้นเท่านั้น”


หลักคิดของ ทรัมป์

ทรัมป์ทำให้เข้าใจว่าการชำระเงินทางการค้าระหว่างประเทศควรยึดส่วนแบ่งการผลิตที่กำหนดการส่งออกและนำเข้าของประเทศทั้งสอง โดยควรตกลงกันตามผลประโยชน์เพื่อก่อให้เกิดเสถียรภาพทางการค้าโดยไม่มีสกุลเงินอื่นๆ ไปกดดันด้านต่างๆ อย่างที่ผ่านมา คือ มีอธิปไตยทางเศรษฐกิจเต็มตัว นำไปสู่การร่วมมือกันทางการค้าและเศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากดูแนวโน้มในอนาคตแล้ว…ต้องเปลี่ยนตลาดเป็นสหภาพแห่งชาติสกุลเงินอย่างจริงจัง 

จากข้อมูลสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ Moody’s Investors Service ได้เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้เงินดอลลาร์ในการค้าโลกว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า ตามที่หน่วยงานการพัฒนาการค้าในภูมิภาคและการรับสกุลเงินสำรอง  สกุลเงินใหม่จะช่วยให้ประเทศต่างๆ ละทิ้งสกุลเงินสำรองของรัฐที่ห่างไกลจากศูนย์กลางในทางภูมิศาสตร์ หมายความว่า หากมูลค่าสินค้าที่จำหน่ายต่อหน่วยมีรายจ่ายด้านโลจิสติกส์สูง โอกาสใช้เงินดอลลาร์นั้นจะลดลง และความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐอาจลดลงตามมา 

ปัจจุบันบัญชีสำรองระหว่างประเทศเป็นเงินดอลลาร์ 63% เงินยูโร 20% เงินเยนสำรอง 5% อาจเป็นผลให้การใช้เงินดอลลาร์ในการค้าโลกลดลง และโครงสร้างของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ 

แต่ตอนนี้เงินดอลลาร์ให้ความสะดวกและความได้เปรียบด้านราคาในการค้าระหว่างประเทศ และส่วนแบ่งในทุนสำรองของโลกยังคงไม่สามารถใช้สกุลเงินอื่นๆ ได้ อาจจะใช้เวลาหลายสิบปีก่อนที่ธนาคารกลางโลกจะสามารถเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเหล่านี้ได้ โดยขึ้นอยู่กับความทะเยอทะยานของจีนในโครงการ OBOR เพราะการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ของจีนจะนำไปสู่การใช้เงินหยวนเป็นวิธีชำระเงิน เรื่องนี้อาจจะทำให้โครงสร้างของทุนสำรองโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในปัจจุบันจีนยังใช้เงินหยวนในทางการค้าที่ต่ำ ในโครงการซึ่งยังเป็นจุดอ่อนและต้องเรียกความน่าเชื่อถือของจีนอยู่

ในขณะที่เงินยูโรจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งของเงินสำรองได้อีกมาก หากมีความต้องการในภูมิภาคเอเชียและละตินอเมริกาตามที่ Moody คาดการณ์ โดยถ้าอียูปัจจุบันจ่ายค่าพลังงานร้อยละ 80 ของการนำเข้าพลังงาน (จำนวน 300 พันล้านยูโรต่อปี) ด้วยสกุลเงินดอลลาร์ ขณะที่การนำเข้าพลังงานจากสหรัฐมีสัดส่วนเพียง 2% 

นอกจากนั้น อียูยังมีรายจ่ายในการซื้อเครื่องบินด้วยเงินดอลลาร์สำหรับเครื่องบินยุโรป ทั้งที่สามารถจ่ายเป็นเงินยูโรได้ แต่ก็คาดว่าอียูจะเปลี่ยนสัดส่วนของการใช้เงินดังกล่าวตามหลักการค้าแบบใหม่ เพื่อสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจและเปลี่ยนสถานะรัฐดาวเทียม

สำหรับการสำรองเงินยูโรที่ใช้ในยุโรปและบางส่วนของแอฟริกา เงินยูโรจะไม่สามารถคืนสถานะส่วนแบ่งในฐานะเงินสำรองได้ จนกว่าจะมีบทบาทสำคัญในตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเอเชียและละตินอเมริกา หากไม่เพิ่มความน่าดึงดูดใจในฐานะสกุลเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคง อย่างการเพิ่มยอดการค้าระหว่างกันในปี 2019 นี้ ญี่ปุ่นกับอียูจะจับมือเปิดเขตการค้าเสรี ตามหลักการนี้ ความต้องการในการใช้เงินยูโรและเยนก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น หากเปิดเขตการค้าเสรีกับประเทศในกลุ่มอาเซียน

ศูนย์กลางอำนาจแห่งโลกใหม่ก็จะเปลี่ยนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งรวมถึงจีน รัสเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี และมองโกเลีย โดยรัสเซียและจีนใช้สหรัฐแก้ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้เป็นพื้นที่สันติภาพและเขตการค้าขึ้นใหม่ ซึ่งในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีแหล่งทรัพยากรและการเงินเต็มรูปแบบ และจะสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความเป็นธรรม การคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนร่วมและประเทศเหล่านี้ ซึ่งถ้าดูแนวโน้มในอนาคต ประเทศเหล่านี้จะตัดสินใจด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น มากกว่าเชื่อบทบาทรัฐดาวเทียมอย่างที่ผ่านมา เช่น กรณีของญี่ปุ่นที่ยังเน้นแนวทางการค้าเสรี

ควรสังเกตว่า เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากร 23% ของประชากรโลก และมี GDP 19% ของ GDP ของโลก ซึ่งอาจกำหนดสกุลเงินการค้าที่ไม่ใช่โซนดอลลาร์

แนวทางในอนาคต หากมีการค้าหรือมีส่วนแบ่งการค้าตามภูมิเศรษฐกิจโลกอาจดำเนินการแบบ อินเดีย ที่เก็บเงินสำรองไว้หลายสกุล ไม่ใช่แค่เงินดอลลาร์เท่านั้น แต่เป็นเงินยูโร ปอนด์สเตอร์ลิง เยน ด้วย

ขณะที่การซื้อสินค้าล่วงหน้าหรือการซื้อสินค้าในโครงการขนาดใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินสกุลอื่นๆ ทำให้ราคาไม่มีความผันผวนมากนัก อย่างตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ที่เริ่มซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าด้วยเงินหยวน และยังเปิดตัวตลาดและตลาดซื้อขายล่วงหน้าสำหรับโลหะ London Metal Exchange (LME)

อย่างไรก็ตาม การที่จะเปลี่ยนจากเงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลอื่นๆ ยังคงต้องใช้เวลา

นโยบายที่ทำให้เกิดความผันผวนต่ำในเชิงการค้า จะช่วยสร้างความสมดุลในการแบ่งงานกันทำ ด้วยการใช้สกุลเงินที่คู่ค้าทั้งสองตกลงกัน เลิกเป็นรัฐดาวเทียม (ซื้ออะไรก็ตามใช้เงินดอลลาร์) การประกันการค้าระหว่างชายแดนและภูมิภาคก็จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว นี่เป็นนโยบายที่ไม่บ้าแน่นอนสำหรับในปัจจุบันและอีก 10 ปีข้างหน้า ส่วนการดำเนินการในทางตรงกันข้ามกับนโยบายนี้ คิดว่าบ้าแน่นอน!


เรื่องโดย : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย

 

 

 


เรื่องทรัมป์ที่เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศยังมีอีกมาก

ทรัมป์ไม่ได้บ้า (1)….!

ทรัมป์ไม่ได้บ้า (2)…!

ทรัมป์ไม่ได้บ้า (3) เพราะจุดเริ่มต้นของสงครามการค้าคือการแสวงหากำไรใหม่