ยุคนี้ เมื่อเอ่ยถึง บล็อกเชน Blockchain เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เริ่มคุ้นหู แต่อาจยังไม่รู้ว่าในแง่มุมที่ว่า หากจะริเริ่มทำธุรกิจ บล็อกเชน นวัตกรรมเปลี่ยนโลก นี้ จะนำมาปรับใช้เพื่อช่วยในการสร้างธุรกิจได้ในด้านไหนบ้าง หรือ ถ้าเป็นนักธุรกิจอยู่แล้ว จะใช้บล็อกเชนในการเปลี่ยนโฉมธุรกิจที่ทำอยู่ได้อย่างไร
จากบทความ เรื่อง ดึง “บล็อกเชน” เปลี่ยนธุรกิจอย่างไรให้สำเร็จ ซึ่งเขียนโดย คุณวิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย ทำให้ได้รู้คำตอบในประเด็นคำถามนี้ จากทั้งข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลทางสถิติของ PwC ที่น่าสนใจ
บล็อกเชน นวัตกรรมเปลี่ยนโลก เปลี่ยนโฉมธุรกิจให้โตแบบก้าวกระโดด
ผู้เขียนบทความ เริ่มจากการให้ข้อมูลยืนยันว่า บล็อกเชน นวัตกรรมเปลี่ยนโลก นี้ หากรู้วิธีการปรับใช้กับการทำธุรกิจก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้อย่างน่าพอใจ
“เมื่อเร็วๆ นี้ PwC ได้เผยผลสำรวจ Global Blockchain Survey 2018 ซึ่งทำขึ้นด้วยการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารจำนวน 600 คนจาก 15 ประเทศ เกี่ยวกับการเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ พบว่า 84% ของผู้บริหารทั่วโลกได้นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้กับธุรกิจของตน”
“ด้าน บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศชั้นนำของโลกอย่าง Gartner เองก็คาดการณ์ว่า บล็อกเชนจะสามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้มากกว่า 300 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573”
และจากรายงานฉบับเดียวกันนี้ ยังระบุถึงข้อมูลทางสถิติ ที่แสดงชัดเจนอีกว่า อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ยังคงเป็นผู้นำตลาดที่ใช้บล็อกเชนในเวลานี้ รองลงมาเป็นอุตสาหกรรมการผลิต และ อุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค
นอกจากนี้ เรายังเริ่มเห็นธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจค้าปลีกที่นำเทคโนโลยี บล็อกเชน มาใช้ในการจัดการระบบซัพพลายเชน ส่วนธุรกิจสื่อและบันเทิงอย่างวงการเพลง ก็นำบล็อกเชนเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาการดาวน์โหลดเพลง การคัดลอกเพลง รวมทั้งผู้บริโภคยังสามารถเลือกฟังเพลงที่ต้องการ และจ่ายเงินให้กับศิลปินโดยตรงผ่านระบบบล็อกเชนในรูปแบบสกุลเงินดิจิทัล โดยไม่ผ่านแพลตฟอร์มตัวกลางหรือค่ายเพลงด้วย

ดังนั้น ผู้เขียนบทความ จึงสรุปเบื้องต้นว่า ที่ผ่านมา “บล็อกเชน” Blockchain ได้สร้างปรากฎการณ์ กระทั่งได้รับการกล่าวขานทั่วโลกว่า เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเปลี่ยนโฉมหน้าของการทำธุรกิจ เนื่องจากบล็อกเชนเข้ามามีบทบาทในการวางระบบจัดแยกเก็บบัญชีธุรกรรมไว้ในที่ต่างๆ โดยกระจายฐานข้อมูลแยกศูนย์แต่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ (peer to peer) หรือระบบที่ทุกคนแชร์ข้อมูลกันไปมาโดยไม่มีศูนย์กลางได้
ด้วยเหตุนี้ บล็อกเชนจึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ทุกธุรกิจได้ เพราะสามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีบล็อกเชนยังมีความเที่ยงตรงสูง จึงสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจได้มากขึ้น
เจาะกลยุทธ์การตลาด ติดอาวุธให้ธุรกิจ ด้วย บล็อกเชน นวัตกรรมเปลี่ยนโลก
อย่างไรก็ตาม คุณวิไลพร ผู้เขียนบทความนี้ ไม่ได้ชี้ให้เห็นแค่ประโยชน์ของ บล็อกเชน ที่สามารถนำมาปรับใช้ติดสปีดให้ธุรกิจเท่านั้น แต่ยังอัพเดตสถานการณ์ล่าสุดของปรับเอาบล็อกเชนมาใช้ในการธุรกิจด้วยว่า
“แม้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเข้ามาช่วยปฏิวัติกระบวนการทำงานในหลายธุรกิจ แต่ในตอนนี้ก็ยังมีหลายบริษัทกำลังเผชิญอุปสรรคในการนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ โดยรายงานฉบับนี้ระบุว่า อุปสรรคที่สำคัญ 3 อันดับแรกของการใช้งานบล็อกเชนในภาคธุรกิจ ได้แก่ กฎระเบียบข้อบังคับที่ไม่แน่นอน (48%) ความน่าเชื่อถือของบล็อกเชนในหมู่ผู้ใช้งาน (45%) และการขาดเครือข่ายในการใช้งานที่เพียงพอ (44%)”
และด้วยเหตุนี้นี่เอง รายงานของ PwC จึงได้นำเสนอแนวทางเป็น 4 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในการนำบล็อกเชนมาใช้งาน ดังนี้
- ประยุกต์ใช้ บล็อกเชน นวัตกรรมเปลี่ยนโลก กับธุรกิจอย่างเหมาะสม
การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจนั้น ไม่ได้แปลว่า ผู้บริหารจะต้องปฏิวัติระบบเทคโนโลยี หรือ รูปแบบธุรกิจของคุณใหม่ทั้งหมดเสมอไป เพราะสิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือ ต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับทิศทางของตลาดและสภาพแวดล้อมของการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลามากกว่า
โดยผลการสำรวจพบว่า 62% ของผู้บริหารได้เริ่มดำเนินการโครงการพัฒนาบล็อกเชนแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเติบโตของเทคโนโลยีนี้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ คือ ธุรกิจต้องสามารถนำบล็อกเชนมาใช้งานอย่างเหมาะสม ต้องคำนึงถึงประโยชน์และคุณค่าทางธุรกิจที่จะได้รับในระยะยาว เช่น การใช้ทรัพยากรหรือข้อมูลร่วมกันจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้
- สร้างระบบนิเวศบล็อกเชนในอุตสาหกรรม ดึงความร่วมมือจากคู่ค้าและคู่แข่ง
กุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้บล็อกเชนประสบความสำเร็จ คือ การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ในอุตสาหกรรมที่มีหลายองค์กรทำงานร่วมกัน โดยอาจเริ่มจากการพัฒนาระบบนิเวศขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโต ประกอบกับมองหาเครือข่ายในอุตสาหกรรม หรือองค์กรการค้า แม้กระทั่งคู่แข่งที่อาจกำลังเตรียมใช้งานบล็อกเชนอยู่แล้ว ซึ่งรายงาน ระบุว่า 40% ของผู้บริหารเชื่อว่า การขยายเครือข่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การนำบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจประสบความสำเร็จได้เร็วและง่ายขึ้น
- สร้างกฎระเบียบร่วมกัน
การสร้างกฎระเบียบหรือมาตรฐานที่ทุกฝ่ายเห็นชอบถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องร่วมกันส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างอิสระ
นอกจากนี้ ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมด้วยนักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบทีมพัฒนาระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เกี่ยวข้อง ยิ่งไปกว่านั้น ต้องพิจารณาถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กฎหมายจีดีพีอาร์ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบันทึกข้อมูลด้วย
- ติดตามความเคลื่อนไหวของกฎระเบียบข้อบังคับ
เมื่อเทคโนโลยีบล็อกเชนมีการใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้น แน่นอนว่า หน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้ามามีบทบาทในการออกกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมการใช้งาน แต่ดูเหมือนว่า ในปัจจุบันกฎระเบียบในการกำกับดูแลของแต่ละประเทศนั้น ยังไม่มีความชัดเจนและแตกต่างกันอยู่มาก โดย 27% ของผู้บริหารแสดงความกังวลต่อความไม่แน่นอนของกฎระเบียบข้อบังคับ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการพัฒนาบล็อกเชนในระยะยาว
อย่างไรก็ดี ธุรกิจสามารถยึดข้อกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นแนวทางในการปฏิบัติ และคอยจับตามองความเปลี่ยนแปลง โดยไม่รอช้าที่จะดึงเทคโนโลยีนี้มาใช้กับธุรกิจ ในส่วนของกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ในอุตสาหกรรม ก็ต้องร่วมมือกับหน่วยงานกำกับเพื่อร่วมกันวางนโยบาย และคอยติดตามความเคลื่อนไหวของข้อกฎหมายใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของบล็อกเชน และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้บล็อกเชนได้ในที่สุด
ช่วงท้ายของบทความ คุณวิไลพร ผู้เขียน ยังได้ให้ข้อเสนอแนะและอัพเดตด้วยว่า

“สำหรับประเทศไทย ภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับตื่นตัวในการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบบล็อกเชนมากขึ้นโดยล่าสุด ธนาคาร 14 แห่ง ได้จับมือกับรัฐวิสาหกิจและองค์กรขนาดใหญ่ 7 แห่ง จัดตั้งชุมชน Thailand Blockchain Community Initiative ขึ้นเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยยังได้ริเริ่มโครงการบริการหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์บนระบบบล็อกเชนเป็นโครงการแรก
“นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับไทยในการนำบล็อกเชนเข้ามาพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งดิฉันเชื่อว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นเทคโนโลยีบล็อกเชนถูกพัฒนาและนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอื่นๆ ของบ้านเรามากขึ้นเช่นกัน”
ที่มา : https://www.pwc.com/th/en/pwc-thailand-blogs/blog-20180924.html
ค้นหาไอเดีย ในการติดสปีดให้ธุรกิจ กันต่อ
ถึงเวลาคิด ‘แพลตฟอร์มการค้า’ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ ‘พี่น้องชายแดนภาคใต้’











