ในขณะที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศขนาดใหญ่ อย่าง โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังเดินหน้าไปตามที่รัฐบาลได้วางไว้ ระหว่างนั้น มีภารกิจหนึ่งที่ดำเนินไปควบคู่กัน โดยการรวมพลังของผู้บริหารท้องถิ่น ที่มารวมตัวกันเป็นเครือข่าย ด้วยความตั้งใจดีที่ต้องการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อสื่อสารว่า ท้องถิ่นและชาวบ้านได้อะไรจาก EEC


โดยภารกิจที่ว่านี้ ขับเคลื่อนด้วย คณะกรรมการผู้บริหารท้องถิ่นที่มารวมตัวกันภายใต้ชื่อ CAEC หรือ คณะกรรมการประสานงานพัฒนา ท้องถิ่นในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ซึ่งจัดตั้งขึ้น ด้วยความร่วมมือกับ Forum 21st มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโครงการ EEC

มาในวันนี้ คณะทำงาน CAEC ยังคงมุ่งมั่นเดินทางต่อตามภารกิจหลัก กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนใน 3   จังหวัดเป้าหมายของ EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ประจักษ์ว่า ท้องถิ่นและชาวบ้านได้อะไรจาก EEC

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ ที่หลากหลายการพัฒนาใน 3 จังหวัด EEC ที่ผ่านมา ทุกคนจะเห็นภาพของกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น ทำงานร่วมกันกับกลุ่มประชาชน กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าพวกเขาคือใคร จนกระทั่งได้พูดคุย ก็จะทราบว่า “ผู้ประสานสิบทิศ” เหล่านี้ คือ คณะกรรมการผู้บริหารท้องถิ่น ที่ทำงานในนาม CAEC นั่นเอง


รู้จัก CAEC คณะทำงานลุยทุกพื้นที่ ตอบทุกคำถาม ท้องถิ่นและชาวบ้านได้อะไรจาก EEC

เพื่อทำความรู้จัก คณะทำงาน CAEC ให้มากขึ้น ดร.เพ่ง บัวหอม ประธาน CAEC จะได้มาอธิบายถึงภารกิจที่ผ่านมาของ CAEC ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ

“CAEC ประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่น 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา จัดตั้งเป็นเครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่นที่จะมาช่วยทำงาน ลงพื้นที่ ไปสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้กับพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัด EEC โดยเราจะคัดเลือกผู้บริหารท้องถิ่นที่เป็นข้าราชการประจำ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในท้องถิ่นมานาน ไม่มีการโยกย้ายบ่อย ประกอบด้วยปลัดเทศบาลและปลัด อบต. ในพื้นที่ 3 จังหวัด จังหวัดละ 15 คน”

ดร.เพ่ง บัวหอม ประธาน CAEC

“โดยข้อดีของ คณะทำงาน CAEC คือ สมาชิกทุกคน มีประสบการณ์ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น ที่มีความเข้าใจในพื้นที่ที่ตนดูแลรับผิดชอบ และมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นเป็นอย่างดี ทำให้สามารถสื่อสารกับทุกคนได้อย่างเข้าใจ เข้าถึง ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์ หรือเรื่องราวอะไรที่ต้องการคำอธิบาย คณะทำงาน CAEC จึงตอบได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความเข้าใจในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ในพื้นที่ EEC เช่น โครงสร้างด้านการคมนาคมขนส่ง ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ ที่กำลังเดินหน้าดำเนินการอยู่ตอนนี้”


ประชาชนสะท้อนมา CAEC สะท้อนกลับ ย้ำจุดยืน “การพัฒนาต้องไม่ทิ้ง คนในท้องถิ่น ไว้ข้างหลัง”

สำหรับการทำงานที่ผ่านมาตลอด 1 ปี นี้ CAEC ได้มีการวางแผน กำหนดวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบอย่างไร?” ดร.เพ่ง ตอบคำถามด้วยการอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ว่า

“ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา คณะทำงาน CAEC ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ โดยเดินทางไปยังทุกตำบล ทุกอำเภอ ทั้งเพื่อให้ความรู้ อธิบายในประเด็นที่ว่า โครงการ EEC จะมีส่วนพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น รวมถึงในอีกทางหนึ่ง ก็ลงไปทำหน้าที่รับฟังปัญหาของชาวบ้าน และเป็นสื่อกลาง นำมาถ่ายทอดให้กับคณะทำงาน คณะที่ปรึกษาของโครงการ EEC เพื่อหาโอกาสลงไปสื่อสาร ตอบคำถาม รับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน ไปจนถึงร่วมกันระดมสมองแก้ปัญหานั้นให้ได้ด้วย”

เมื่อถามถึงกระบวนการทำงานของ CAEC เพิ่มเติม ดร.เพ่ง เล่าว่า ที่ผ่านมา ก่อนลงพื้นที่ คณะทำงานจะประชุมกันในกลุ่มของเครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่น CAEC ก่อนว่า การลงพื้นที่ในแต่ละครั้ง จะลงไปทำความเข้าใจในเรื่องอะไรบ้าง แล้วหามติหรือข้อสรุปร่วมกัน

จากนั้น เมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้ว่าจะลงพื้นที่ ทางคณะทำงานจะกระจายกำลังผู้บริหารในท้องถิ่น ไปตามพื้นที่แต่ละจังหวัด โดยรูปแบบแรก คณะทำงาน CAEC จะอาศัยโอกาสที่ทางราชการนัดประชุมกับชาวบ้านหรือผู้นำท้องถิ่น อย่าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. เพื่อพบปะ พูดคุย สื่อสารทำความเข้าใจและให้ความรู้กับชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นในเรื่อง EEC ร่วมไปด้วย ซึ่งที่ผ่านมา นับเป็นการทำงานเชิงรุกที่ได้ผลระดับหนึ่ง ดร.เพ่ง กล่าว

“ที่ผ่านมา เราลงพื้นที่เกือบทุกสัปดาห์ เรียกว่าเมื่อใดที่มองเห็นโอกาสว่ามีการจัดประชุมในท้องถิ่น และเราสามารถลงไปสื่อสารทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ผู้นำชุมชน เรื่องของ EEC เราจะไม่รอช้า ลงพื้นที่ทันที”

ไม่เพียงเท่านั้น อีกวิธีหนึ่งที่ CAEC ใช้ในการสื่อสารทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และผู้นำท้องถิ่น คือ การจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องโครงการ EEC เป็นการเฉพาะ โดยจะจัดเป็นการสัมมนาที่เปิดกว้างให้ทั้งผู้นำท้องถิ่น ประชาชนที่สนใจในทุกสาขาอาชีพ เข้ามาฟัง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวกับการดำเนินในโครงการ EEC ด้วย

โดยเนื้อหาที่ลงไปสื่อสารก็จะมีทั้งในมุมกว้าง เพื่อตอบคำถามว่า ท้องถิ่นและชาวบ้านได้อะไรจาก EEC และการเปิดเวที รับฟังปัญหา ความคิดเห็น จากผู้เข้าร่วมสัมมนา รอบด้าน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดร.เพ่ง เล่าว่า จากการลงพื้นที่ ประชาชนในท้องถิ่นก็มีการรับรู้เกี่ยวกับ โครงการ EEC แล้วส่วนหนึ่งจากสื่อมวลชนทุกช่องทางรวมถึงจากการสื่อสารจากทางรัฐบาล แต่การสร้างความเข้าใจในสาระสำคัญที่แท้จริงของโครงการ EEC รวมถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงที่พวกเขาจะได้รับ จากการพัฒนาโครงการ EEC ต้องยอมรับว่ายังไม่เกิดขึ้นเท่าที่ควร

โดยจากการจัดสัมมนา ให้ความรู้และรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ ผู้เข้าร่วมสัมมนา มักจะเป็นห่วงในปัญหาเดิมๆ ที่สั่งสมมาจากอดีต ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จนเมื่อมีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่าง EEC ปัญหาเหล่านี้ จะยิ่งมีแนวโน้มแย่ลง เป็นผลมาจากการพัฒนาในพื้นที่ โดยปัญหา 3 ด้าน ที่คนในพื้นที่มักฝากทาง คณะทำงาน CAEC ให้สะท้อนส่วนกลาง หรือภาครัฐ นั่นคือ

  • ปัญหาการการบริหารจัดการน้ำ ทั้งเกรงว่าจะขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค อันเนื่องมาจากเมื่อโครงการ EEC เดินหน้า จนกระทั่งมีการลงทุน การผลิตทางอุตสาหกรรม เข้ามาในพื้นที่มาก ก็ย่อมมีความต้องการใช้น้ำสะอาดในการผลิตภาคอุตสาหกรรมมากด้วย ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ EEC ก็เป็นปัญหาสำคัญที่น่าห่วงไม่แพ้กัน
  • ปัญหาการจราจรติดขัด จากการพัฒนาและความเจริญที่ถาโถมเข้ามาในพื้นที่ ทำให้มีการย้ายถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยเพื่อมาทำงานของทั้งคนต่างถิ่นและชาวต่างชาติซึ่งเป็นทั้งนักลงทุนและคนทำงาน ทำให้เกิดปัญหาความแออัด ยานพาหนะเพิ่มจำนวนขึ้น จนเกิดปัญหาจราจร รวมถึงปัญหามลพิษหลายด้าน ที่จะเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง เป็นต้น
  • ปัญหาการจัดการขยะ ทั้งขยะทั่วไป และขยะอุตสาหกรรม จะมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด การพัฒนาตามโครงการ EEC จะก่อให้เกิดขยะเพิ่มขึ้นมากน้อยขนาดไหน การจัดการกับขยะนั้นจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่นเดิมหรือไม่ เป็นเรื่องที่คนท้องถิ่นกังวลไม่แพ้ประเด็นอื่น
จ่าสิบเอกวัฒนชัย บุญมานะ

แต่ละปัญหา นอกจากทาง คณะทำงาน CAEC จะนำไปสื่อสาร กับผู้ที่มีความรับผิดชอบ บริหารจัดการในเรื่องนี้แล้ว ทางคณะทำงานเองก็ได้ระดมสมองกัน เดินหน้าแก้ปัญหาที่กล่าวมานี้ควบคู่ไปด้วย โดย 1 ปีที่ผ่านมา มีโมเดลการแก้ปัญหาของทาง CAEC ที่ประสบความสำเร็จ สามารถนำมาเป็นต้นแบบได้ ก็เช่น การแก้ปัญหาขยะของ เครือข่าย CAEC แปดริ้ว โดยการนำของ จ่าสิบเอกวัฒนชัย บุญมานะ ผู้ประสานงานเครือข่าย CAEC จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น

“ที่สุดแล้ว ผมและคณะทำงาน CAEC มีความเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า ในทุกโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ทางส่วนกลางหรือภาครัฐบาลวางแผนว่าจะดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีกระบวนการสื่อสารทำความเข้าใจกับคนในท้องถิ่น เพื่อให้พวกเขามีความรู้เข้าใจในโครงการที่รัฐบาลกำลังจะทำ เพื่อป้องกันความไม่เข้าใจ หรือความขัดแย้ง ซึ่งหากทำได้ ก็ย่อมสร้างบรรยากาศที่ดี และอาจได้รับความร่วมมือที่ดีจากคนในท้องถิ่นด้วย”

“มาถึงตอนนี้ การทำงานในฐานะสื่อกลาง มีบทบาทไปสื่อสารทำความเข้าใจกับชาวบ้านในท้องถิ่น เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่คณะทำงาน CAEC ทุกคน ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำความเข้าใจกับภาคท้องถิ่นให้กับทางรัฐบาลครับ” ดร.เพ่ง กล่าวในที่สุด


อัพเดต ประเด็น การพัฒนาในโครงการ EEC ที่น่าสนใจต่อ

ขยับสู่อนาคต การพัฒนาคุณภาพการศึกษา – สร้างบุคลากร เชื่อมโลก-เริ่มจาก EEC

เปิดภารกิจ ผลิตกำลังคนอาชีวะหนุน EEC Key success อยู่ที่สถานประกอบการ

เครือข่าย CAEC แปดริ้วแนะ 6 แนวทางแก้ ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่ EEC

อีอีซี เชื่อมโลก พร้อมเป็นประตูสู่เอเชีย ” เชื่อมโลกให้ไทยแล่น “