คำว่า ‘บ้าน’ มีความหมายในหลายมิติ ดังที่มีวรรณกรรมหลายเรื่องเคยกล่าวไว้ เช่นที่ โกวเล้ง เขียนไว้ใน ‘ฤทธิ์มีดสั้น’


“…ท่านตอนนี้ป่วยหนักอยู่ อาการป่วยนี้ มียาสองชนิดพอจะรักษาได้ ชนิดแรก ก็คือบ้าน ชนิดที่สอง คือ กาลเวลา บ้านก็คือบ้าน ไม่มีวันเปลี่ยนแปรตลอดกาลนาน นี่คือคุณค่าน่าถนอมของบ้าน…”*

หรือในภาพยนตร์เรื่อง ‘สวรรค์และนรก’ ก็กล่าวไว้ว่า

“…ผืนแผ่นดินของบ้านฉัน เป็นเส้นกั้นระหว่างสวรรค์กับนรก แต่บ้านของฉันช่างงดงามเสียเหลือเกิน ราวกับว่ามันอยู่บนสวรรค์…”

บ้านของนางเอกในภาพยนตร์ คือ เวียดนาม มีทุ่งนาข้าวเขียวขจีอยู่กลางขุนเขาอันสลับซับซ้อน ยามเมื่อสายลมผัดผ่าน ต้นข้าวพลิ้วเอนไหวไปตามแรงลม ช่างงดงามเหมือนอยู่บนสวรรค์ แต่เมื่อเกิดสงคราม บ้านของเธอกลับมีสภาพไม่ต่างไปจากนรก


ส่วนในภาพยนตร์เรื่อง ‘Out of Africa’ นางเอกเป็นชาวเดนมาร์ก เดินทางไปทำไร่กาแฟที่เคนยา เมื่อขาดทุนจนสิ้นเนื้อประดาตัว หมดสิ้นทั้งทรัพย์สินและคนรัก เธอนั่งรถไฟกลับบ้านเกิดอย่างโดดเดี่ยว เดียวดาย ยามเมื่อเข้าสู่แสงสุดท้าย ก่อนที่ดวงสุริยันจะลับขอบฟ้า รถไฟแล่นผ่านทุ่งหญ้าสะวันนา ต้นหญ้าสีทองก็ไหวเอนไปมา คล้ายดั่งเป็นการโบกมืออำลาครั้งสุดท้ายก่อนการจากพราก แล้วเธอก็คิดคำนึงถึงบ้านไร่ของเธอว่า

“…ฉันเคยมีไร่ในแอฟริกา
ถ้าฉันรู้จักลำนำชีวิตของแอฟริกา
และของพระจันทร์ดวงใหม่ในแอฟริกา
รู้จักการหว่านพืชในไร่ และรู้ถึงใบหน้า
อันโชกเหงื่อของชาวไร่กาแฟแล้ว
แอฟริกาจะจำฉันได้ไหม?
อากาศเหนือท้องทุ่งที่สั่นไหวด้วยสีสัน
จะทำให้ฉันรู้สึกได้ลิ้มรสอีกหรือเปล่า?
เด็กเล็กๆ จะคิดการละเล่นที่มีชื่อฉันไหม?
แล้วเงาของดวงจันทร์ยังทาบอยู่บนทางโรยกรวด ซึ่งเปรียบเสมือนตัวฉันอีกหรือเปล่า?
อินทรีแห่งเทือกเขาง้อง จะยังคงร่อนบินดูฉันบ้างไหม?…”*


หรือกรณีของ นายผี (อัศนี พลจันทร์) ในช่วงที่เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ก็เคยแต่งเพลงเมื่อยามคิดถึงบ้านไว้ตอนหนึ่งว่า

อัศนี พลจันทร์

“…ลมเอยช่วยเป็นสื่อให้
นำรักจากห้วงดวงใจ
ของข้านี้ไปบอกเขาน้ำนา
ให้เมืองไทยรู้ว่า
ไม่นานลูกที่จากมา
จะไปซบหน้าแทบอกแม่เอย”*


แต่ละคน จะให้ความหมายต่อ ‘บ้าน’ แตกต่างกันออกไป บางคนมองว่าบ้าน คือสิ่งปลูกสร้าง เป็นที่อยู่อาศัย หรือบางคนก็มองรวมไปถึงสถานที่สร้างชีวิต การดำรงชีพ บรรยากาศ หรือสภาพแวดล้อมรอบข้างของสถานที่แห่งนั้น และบางคนอาจให้ความหมายไปไกลว่า บ้านก็คือ ผืนแผ่นดินแห่งปิตุภูมิ มาตุภูมิ เป็นที่เกิด ที่ตาย ที่ฝังรก ฝังร่างไว้ เป็นต้น

อารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อบ้านก็แตกต่างกันไปตามความคิดคำนึงของแต่ละคน บางคนคิดถึงความรัก ความอบอุ่น ความสะดวกสบายที่มีอยู่ที่บ้าน หรือคิดถึงเพื่อนในวัยเรียนที่อยู่ข้างบ้าน คิดถึงบ้านริมฝั่งทะเลที่กว้างไกลสุดสายตา บ้านบนภูสูงที่หนาวเหน็บ หรือบ้านในชนบทที่อยู่ท่ามกลางไร่นา มีลำธารที่ไหลคดเคี้ยว ลัดเลาะไปตามท้องทุ่ง ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม แต่บางแห่งก็มีแต่ความแห้งแล้ง กันดาร เต็มไปด้วยความยากลำบาก ยากแค้นแสนสาหัส และบางคนก็ถึงขนาดต้องหลั่งน้ำตาแทบทุกครั้ง เมื่อนึกถึงความยากลำบาก รันทด หดหู่ ฯลฯ ที่เคยมีอยู่ในบ้านของตนเอง จนรู้สึกว่าเป็นเสมือนดั่งระลอกคลื่นแห่งความทุกข์โศก ปวดร้าว ที่ถาโถมเข้ามาในบ้านอย่างไม่รู้จักจบสิ้น

บ้านจึงมีหลายมิติ ยิ่งถ้าเป็นการคิดคำนึงถึง ‘บ้านเกิด’ ที่ได้จากมานานแสนนาน โดยเฉพาะในยามที่ตัวเรามีปัญหา หรือมีความทุกข์ด้วยแล้ว การโหยหาถึงบ้านเกิดก็จะมีมากกว่าปกติ

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแล้วแต่อยู่ใน ขอบเขตที่เกี่ยวกับ ‘บ้าน’ ทั้งสิ้น

บ้านจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ผูกพันและอยู่ในความทรงจำส่วนลึกของมนุษย์ตลอดมา จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

บ้านของท่านละครับ เป็นแบบไหน?
หากท่านจาก ‘บ้าน’ มานาน ท่านมีความคิดคำนึงถึง ‘บ้าน’ บ้างไหม?


เรื่อง : วิสูตร สุจิระกุล
วันที่เขียน : 19 สิงหาคม 2561


หมายเหตุ :

  1. โกวเล้ง. (2544). ฤทธิ์มีดสั้น. (ว.ณ.เมืองลุง, ผู้แปล). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แสงพระอาทิตย์.
  2. Out of Africa ตอนเป็นหนังสือใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า ‘พรากจากแสงตะวัน’ และเมื่อเป็นภาพยนตร์ใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า ‘รักที่ริมขอบฟ้า’ นำแสดงโดย เมอรีล สตรีฟ และโรเบิร์ต เรดฟอร์ด, ได้รับรางวัลออสการ์ 7 สาขา รวมทั้งสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม.
  3. Pollack. S. & Jorgensen. K. (Producer). (1985). Out of Africa [Motion picture]. Los Angeles: Universal Studio.
  4. นายผี (อัศนี พลจันทร) เป็นผู้แต่งเพลง คิดถึงบ้าน หรือเดือนเพ็ญ, เกิดเมื่อ 15 ก.ย. 2461 เสียชีวิตเมื่อ 28 พ.ย. 2530 ที่ประเทศลาว.