ปมใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner ไม่เพียงสังเคราะห์ความรักให้กับมนุษย์เทียม ทว่า ก้าวไปถึงขั้นสร้างมดลูกและสามารถปฏิสนธิได้อีกด้วย


นี่คือการทำนายแนวโน้มสำคัญของ Androids ที่สภาวะมิได้หยุดเพียงแค่การพัฒนา Artificial Intelligence ให้กับ Robotics ที่มีเลือดเนื้อเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าไปถึงขั้นการถ่ายโยงจิตวิญญาณ blade runner 2049

หากพิจารณาจากโลกภาพยนตร์แล้ว มีความพยายามพูดถึงประเด็นดังกล่าวมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหนังเรื่อง Her เรื่อง Ex Machina เรื่อง Lucy เรื่อง Transcendence หรือเรื่อง Ghost in the Shell

ทว่า สำหรับภาพยนต์เรื่อง Blade Runner แล้ว หนังมีความลุ่มลึกกว่านั้น เพราะมันไม่เพียงยืนยันหลักฐาน ว่ามนุษย์เทียมสามารถให้กำเนิดได้ แต่ยังไปไกลถึงขั้นฟูมฟักอารยธรรมของเผ่าพันธุ์

เพื่อความสมจริง Blade Runner 2049 ได้ขยับเวลาจาก The Terminator หรือฅนเหล็ก 2029 ออกไปอีก 20 ปี ซึ่งนอกจากจะยกระดับ Scenario ใหม่ให้กับ Hollywood แล้ว ยังเสมือนการสถาปนา Blade Runner ให้เป็นราชาของ Cyberpunk ทั้งมวล

ด้วยความเหนือชั้นของมดลูกหุ่นยนต์ การให้กำเนิดทั้งเลือดเนื้อและจิตวิญญาณ ที่สำคัญก็คือ การบ่มเพาะอุดมคติพิทักษ์การดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นกันใน Blade Runner ภาคสาม

Blade Runner สร้างจากนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Do Androids Dream of Electric Sheep? ผลงานการเขียนของ Philip K. Dick

ในตอนที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner ภาคแรกเมื่อต้นทศวรรษที่ 1980 นั้น Philip K. Dick ยังไม่เสียชีวิต เขาได้แวะมากองถ่ายและได้แนะนำสิ่งต่างๆ ให้แก่ Ridley Scott จนทำให้ Blade Runner ภาคแรกในปี ค.ศ. 1982 ขึ้นชั้นหนัง Sci-fi คลาสสิกตลอดกาลไปแล้ว

การกลับมาของ Blade Runner ครั้งล่าสุด กินเวลากว่า 30 ปี ทั้งในท้องเรื่องและในชีวิตจริง มีการนำ Harrison Ford กลับมาแสดงในวัยที่ข้ามผ่านกาลเวลามา 30 กว่าปี

ในภาคแรก Harrison Ford เล่นเป็นพระเอก แต่ในภาคสองคือ Blade Runner 2049 นี้ Harrison Ford เล่นเป็นพ่อ

ประเด็นหลักที่ทำให้ Blade Runner ขึ้นชั้นหนัง Sci-fi คลาสสิกตลอดกาล นอกจากความแปลกใหม่ล้ำสมัยในยุคต้นทศวรรษที่ 1980 แล้ว

ดูเหมือนว่า คำว่า Cyberpunk จะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของ Blade Runner ไปแล้ว

เป็นที่ทราบกันดีในหมู่นักอ่านนิยายวิทยาศาสตร์และแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ Sci-fi ว่า Cyberpunk คือแนวหนังและวรรณกรรม ที่นำเอาสองความต่างมารวมไว้ในเรื่องเดียวกัน นั่นคือความไฮเทคกับชีวิตคุณภาพต่ำ

เมื่อความไฮเทค ไล่บดขยี้อารยธรรมของมวลมนุษย์ชาติ คนรวยในอนาคตเท่านั้นจึงจะมีโอกาสเสวยสุข

ขณะเดียวกันชีวิตคุณภาพต่ำของคนจนจะถูกกดเอาไว้ จนมีการซ่องสุมกำลังกันใต้ดินเพื่อโค่นล้มการปกครองที่ไม่เป็นธรรม นี่คือพล็อตหลักของ Cyberpunk

และคาดการณ์กันว่า เราคงจะได้ชมสงครามระหว่างความไฮเทคกับชีวิตคุณภาพต่ำใน Blade Runner ภาคสามด้วยกันอีกอย่างแน่นอน


อ่านบทความภาคต่อ

ความรักของหุ่นยนต์ (ภาคสอง)