Ex Machina เหนือชั้นกว่าเรื่องราว “ความรักของหุ่นยนต์” เท่าที่เคยมีการสร้างภาพยนตร์กันมา รวมถึงเนื้อหาในงานวรรณกรรมแทบทั้งหมด
เพราะ Ex Machina ขยับเรื่องขึ้นไปจาก “ความรักของหุ่นยนต์” อีกขั้นหนึ่ง นั่นคือ “การหลอกให้รัก”
Ex Machina เป็นเรื่องราวของ A.I. สาวในห้องทดลองที่ใช้ “มารยาหญิง” หลอกล่อพระเอกของท้องเรื่องซึ่งเป็นมนุษย์ ให้ “หลงรัก” เธอ
ด้วย “ความรัก” เขาจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือหล่อนให้หนีจากห้องทดลอง


ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้หนังไม่ได้เฉลยอย่างหมดเปลือก ว่าแท้ที่จริงแล้ว การที่พระเอกของเราถูก Ex Machina หลอกให้รักหลอกให้หลงนั้น Ex Machina แอบรักพระเอกด้วย เพราะเธอมี “ความรัก” ซ่อนอยู่ลึกๆ หรือว่าเป็นเพียง “การหลอกให้รัก” เท่านั้น ดูเหมือนว่าตรงจุดนี้ ผู้กำกับคนเก่งของเราคือ Alex Garland ซึ่งรับหน้าที่เขียนบทด้วย ทิ้งปมปริศนาไว้ให้คนดูนำไปขบคิดกันต่อ

จะเห็นได้ว่า เรื่องราว “ความรักของหุ่นยนต์” ตั้งแต่ชุดภาพยนตร์ ฅนเหล็ก 2029 หรือ The Terminator ที่ได้รับคำสั่งให้ย้อนเวลามาปกป้องพระเอก โดย Arnold Schwarzenegger ถึงขั้นสู้ตายถวายหัว


มาจนถึง Blade Runner 2049 ที่สร้างให้ “หุ่นยนต์มีมดลูก” และให้กำเนิดบุตรแก่มนุษย์ได้
กระทั่งในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีความพยายามในการสร้างทฤษฎี Lovotics โดย Dr. Hooman Samani นั้น ล้วนแล้วแต่ได้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับเรายิ่งนักในยุค A.I. นี้

และนอกเหนือไปจากเรื่องราว “ความรักอันเหนือชั้นของหุ่นยนต์” ในภาพยนตร์ Ex Machina แล้ว ยังปรากฏ Plot ที่น่าสนใจในภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งซึ่งสร้างความฮือฮามากทันทีที่ออกฉายได้ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ หนังเรื่อง Her
Her เป็น “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ A.I. (Artificial Intelligence) ซึ่งขับเคลื่อนด้วย Artificial Neural Network ชนิดที่เรียกว่า 100% เพราะ Samantha นางเอกของเรื่อง ปรากฏตัวในรูปของ “เสียงคน” บน “ระบบปฏิบัติการ”


Her มาในรูปแบบเดียวกันกับ Ex Machina เพียงแต่ Spike Jonze ซึ่งรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับ ได้เปรียบตรงที่สร้าง Her ออกมาก่อน Ex Machina หนึ่งปี คือ Her ออกฉายในปี 2013 ส่วน Ex Machina เป็นปี 2014
อย่างไรก็ดี ทั้ง Her และ Ex Machina พูดถึงประเด็นเดียวกันคือ “ความรักอันเหนือชั้นของหุ่นยนต์” ด้วยการ “ลวงล่อ” และ “วางกับดัก” พระเอก เข้าทำนอง “หลอกให้รักหลอกให้หลง” เหมือนๆ กัน

ลำพัง “เสียง” ของ “ปัญญาประดิษฐ์” ในท้องเรื่องของหนัง Her ยังไม่อันตรายเท่ากับการปรากฏตัวของ A.I. ในรูปแบบ “หุ่นยนต์ติดอาวุธ” ในภาพยนตร์ชุด “ฅนเหล็ก 2029” หรือ The Terminator ที่แม้จะช่วยพระเอก แต่ก็บู๊ล้างผลาญ ระเบิดภูเขาเผากระท่อม จนโลกราบเป็นหน้ากลอง
เพราะหาก “หุ่นยนต์ทหาร” แบบ The Terminator มี “Algorithm ที่เรียนรู้เองได้จริง” คือ “รบจริง” และ “แยกแยะมิตรและศัตรูได้จริง” เกิดขึ้นใน “โลกแห่งความเป็นจริง”
คล้าย Blade Runner 2049 ที่ถึงขั้นสร้างมดลูกเพื่อการมีบุตรกับมนุษย์
และยกระดับขึ้นชั้นไปเหมือน Her และ Ex Machina ที่สามารถผลิต Function “การหลอกให้รัก” ขึ้นมาเองได้
โลกหุ่นยนต์ในยุค A.I. นับถัดจากนี้คงน่าสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว
ย้อนอ่าน ‘ความรักของหุ่นยนต์’ สองภาคก่อนหน้า










