รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้เรามี แหล่งท่องเที่ยว มรดกโลก (World Heritage sites) แล้วทั้งหมด 1,092 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ใน 167 ประเทศ ทั่วโลก โดยในจำนวนนี้ มี 5 แห่ง ที่อยู่ในประเทศไทยของเรา


แล้วคุณได้ไปเที่ยวแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่านี้กี่แห่งแล้ว?

หากคุณเคยตั้งคำถามนี้กับตัวเอง ได้เวลามาอัพเดตเพิ่มเติมกันแล้ว เมื่อมีมติจากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโกครั้งที่ 42 ที่กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ประกาศเพิ่ม สถานที่ท่องเที่ยว อีก 19 แห่ง เป็นมรดกโลกแห่งใหม่ อันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ควรค่าแก่การไปเยี่ยมเยือน

และจากผลการประกาศครั้งนี้นี่เอง ได้มีการจัดอันดับประเทศที่มี แหล่งท่องเที่ยว มรดกโลก มากที่สุด 10 อันดับ ด้วย


อิตาลี เฉือน จีน รั้งอันดับ 1 ประเทศที่มี แหล่งท่องเที่ยว มรดกโลก มากที่สุด

ตามคำนิยามที่ วิกีพีเดีย บอกไว้ ทำให้เราได้ทราบในเบื้องต้นว่า แหล่งมรดกโลก หรือ มรดกโลก (World Heritage Site) คือ สถานที่อันได้แก่ ป่าไม้ อนุสาวรีย์ สิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมไปถึงเมือง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์การยูเนสโก โดยการคัดเลือกนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่มนุษยชาติ หรือธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา ที่จะนำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมในการดูแล ฟื้นฟู และปกป้องสิ่งเหล่านั้น เพื่อรักษาให้แหล่งมรดกโลกนี้กลายเป็นมรดกของมวลมนุษยชาติที่ตกทอดไปได้ถึงอนาคต

ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกนี้แบ่งเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม 845 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 209 แห่ง และอีก 38 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท ทั้งนี้ จากการจัดอันดับล่าสุด ประเทศอิตาลีรั้งอันดับประเทศที่มีจำนวนมรดกโลกมากที่สุด คือ 54 แห่ง เฉือนชนะ ประเทศจีน ที่อยู่ในอันดับ 2 ด้วยจำนวนแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก 53 แห่ง ตามด้วย ประเทศสเปน 47 แห่ง ประเทศเยอรมันนี 44 แห่ง และประเทศฝรั่งเศส 44 แห่ง ตามลำดับ

จากการจัดอันดับนี้ ประเด็นที่น่าสนใจ คือ จีน เป็นประเทศในทวีปเอเชียเพียงหนึ่งเดียวที่ติดท็อป 5 ของประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก โดยในปีนี้ ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียน ฟ่านจิ้งซาน ในมณฑลกุ้ยโจว แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางนิเวศ เป็นแหล่งรวมพืชพรรณกว่า 2,000 ชนิด เป็นมรดกโลกลำดับที่ 53 ของจีน

นอกจากนั้น จีนยังมีแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกที่ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวในฝันในใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกมากมาย ที่ถูกจัดเข้ากลุ่ม “สถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมเยือนสักครั้งก่อนตาย” อย่าง พระราชวังฤดูร้อน กำแพงเมืองจีน อุทยานแห่งชาติอี้เหอหยวน สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว เป็นต้น


อัพเดต แหล่งท่องเที่ยว มรดกโลก 2018 ควรค่าแก่การเชคอิน

จาก แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกแห่งใหม่ทั้ง 19 แห่ง วันนี้ เราขอเลือกแหล่งท่องเที่ยว 6 แห่ง ซึ่งอยู่ในทวีปเอเชีย ง่ายต่อการเดินทางไปเชคอินมาแนะนำกัน

  • Fanjingshan สัมผัส ความหลากหลายของระบบนิเวศ ณ ปอดแห่งเมืองจีน

แหล่งมรดกโลกป้ายแดงของจีนนี้ ตั้งอยู่ในเทือกเขา Wuling ในมณฑลกุ้ยโจว (ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน)ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะเป็นแหล่งรวมพืชพรรณกว่า 2,000 ชนิด ในจำนวนนี้ มีพืชพันธุ์กว่า 31 ชนิด ที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงผืนป่าแห่งนี้ยังเป็นที่หลบภัยขอสัตว์อีกกว่า 19 สายพันธุ์ที่กำลังโดนคุกคามอย่างหนักด้วย

  • Hidden Christian Sites in the Nagasaki Region เดินทางย้อนเวลา ไปยังชุมชนคริสเตียนในญี่ปุ่น

เดินทางตามรอยอดีต ไปยังแหล่งมรดกโลกทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ มีหมู่บ้านกว่า 12 แห่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-19 ในแต่ละหมู่บ้านมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปเยี่ยมเยือน อย่าง โบสถ์ ปราสาท ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ในช่วงเวลาของการห้ามนับถือศาสนาคริสต์ในญี่ปุ่น มาจนถึงช่วงฟื้นฟูชุมชนคริสเตียนในภายหลังได้อย่างดี

  • Sassanid Archaeological Landscape of Fars Region เปิดประตูสู่ดินแดนประวัติศาสตร์แห่งเปอร์เซีย

ไม่ใช่แค่คุณค่าทางโบราณคดีเท่านั้น ที่ทำให้ แหล่งโบราณคดีในจังหวัดฟาร์ส ประเทศอิหร่าน ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลกล่าสุด เพราะนอกจากพระราชวัง ป้อมปราการ และเมือง ในยุคจักรวรรดิแซสซานิด ช่วงศตวรรษที่ 3-5 แล้ว สิ่งก่อสร้างเหล่านี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์ต่อการก่อสร้างเมือง และยังแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของจักรวรรดิอะคีเมนิด จักรวรรดิพาร์เทียน และศิลปะโรมัน ที่มีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมและรูปแบบศิลปะด้วย

  • Ancient City of Qalhat เที่ยวสุดชิล ณ เมืองท่าเก่า ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

การเดินทางไปมาหาสู่กันทางน้ำ นับเป็นวิธีการเดินทางอันเก่าแก่ที่สุดทางหนึ่งของมนุษยชาติก็ว่าได้ เมืองท่าโบราณคาลฮัต ประเทศโอมาน จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ประวัติศาสตร์ ที่ควรค่าแก่การไปเยือน เพื่อซึมซับบรรยากาศเมืองท่าสำคัญทางชายฝั่งตะวันออกคาบสมุทรอาระเบีย ในช่วงศตวรรษที่ 11-15 ที่เป็นตัวแทนแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างดินแดนทางตะวันออกของคาบสมุทรอาระเบีย แอฟริกาตะวันออก อินเดีย จีน และภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชียได้อย่างดี

  • Sansa, Buddhist Mountain Monasteries รื่นรมย์ชมวัดงามบนภูเขา

อารามบนภูเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7-9 พื้นที่ทั้งหมดของอารามแห่งนี้แบ่งเป็น 7 แห่ง ได้รับการออกแบบให้มีลานด้านข้างที่ล้อมรอบไปด้วยอาคารสี่หลัง แต่ละหลังมีสนามหญ้า ห้องโถง ศาลา และอุโบสถอันงดงามไร้ที่ติ กลุ่มอารามเหล่านี้นับเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจของผู้คนมาช้านาน ที่จะมาเรียนรู้วิถีการดำรงชีวิตอันงดงาม รวมถึงวัตรปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา ที่ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันมาช้านาน จนถึงทุกวันนี้

  • Victorian Gothic and Art Deco Ensembles of Mumbai ชมสถาปัตยกรรมนีโอ-โกธิคจับต้องได้ที่มุมไบ

แม้ในวันนี้เมืองมุมไบจะพัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระดับโลกไปแล้ว แต่ในอดีตได้มีการพัฒนาโครงการผังเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่พัฒนาไปสู่โปรเจคสิ่งก่อสร้างทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านค้า โดยได้รับการออกแบบให้เป็นสถาปัตยกรรมนีโอ-โกธิค และอาร์ตเดโค ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างเมืองใหม่อันทันสมัย และบ่งบอกถึงความศิวิไลซ์ในช่วงศตวรรษที่ 19-20 ของมุมไบได้อย่างชัดเจนที่สุด


อ้างอิง : เรื่องและภาพ https://www.nationalgeographic.com/travel/lists/2018-new-unesco-world-heritage-sites/

https://www.bbc.com/thai/international-44671855

https://www.telegraph.co.uk/travel/destinations/asia/china/articles/fanjingshan-mount-fanjing-china-unesco/

https://th.wikipedia.org/wiki/มรดกโลก


หาไอเดียท่องเที่ยวกันต่อ 

รื่นรมย์ชม Sumida Hokusai Museum พิพิธภัณฑ์ ที่ผสานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่กับวิถีชุมชน อย่างลงตัว

Hagia Sophia เส้นทางเดิน จากโบสถ์ สู่สุเหร่า และจบลงที่พิพิธภัณฑ์

สัมผัสจินตนาการสุดล้ำของโลกใต้ทะเล กับห้องพักสุดหรูใต้ทะเลแห่งแรกของโลก ที่มัลดีฟ