เปิดตัวและสร้างความฮือฮามาได้ระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ ‘Apple Watch serie 4’ ที่มาเขย่าหัวใจสาวกไอโฟนให้เตรียมกำเงินไปซื้อหามาประดับข้อมือกัน ซึ่ง Apple Watch serie 4 มีฟีเจอร์หนึ่งที่ไม่เพียงแค่โดนใจผู้ใช้ ทว่า เป็นการสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้วงการแพทย์และสาธารณสุข กับการนำเทคโนโลยีการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจขั้นสูงที่เรียกว่า ‘คลื่นไฟฟ้าหัวใจ’ มาใส่ไว้เป็นฟีเจอร์หนึ่งใน Smart Watch เรือนนี้ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ Apple Watch 4 วัดคลื่นหัวใจได้ด้วย


ขณะที่ฝั่งผู้บริโภคกำลังฮือฮาและตั้งตารอ Smart Watch เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ในทางการแพทย์ ก็มีข่าวอัปเดตออกมาเกี่ยวกับการรับรองเจ้าเครื่องมือนี้ โดย องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ซึ่งก็เป็นอีกข่าวหนึ่งที่น่าติดตามไม่น้อยไปกว่า การเปิดตัว Apple Watch serie 4 วัดคลื่นหัวใจเลย

เพราะลองคิดดูว่า แม้ฟีเจอร์วัดคลื่นหัวใจจะสร้างความฮือฮาและกวาดคำชมจากผู้ใช้ทั่วโลก แต่หากเจ้า Smart Watch นี้ไม่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพด้านสุขภาพจากหน่วยงานสากลระดับโลกที่น่าเชื่อถือ ก็ถือว่ายังไม่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์นั่นเอง


support.apple.com

คลายสงสัย Apple Watch 4 วัดคลื่นหัวใจ ผ่านการรับรอง FDA หรือยัง?

มีข้อมูลอัปเดตล่าสุดจาก FDA ที่รายงานว่า“แอปพลิเคชันวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiogram: ECG) ที่ได้รับการติดตั้งใน Apple Watch 4 เป็นอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์จาก FDA ในระดับ II”

ข้อเท็จจริงนี้จึงมาชี้ว่า ขณะนี้ Apple Watch 4 วัดคลื่นหัวใจ ผ่านการรับรองในระดับ II และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อได้รับการรับรองในระดับ lll ซึ่งเป็นการควบคุมพิเศษ ไปจนถึงการผ่านการรับรองก่อนวางจำหน่าย

เนื่องจากตามข้อกำหนดของ FDA ที่ใช้ในการรับรองและจัดประเภทอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบ่งเป็น 3 ระดับ ตามอัตราความเสี่ยงและระดับความเข้มงวดที่อุปกรณ์นั้นต้องได้รับการควบคุม จากน้อยไปมาก ดังนี้

iระดับ l การควบคุมทั่วไป เป็นข้อกำหนดมาตรฐานทั่วไปที่ใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาเพื่อรับรองทุกอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ทั่วไปที่ไม่เสี่ยงอันตรายมากนักในการใช้ อย่าง ไม้กดลิ้น เสาให้น้ำเกลือ เป็นต้น

fระดับoIl การควบคุมทั่วไป ถึงการควบคุมพิเศษ เกณฑ์ในการตรวจจะเพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของอุปกรณ์มากขึ้น อย่างการกำหนดให้มีฉลากพิเศษบนอุปกรณ์ ระบุวิธีการใช้งานโดยละเอียด โดยอุปกรณ์ทางการแพทย์เหล่านี้ก็เช่น หน้ากากอนามัย รถเข็นไฟฟ้า 

sระดับilll รวมการควบคุมทั่วไป การควบคุมพิเศษ ไปจนถึงการผ่านการรับรองก่อนวางจำหน่าย หรือเรียกว่า premarket approval: PMR ใช้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูง จำเป็นต้องมีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกมารองรับ มักเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีผลกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ อาทิ เครื่องกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ หรือลิ้นหัวใจเทียม

support.apple.com

ด้วยเหตุนี้ จึงสรุปได้ว่า ตอนนี้ผู้ใช้ก็มั่นใจในระดับหนึ่งได้ว่า ECG app ในAApple Watch 4  นี้ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการใช้งานได้ในฐานะอุปกรณ์การแพทย์ โดยเป็นแอปพลิเคชันวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในระดับอุปกรณ์การแพทย์ที่มีความเสี่ยงระดับกลางเท่านั้น


รู้ข้อดี ‘ECG app’ ใน Apple Watch serie 4 นวัตกรรมพลิกโฉมวงการแพทย์

ถึงตอนนี้ แม้ว่าเรื่องของการรับรองทางการแพทย์ในฐานะอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสูงของ Apple Watch 4 ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ในอีกด้าน ก็ต้องยอมรับว่าฟีเจอร์ใหม่ของ Smart Watch เรือนนี้ ได้สร้างความฮือฮาในหมู่คนรักสุขภาพได้ไม่น้อยทีเดียว

เพื่อทำความรู้จักกับ กลไกการทำงานของการวัดคลื่นหัวใจให้มากขึ้น เรามีข้อมูลคุณสมบัติใหม่สุดคูลของฟีเจอร์เอาใจคนรักสุขภาพแบบเข้าใจง่ายมาฝากกัน

  • กลไกตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ Apple Watch 4

แค่เปิดแอปแล้วรอให้ Apple Watch วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวณดูอัตราการเต้นของหัวใจทั้งในช่วงพักเดิน ไปจนถึงก่อน ระหว่าง หรือหลังออกกำลังกาย ซึ่งถ้าอัตราการเต้นของหัวใจของคุณสูงหรือต่ำกว่าจำนวนครั้งต่อนาที (BPM) ที่เลือกไว้ในขณะที่ร่างกายไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเวลา 10 นาที Apple Watch จะแจ้งเตือนทันที

  • Smart Watch วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างไร?

นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะรุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติโดดเด่น ซึ่งสามารถตรวจจับการทำงานของหัวใจได้ดังนี้

การเตือนภาวะหัวใจเต้นช้า (low heart rate หรือในทางการแพทย์เรียกว่า ‘bradycardia’)

การวิเคราะห์จังหวะการเต้นของหัวใจ (heart rhythm) จึงสามารถตรวจพบโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (atrial fibrillation: AFib) ได้ ซึ่งสองอย่างแรกนี้สามารถตรวจจับผ่านเซ็นเซอร์แสง (optical sensor) ที่อยู่ด้านหลังนาฬิกาได้เลย

support.apple.com

โดยกลไกการทำงานนี้ นับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถอ่านค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้จากบนข้อมือโดยตรง ด้วยการออกแบบให้มีขั้วไฟฟ้าเพิ่มลงในปุ่ม Digital Crown และเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าตัวใหม่ที่ใส่ไว้ในฝาครอบแซฟไฟร์ด้านหลัง เพียงสัมผัสปุ่ม Digital Crown แค่ 30 วินาที แอปก็จะแสดงผลวิเคราะห์การเต้นของหัวใจได้ว่าการเต้นของหัวใจของผู้ใช้อยู่ในภาวะปกติ หรือมีสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพที่ซับซ้อนได้

ซึ่งการตรวจบันทึก การเก็บข้อมูล ตลอดจนการวินิจฉัยสุขภาพทั้งหมดของผู้ใช้ จะถูกเก็บรวบรวมไว้ในแอปสุขภาพในรูปแบบ PDF ที่สามารถแชร์กับแพทย์ได้ทันที

แหล่งข่าวคอนเฟิร์มแล้วว่า Apple Watch Series 4 เริ่มจำหน่ายในประเทศกลุ่มแรก หรือ Tier 1 ไปแล้วในวันที่ 21 กันยายน 2018 นี้ ส่วนประเทศไทยอยู่ใน Tier 3 ต้องรอการประกาศจาก Apple และตัวแทนจำหน่ายอีกครั้งว่าจะเริ่มจำหน่ายเมื่อไร งานนี้ ใครอยากได้นวัตกรรม Smart Watch รุ่นใหม่มาครอบครองคงต้องติดตามข่าวกันอย่างใกล้ชิด แบบห้ามกะพริบตากันทีเดียว


อ้างอิง : https://hbr.org/2018/10/why-doctors-shouldnt-dismiss-the-apple-watchs-new-ecg-app?utm_medium=social&utm_campaign=hbr&utm_source=facebook

https://www.forbes.com/sites/jeanbaptiste/2018/09/14/apple-watch-4-is-now-an-fda-class-2-medical-device-detects-falls-irregular-heart-rhythm/#76f4ff5f2071

https://www.theverge.com/2018/9/13/17855006/apple-watch-series-4-ekg-fda-approved-vs-cleared-meaning-safe

https://support.apple.com/th-th/HT204666


อ่านเรื่องราวน่าสนใจของ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพล่าสุดกันต่อ

‘ผ้าอาบน้ำแห้ง’ วิธีอาบน้ำ ไม่ใช้น้ำ! อยู่บ้าน โรงพยาบาล หรือเมืองหนาวก็พกไปใช้ได้

นักวิจัย ม.ธรรมศาสตร์เปิดตัว 2 นวัตกรรมโดนใจ คุณแม่มือใหม่

Previous articleอยากเห็น Studio ของศิลปินระดับโลก ไม่มีภาพถ่าย แต่ดูได้จาก 5 ภาพวาดนี้
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.282/61
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์