
ญี่ปุ่นอิจฉาคนไทย
ธรรมชาติสวยอาหารอร่อย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กล่าวต่อที่ประชุมถึงการไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่นว่า คนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งรู้สึกอิจฉาคนไทย และนายกฯต้องการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม แจ้งเจ้าหน้าที่และข้าราชการในหน่วยงานให้ช่วยกันทำให้จุดเด่นของประเทศไทยมีความชัดเจนใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบในเรื่องนี้อย่างมาก จึงขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมไว้ 2.อาหารอร่อย โดยนายกฯเล่าว่า ที่ญี่ปุ่นมีการพูดถึงอาหารริมทาง หรือ Street food รวมถึงอาหารจานหลัก เช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน จึงขอให้เด็กไทยได้อนุรักษ์ไว้ และ 3.ความสุขของคนไทยและรอยยิ้มที่สดใส โดยเฉพาะในปี 2562 ซึ่งไทยจะเป็นประธานอาเซียน คนไทยต้องมีมิตรไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้านและนักท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี

Mitsui ลงทุนอุตฯไฮเทคในอีอีซี

นายทัตสึโอะ ยาสุนากะ ประธานและ CEO บริษัท Mitsui & Co. เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางไปประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ครั้งที่ 10 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยในอีอีซี ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในอีอีซี และความสนใจของบริษัท Mitsui & Co. ในการพัฒนาระบบรางของไทย โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายกำลังตกลงเรื่องรูปแบบในด้านการเงินของโครงการฯ


ครม.ไฟเขียวช่วยค่าปุ๋ยชาวไร่อ้อย

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อซื้อปัจจัยการผลิต หลักการคือจะประกอบด้วยการช่วยเหลือ 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลสำหรับซื้อปุ๋ย 50 บาทต่อตัน ส่วนที่สองชาวไร่อ้อยกับโรงงานช่วยเหลือตัวเองโดยมีการนำส่งเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวไร่อ้อยเป็นประจำ ก็จะใช้เงินส่วนนี้มาอุดหนุนค่าปุ๋ย 70 บาทต่อตัน รวมแล้ว 120 บาทต่อตัน โดยจะร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดว่าจะมีชาวไร่อ้อยที่จะได้รับประโยชน์ 340,000 ราย โดยจะจ่ายเงินเข้าบัญชีชาวไร่โดยตรง

ชาว ‘โยธะกา’ แฮปปี้
‘อีอีซี’ เคลียร์ประเด็นพื้นที่ชัดเจน

น.ส.ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอธิบายกับชาวบ้านว่าอีอีซีไม่มีแผนนำพื้นที่ในโยธะกาไปพัฒนาแต่อย่างใดเพราะการอนุมัติโครงการต่างๆจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแต่ณวันนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีแผนนำพื้นที่ในโยธะกาไปพัฒนาเพื่อรองรับโครงการใดๆในอีอีซี
รองเลขาธิการอีอีซี ยังได้ย้ำกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านอีกว่า อีอีซีมิได้มีแผนที่จะใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ที่ดินตรงนี้ยังเป็นของทหารเรือ โดยในวันที่ 24 ต.ค.61จะจัดประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง ณ ห้องประชุม พล. ร.11 จากนั้นในช่วงบ่ายจะเชิญผู้แทนของกองทัพเรือลงพื้นที่มาพบปะกับกลุ่มชาวบ้านโยธะกา การอธิบายดังกล่าวสร้างความเข้าใจและพอใจให้กับชาวโยธะกาอย่างมาก

ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มจีดีพีไทย
สะท้อนเศรษฐกิจฟื้นตัว
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2561 จาก 3.9% มาอยู่ที่ 4.6% และในปี 2562 จาก 3.8% เป็น 3.9% สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ได้รับการปรับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป และเกาหลีใต้

ทูตพาณิชย์ดันธุรกิจบริการ
เจาะตลาดทั่วโลก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ได้เรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงและผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) จาก 56 สำนักงานทั่วโลก เพื่อเตรียมการประชุมประเมินสถานการณ์และวางแผนขยายการค้าการลงทุนไทยในต่างประเทศ โดยมีแผนขับเคลื่อนธุรกิจบริการที่มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ เช่น บริการด้านสุขภาพ ธุรกิจผู้สูงอายุ โรงพยาบาล สปา ร้านอาหาร บริการด้านดิจิทัลคอนเทนต์ บริหารจัดการโรงแรม ศูนย์การค้า รับเหมาก่อสร้าง ด้านไอพี และบริการด้านโลจิสติก รวมถึงอีคอมเมิร์ซโดยร่วมมือกับพันธมิตรของประเทศต่างๆและสร้างแบรนด์ไทย(Thailand’s Brand) เจาะตลาดใหม่ ตลาดเมืองรอง และตลาดเฉพาะทั่วโลก

ไมโครซอฟท์หอบ AI ลงทุนแกร็บ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “ไมโครซอฟท์” ผู้ผลิตและพัฒนาซอฟท์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก แถลงการณ์ว่า บริษัทเตรียมจะเข้าไปลงทุนใน “แกร็บ” บริษัทผู้ให้บริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันจากสิงคโปร์ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนในเชิงยุทธ์ศาสตร์ แต่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขของมูลค่าการลงทุนจากไมโครซอฟท์ที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม คาดว่าการลงทุนครั้งนี้น่าจะมีมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การร่วมมือดังกล่าวแกร็บจะสามารถนำเทคโนโลยีการประมวลผลและจดจำภาพ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จดจำใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือ มาใช้ปรับปรุงประสบการณ์ในการรับส่ง ซึ่งผู้โดยสารสามารถถ่ายภาพจุดที่อยู่ในปัจจุบันและแปลงเป็นข้อมูลที่อยู่ให้คนขับได้เลย












