เอาคดีปักมันไว้ มันจะได้ไม่อยู่ให้รำคาญใจ ช่วงเลือกตั้ง..!! 55555 ฝันไปเถอะครับลุงฉุน…!! ลุง…อยากให้ผมไปนัก-ผมก็จะอยู่ ไม่อยากให้ผมไปช่วยหาเสียง-ผมก็จะไปมันทุกจังหวัด ผมจะทำทุกอย่างในกรอบของกฎหมาย เพื่อสนับสนุนทุกองค์กร และทุกพรรคการเมือง ที่อยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ให้รวมพลังกันเอาชนะการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการฯให้ได้..!!

พานทองแท้ ชินวัตร… ๙ ตุลา

ลูกทักษิณ ไม่เคยได้รับอะไรเหมือนคนอื่นเค้าหรอก  ได้รับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ แต่รู้มั้ย เลือดเนื้อของทักษิณก็วิ่งอยู่ในตัวเราทั้ง 3 คนนั่นแหละจะเข้มแข็ง ให้สมกับเป็น “ลูกทักษิณ” ขอบคุณทุกคนสำหรับกำลังใจที่ส่งให้พี่โอ๊คและครอบครัวเรานะคะ ส่งใจให้เราเยอะๆ นะ ขอเลยวันนี้ ”

แพทองธาร ชินวัตร… ๑๐ ตุลา


สองข้อความข้างต้นจากเฟซบุ๊กเด็กสองคนนี้ โผล่ขึ้นมาในวาระที่อัยการกำลังจะสั่งฟ้องคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทยของ นายพานทองแท้ ความข้างต้นนี้ใครจะคิดใครจะเขียนไม่สำคัญ แต่เนื้อหานั้นสร้างภาพไว้ชัดเจนว่า กฎหมายไทย ถูก “ฝ่ายเผด็จการ” เอาไปใช้รังแกเด็ก ขอให้คนรักเด็ก รักประชาธิปไตยมารวมพลังกันเป็นฝ่ายประชาธิปไตยให้จงได้ 

แม้ทุกวันนี้จะเริ่มเข้าหน้าเหล้าหน้าข้าวแล้ว และใครๆ ก็พยายามเป็นกลางกันไปหมดก็ตาม แต่ประชาชนโดยรวมก็ควรจะมีโอกาสได้ข้อมูลที่ครบถ้วนอยู่ดี ดังนั้นในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ คตส. และหนึ่งในพยานดีเอสไอ คดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย และเลขานุการอนุกรรมการไต่สวนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ผมก็ขอเสนอข้อมูลมาสมทบให้ได้สมดุลต่อภาพรวมบ้าง ดังนี้


ถาม :  กฎหมายไทยกล้ารังแกเด็กอย่างนี้เชียวหรือ

ตอบ :  คดีธนาคารกรุงไทยนี้ ศาลฎีกาชี้ขาดยุติไปแล้วว่าปล่อยกู้โดยมิชอบ สู้กันเต็มที่ทุกแง่มุม แฟร์ทุกอย่างแล้ว เหตุที่ลามไปถึงนายพานทองแท้ก็เพราะหลักฐานทางเดินของเงินที่ให้กู้กันโดยมิชอบนี้ ส่วนหนึ่งมันลากไปถึงชื่อนายพานทองแท้ ว่าน่าจะมีส่วนรับประโยชน์เข้าตัว โดยการแปลงเป็นธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือจนเข้าข่ายฟอกเงินด้วย หลักฐานอย่างนี้ ทั้ง คตส.,ดีเอสไอ และอัยการ มัดแน่นจนเขาต้องชี้มูลความผิดฐานฟอกเงิน

ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องรังแกเด็ก ธันวาคมนี้คดีก็จะขาดอายุความแล้ว ทั้งดีเอสไอและอัยการเขาไม่สั่งสำนวนไม่ได้หรอกครับ อย่าไปว่าเขาเลย ว่าคนอื่นดีกว่า


ถาม : ว่าใครดีกว่าครับ

ตอบ : พฤติกรรมใช้ชื่อลูกเล็กๆ ทั้งพานทองแท้ พิณทองทา มาซุกหุ้นทำเป็นรับซื้อหุ้นชินคอร์ปมูลค่าหลายหมื่นล้านจากพ่อแม่ หุ้นละ ๑ บาท แล้วห้ามตลาดหลักทรัพย์จ่ายปันผลให้ลูกโดยตรง ต้องจ่ายเป็นเช็คผ่านบริษัท ชินคอร์ป ให้เลขาแม่นำเข้าบัญชีที่ใช้ชื่อลูกเปิดบัญชีไว้ และให้ลูกเซ็นใบถอนเงินทิ้งไว้ให้  แล้วเลขาแม่ก็ถอนเงินปันผลไปเข้าบัญชีแม่ทุกงวด รวมกว่า ๓๐๐ ล้าน กว่า ๔ ปี นี่คือการใช้ชื่อลูกทำผิด ซุกหุ้นสัมปทาน ก่อนขึ้นเป็นนายกฯ ทั้งสิ้น ไม่มีทางปฏิเสธได้


ถาม : แล้วเรื่องเงินธนาคารกรุงไทยไหลเข้ามายังชื่อลูกล่ะครับ

ตอบ : ก็น่าเชื่อว่า…ต้องเป็นเหมือนกรณีซุกหุ้นเช่นกัน นายพานทองแท้ไม่น่าจะรู้เรื่องอะไร เลยถูกเลขามารดาเอาลายเซ็น เอาชื่อไปใช้ทำธุรกรรมต่างๆ ทั้งสิ้น


ถาม : แล้วเราไปลงโทษเขาทำไม

ตอบ : ก็เรียกมาสอบถามกันทั้งนั้นแล้ว แต่เขาไม่ยอมพูดความจริงว่า พ่อแม่หรือพี่แจงเป็นคนจัดการ ตัวเองไม่รู้เรื่องเซ็นเอกสารไปตามที่เขาบอกมาเท่านั้น ถ้าพูดอย่างนี้ เจ้าหน้าที่เขาก็กล่าวหาไม่ได้หรอกครับ ตอนเกิดเรื่องก็ยังเป็นเด็กจะไปรู้เรื่องอะไร แต่เมื่อไม่พูดความจริงก็ต้องโดนคดีเป็นธรรมดา


ถาม : แพทองธารเขาบอกว่า เกิดเป็นลูกทักษิณ ก็ต้องรับอะไรแรงกว่าคนอื่นเสมอ

ตอบ : ขานั้น พอบรรลุนิติภาวะ พ่อแม่ก็จัดการเอาชื่อมาใช้แบ่งถือหุ้นชินคอร์ปจากพี่ชาย ให้ข้างพี่ชายเหลือหุ้นไม่เกิน ๒๕% จากนั้นก็ถูกใช้ชื่อร่วมกันขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็คร่วม ๗ หมื่นล้านในที่สุด  ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหมือนกัน

อันที่จริงแล้วเด็กสองคนนี้ไม่ได้ทำอะไรแรงๆ เลย โดนแรงๆ ก็เพราะพ่อแม่เอาชื่อไปใช้แรงๆ ทั้งสิ้น ตอนเป็น คตส.ใหม่ๆ ผมก็เคยบอกเพื่อน เตือนผ่านไปยังครอบครัวเขาแล้วว่า อย่าเอาชื่อลูกเข้ามา ไม่มีใครอยากทำอะไรเด็กทั้งนั้น แต่ในที่สุดชื่อเขาก็ถูกนำมาใช้และเมื่อไม่พูดความจริงก็ต้องโดน


ถาม : เขาบอกว่า ไม่มีลูกใครโดนแรงอย่างนี้

ตอบ : ก็พ่อแม่ทั่วไป ไม่มีใครเขาใช้ชื่อลูกมาเล่นแรงๆ เสี่ยงคุกตะรางอย่างนี้หรอกครับ หัวใจทำด้วยอะไรก็ไม่รู้


อย่าไปโทษคนอื่น ไม่ต้องไปปราศรัยอะไรที่ไหนด้วย มันไม่ใช่เรื่องเผด็จการหรือประชาธิปไตยอะไรเลย…เด็กเอ๊ยยเด็ก…เกิดที่ไหนไม่เกิด


เรื่องโดย : แก้วสรร อติโพธิ