แม้ว่า ภารกิจช่วยชีวิตทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย จะผ่านพ้นและสำเร็จลุล่วงลงกว่า 3 เดือนแล้ว ทว่า ภาพความร่วมมือของชาวโลกที่ไม่แบ่งเชื้อชาติ ชนชั้นนั้น ยังอยู่ในใจของคนทั่วโลกจนกระทั่งวันนี้ โดยเฉพาะภาพของวันที่สามารถช่วยชีวิตทั้ง 13 หมูป่า ออกมาได้อย่างปลอดภัย จนถึงวันที่อนาคตเยาวชนของชาติทั้ง 12 คน กลับคืนสู่อ้อมอกผู้ปกครองและยิ้มได้เหมือนเดิม น่าจะเป็นรางวัลที่มีค่าที่สุดของทุกคนที่มีส่วนร่วมในภารกิจแห่งชีวิตนี้แล้ว มาในวันนี้ เราชาวไทยก็ได้รับข่าวที่น่ายินดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อ ทีมหมูป่า โกอินเตอร์ บินลัดฟ้าไปร่วมโอลิมปิกเยาวชน พร้อมขอบคุณชาวโลกจากหัวใจที่ได้ช่วยชีวิตพวกเขาไว้

โดยการเดินทางครั้งนี้ นับเป็นการต่อยอดโอกาสให้กับเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัด ออกสู่โลกกว้าง ให้ทั้ง 12 ชีวิต ได้เข้าใกล้และมองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพตนเองให้มีความสามารถจนได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น


ต้นทางการเดินทางส่งคำขอบคุณชาวโลก & ส่ง ทีมหมูป่า บินลัดฟ้า โกอินเตอร์ ต่อยอดโอกาส

ต้นทางของการเดินทางครั้งนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความตั้งใจอันดีของทั้งภาครัฐและเอกชนไทย ที่ต้องการต่อยอดจากวิกฤตที่ทีมนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ให้เป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของอนาคตนักฟุตบอลเยาวชนเหล่านี้ไปถึงดวงดาวอย่างที่หลายคนตั้งใจไว้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานแถลงข่าว ’13 ชีวิต หมูป่าอะคาเดมี ขอบคุณชาวโลก’ ที่ประเทศอาร์เจนติน่าและสหรัฐอเมริกา โดยกล่าวขอบคุณชาวโลกที่ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ จากกรณีประสบภัยในถ้ำหลวง จังหวัดเชียงราย และมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) เข้าร่วมด้วย

“เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงที่เพิ่งผ่านไปนี้ แสดงให้เห็นถึงความมีมนุษยธรรมและความเมตตาธรรมของชาวโลก ที่ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตใดก็ตาม เมตตาธรรมคือสิ่งที่ช่วยเหลือทุกคน ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้จัดงานขอบคุณทีมงานกว่า 1 พันคนไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับการสื่อสารมาจากประชาคมโลกเสมอว่า อยากพบเจอกับเยาวชนทั้งหมดบ้าง ไม่ใช่ในฐานะฮีโร่ แต่ทุกคนอยากยกย่องในความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย อดทนแข็งแกร่ง จนฝ่าฟันอุปสรรคออกมาได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคำเชิญมากมายจากหลายประเทศ แต่รัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสมหลายอย่าง”

โดยเหตุผลที่คำนึงถึง คือ 1. ต้องไม่เสียการเรียน 2. ต้องไม่เสียงบประมาณค่าใช้จ่าย 3. ต้องรับปากว่าจะคุ้มครอง รวมถึงไม่นำเยาวชนทุกคนไปในทางที่ไม่ถูกต้อง หรือหาผลประโยชน์ ทั้งนี้ ข้อกำหนดนี้ก็สามารถคัดกรองหน่วยงานที่มีความตั้งใจดีได้ส่วนหนึ่ง

ที่สุดแล้ว มีหน่วยงานที่เดินหน้าสนับสนุนการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้แก่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่ได้เชิญให้ทีมหมูป่า โกอินเตอร์ บินลัดฟ้าไปร่วมงานพิธีเปิดยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 เพื่อเป็นสัญลักษณ์และปลูกฝังให้เด็กเยาวชนเห็นความสำคัญถึงการเป็นนักกีฬา

นอกจากนี้ยังมีสมาคม เอเชีย โซไซตี แอสโซเซียชั่น ที่ส่งคำเชื้อเชิญ ให้ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้าหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นผู้แทนทีมปฏิบัติการฯ เข้ารับรางวัล ‘Asia Game Changer Award 2018’ จากสมาคมดังกล่าวที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในโอกาสนี้ ผู้เชิญรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ทีมหมูป่าจะได้เดินทางไปขอบคุณชาวโลกด้วยตัวของเขาเอง


ไม่ใช่แค่เรื่องรางวัล แต่ได้รู้จักตัวตน ‘ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร’ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จภารกิจสุดหิน

อย่างที่กล่าวไปว่า การเดินทางในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินทางเพื่อเปิดโอกาสให้ ทีมหมูป่า โกอินเตอร์ ไปขอบคุณชาวโลกเท่านั้น แต่มีอีกหนึ่งบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่า เดินทางไปรับรางวัลอันทรงเกียรติและคู่ควรด้วย

ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

บุคคลท่านนั้น คือ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายถ้าหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่จะไปเป็นผู้แทนทีมปฏิบัติการฯ เข้ารับรางวัล Asia Game Changer Award 2018 โดยมีทีมหมูป่าร่วมเป็นสักขีพยาน

ซึ่งล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ WaenPloy Chitt-amphai ได้โพสต์ถึงการสัมภาษณ์ นายณรงค์ศักดิ์ ที่เธอนิยามว่าเป็น การพูดคุยในบรรยากาศสบายๆ อเมริกันสไตล์ ซึ่งทำให้เราได้รู้จักตัวตนของผู้ว่าฯ ท่านนี้ และชื่นชมแนวคิดของนายณรงค์ศักดิ์เพิ่มไปอีก ใจความว่า

เมื่อพิธีกรถามว่า ได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ก็ตอบว่า “เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่คนมากกว่าหมื่นคนทั่วโลก มาช่วยโดยไม่รู้จักเด็กๆ เหล่านี้มาก่อน ดังนั้น ผมคิดว่าถ้าเราสามารถเอาบทเรียนตรงนี้ ไปใช้ในภายภาคหน้า ในมุมมองว่า อยู่เพื่อคนอื่น ทำประโยชน์ให้ผู้อี่น โลกก็จะน่าอยู่”

และเมื่อมีผู้ร่วมฟังการสัมภาษณ์ที่เป็นหญิงไทยถามว่า ผู้ว่าฯ คิดอย่างไรกับรางวัลนี้ และคิดว่าสำคัญต่อคนไทยอย่างไร ผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ตอบว่า

รางวัลนี้เป็นของคนหมื่นกว่าคนที่ทำงานร่วมกันมา จริงๆ แล้วทั้งหมื่นกว่าคนนั้นควรจะมาอยู่ที่นี่ในห้องนี้ รางวัลนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจว่าแม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเล็กๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เราก็มีศักยภาพในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จได้ด้วยความสามัคคี แค่คนไทยมีความสามัคคีและมีเป้าหมายเดียวกัน เราทำได้ทุกอย่าง”

ดังนั้น ในมุมมองของท่าน นี่คือความหมายและคุณค่าของรางวัลสำหรับชาวไทยทุกคน


เพื่อให้บทส่งท้ายของเรื่องเล่าสร้างพลังใจนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ที่สุด ผู้เขียนขออัญเชิญ พระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับความสามัคคี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะประชาชนจังหวัดราชบุรี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 ความว่า

“…บ้านเมืองไทยสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ได้โดยดี เพราะว่าจิตใจสามัคคีและแสดงออกซึ่งสามัคคี ถ้าตราบใด เรารักษาความสามัคคีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันไว้ได้ เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขตราบนั้น…”


อ้างอิง :


ค้นหาพลังใจจากเรื่องเล่าดีๆกันต่อ 

ดร.พญ.พิจิกา วัชราภิชาต คุณหมอ AI ศึกษาและเทใจให้ Healthcare

“ฮอนโจ-แอลลิสัน” 2 ยอดคุณหมอพิฆาตมะเร็ง พิชิตรางวัลโนเบล 2018

Previous articleดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าแบงก์ชาติ เผยเบื้องลึก ‘4 ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ’ และวิธีสร้างภูมิคุ้มกัน
Next articleในหลวง รัชกาลที่ 9 พาไทยพ้นวิกฤต สงครามโลกครั้งที่ 2
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์