เมื่ออาเซียนมุ่งจะเป็นฐานการผลิตร่วมกันในระดับภูมิภาค โดยยึดเอาพันธกิจร่วมกันตั้งแต่จัดตั้ง เขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA ตั้งแต่ปี 2535 เป้าหมายที่ต้องพิชิตก่อนเป็นลำดับแรกจึงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการลดภาษีระหว่างกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งถ้าโฟกัสมายังตลาดอาเซียน 4 นั่นคือ กลุ่มประเทศ CLMV อันมี ‘ตลาดกัมพูชา’ เป็นหนึ่งใน 4 ของกลุ่ม ก็พบว่ามีข้อกำหนดชัดเจนถึงระยะเวลาในการวางกฎการลดภาษี นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ ตลาดกัมพูชา หวานหอมในหมู่นักลงทุนไทย ชวนให้ไปขยายธุรกิจหรือส่งออกสินค้าไปตีตลาดประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ให้ได้


ตามข้อตกลงระบุไว้ว่า กลุ่มประเทศอาเซียน 4 หรือ CLMV ได้รับการอนุโลมให้ลดภาษีอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยในวันที่ 1 มกราคม 2010 (2553) นี้ อาเซียน 4 ประเทศ จะต้องลดภาษีรายการสินค้าทั้งหมดให้ไม่สูงกว่า 5% และจะต้องลดลงเหลือ 0% ในปี 2015 (2558)  โดยอาจยังมีบางสินค้าที่จะได้รับการยืดหยุ่นให้ลดภาษีเหลือ 0% ในปี 2561 ได้ (ยกเว้นสินค้าอ่อนไหว และสินค้าอ่อนไหวสูง)

“ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการที่กำลังทำธุรกิจส่งออกไม่ต้องมองหาตลาดที่ไหนไกลเพราะ ตลาดกัมพูชา เป็นตลาดการค้าระหว่างประเทศที่มีศักยภาพสูง ไม่ควรมองข้าม ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพราะเป็นตลาดการค้าระหว่างประเทศที่ไม่ไกลและมียังมีโอกาสเติบโตได้สูงในอนาคตด้วย”

จากโอกาสของการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนนี่เอง ที่ทำให้ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA จัดสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจกัมพูชา” ให้กับผู้ที่สนใจขึ้น โดยเชิญวิทยากรผู้มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการทำตลาดและการทำธุรกิจในประเทศกัมพูชา มาให้ความรู้กัน ซึ่งในงานสัมมนานี้มีประเด็นที่น่าสนใจมาแชร์เพื่อเป็นข้อมูลให้นักธุรกิจ SMEs ได้วางแผนการลงไปตีตลาดกัมพูชาให้สำเร็จด้วย


เปิดโผ ‘สินค้าทำเงิน’ โดนใจคนกัมพูชา

“โดยภาพรวมสถานการณ์มูลค่าการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา ปี 2015-2018 มีมูลค่ารวมที่ 1,254.21 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และมีมูลค่าการส่งออกรวมที่ 1,047.63 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ด้านมูลค่าสินค้านำเข้า มีมูลค่าที่ 203.60 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา”

เมื่อรู้ตัวเลขการส่งออกที่ยิ่งเชิญชวนให้สนใจตลาดกัมพูชาแห่งนี้แล้ว วิทยากรในงานก็ได้ส่วนสินค้าส่งออก 10 อันดับแรกที่ไปตีตลาดกัมพูชาได้สำเร็จ  ซึ่งได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม น้ำตาลทราย รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ รถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ปูนซิเมนต์ และ ผลิตภัณฑ์พลาสติก

โดยใน 10 อันดับนี้ ธนาคารเพื่อการนำเข้าและส่งออกแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank เคยออกรายงานเพื่อวิเคราะห์ตลาดกัมพูชาว่า สินค้าใดที่จะเข้าตีตลาดนี้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ใน 10 อันดับที่กล่าวมานี้ โดยประโยค keyword ที่ผู้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่กัมพูชาบอก คือ สินค้าที่มีความต้องการ เพิ่มขึ้นตามฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวกัมพูชา

  • รถยนต์และส่วนประกอบ

ด้วยเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้กลุ่มชาวกัมพูชาที่มีฐานะดีมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่ดินและธุรกิจวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งกลุ่มเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยขึ้นจากการขายที่ดินให้กับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้เอง ชาวกัมพูชาที่มีฐานะดีขึ้นมักนิยมซื้อรถยนต์ใหม่แทนรถยนต์มือสองที่ชาวกัมพูชานิยมใช้โดยทั่วไป โดยเฉพาะรถยนต์ยี่ห้อหรู ราคาแพง ส่งผลให้ปัจจุบันค่ายรถยนต์อย่าง Audi และ Porsche เตรียมเปิดโชว์รูมในกัมพูชาหลังจากที่ BMW เพิ่งเปิดโชว์รูมรถยนต์ในกรุงพนมเปญไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2556

  • อัญมณีและเครื่องประดับ

ชาวกัมพูชาที่เรียกได้ว่าเป็น เศรษฐีใหม่ นิยมที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ สวมใส่อัญมณีและเครื่องประดับที่มีดีไซน์ทันสมัยและหรูหรา รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดีมีรสนิยมและนำแฟชั่น เพื่อบ่งบอกถึงฐานะนั่นเอง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม

ชาวกัมพูชากว่าร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศ หรือราว 7.5 ล้านคน เป็นประชากรวัยหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ซึ่งเป็นวัยที่รักสวยรักงาม เริ่มสร้างฐานะและมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งได้รับอิทธิพลจากสื่อของไทยค่อนข้างมาก ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบการใช้สินค้าไทย หรือตามพรีเซนเตอร์ซึ่งเป็นดาราไทยที่พวกเขาชื่นชอบ

ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามอาทิ แป้งแต่งหน้า รองพื้น ลิปสติก และเครื่องสำอางต่างๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์รักษาผิว โดยเฉพาะครีมบำรุงผิว เป็นสินค้าดาวรุ่งพุ่งแรงที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยชาวกัมพูชานิยมบริโภคสินค้าที่ใช้แล้วเห็นผลเร็วหรือเห็นผลทันที เนื่องจากมีค่านิยม “ยิ่งขาว ยิ่งสวย” ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด สารที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้นเป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

  • เครื่องจักรกลการเกษตร

การย้ายฐานการผลิตของธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูปเข้ามาในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กัมพูชาเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตรกรรม รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องกำหนดมาตรการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจดังกล่าว และการนำเข้าเครื่องจักรกลการเกษตรก็เป็นอีกกลไกหนึ่งในการเยียวยาปัญหานี้

กอปรกับแรงงานหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนมากนิยมหันมาทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยรายได้ดีและงานเบากว่าภาคเกษตรกรรม ความต้องการเครื่องจักรกลและอุปกรณ์การเกษตรเพื่อใช้ทดแทนแรงงานจึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาทิ รถไถนาเดินตามรถเกี่ยวข้าว เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก เครื่องสูบน้ำ และเครื่องพ่นยาฆ่าแมลงสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวอย่างร้อนแรง


เปิดประเด็น ข้อเท็จจริงต้องรู้ ถ้าอยากรุ่งใน ตลาดกัมพูชา

ไม่ใช่แค่หยิบยกเอาโผสินค้า 10 ชนิด ที่ประสบความสำเร็จและทำเงินได้ในตลาดกัมพูชามาชี้ช่องรวยเท่านั้น แต่ภายในงานสัมมนานี้ยังมีการนำเสนอประเด็นน่าสนใจในรูปแบบของการวิเคราะห์ตลาดและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศกัมพูชาด้วย ดังนี้

  • โฟกัสที่ ‘สินค้าตอบโจทย์ชีวิตสมัยใหม่’ มาแรง

เครื่องดื่มและสิ่งของเครื่องใช้ที่ทำจากพลาสติก กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากประเทศกัมพูชายังไม่สามารถผลิตสินค้าเหล่านี้ได้เพียงต่อความต้องการของคนในประเทศ ที่เริ่มจับจ่ายใช้สอยเพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายมากขึ้น อีกทั้งมาตรฐานของสินค้าไทยยังเป็นที่ยอมรับในประเทศเพื่อนบ้านว่ามีคุณภาพดีอีกด้วย

  • จะเจาะตลาดล่าง หรือตลาดบน ก็มีลู่ทางที่สดใส

แม้ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่มีคนมีฐานะเพิ่มขึ้นในสังคมกัมพูชามาก แต่อย่างไรก็ตาม ประชากรในประเทศส่วนใหญ่ยังมีกำลังซื้อไม่สูงนัก และจะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเท่านั้น เช่น อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มชูกำลัง ตลาดนี้จึงน่าสนใจไม่น้อย ในทางกลับกัน พฤติกรรมที่สังเกตได้ชัดในสังคมกัมพูชายุคนี้ คือ ประชากรจำนวนหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มผู้บริโภครายได้สูง ยินดีจ่ายเพื่อสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าที่แสดงถึงความทันสมัย เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า


ทั้งนี้ แม้โอกาสจะเปิดขนาดนี้ ทว่า หลายเสียงก็สรุปตรงกันว่า นักลงทุนที่อยากประสบความสำเร็จในสมรภูมิการค้านี้ อย่าผลีผลาม เพราะการทำการค้าในกัมพูชา ผู้ส่งออกควรเลือกช่องทางการค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือผู้นำเข้าสินค้าประเภทนั้นๆ เพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการทำตลาดเองในระยะเริ่มแรกจะดีที่สุด


ที่มา : สัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจกัมพูชา” จัดโดย สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือ NEA

อ้างอิง : http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=เขตการค้าเสรีอาเซียน


รอบรู้เรื่องธุรกิจ การลงทุน รอบโลก กันต่อ

อัปเดต ’10 บริษัทเทค’ ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ในไตรมาส 3 ปี 2018 พร้อมประเด็นชวนคิด

รู้จักสตาร์ทอัพก็เยอะแล้ว ถึงเวลาสตาร์ทอัพสาย A.I. จาก ‘เกาหลีใต้’ เข้ามาโชว์ตัวในไทยบ้าง

แนะกลเม็ด ส่ง SME ไทย ผงาดใน ตลาด halal food ระดับโลก