เมื่อก่อนคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการวัดความเฉลียวฉลาดด้วยระดับ Intelligence Quotient (I.Q.) หรือความฉลาดทางสติปัญญา เพียงอย่างเดียว เพราะไปให้ค่าว่า ทักษะในการคิด วิเคราะห์ คำนวณ และการใช้เหตุผล มีความสำคัญที่สุดในการชี้วัดความอัจฉริยะ ทว่า ในยุคนี้ ความอัจฉริยะทางสติปัญญา ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นหลักประกันว่าคนคนนั้นจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป หากขาด ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence)
ไม่ใช่แค่ เกณฑ์การชี้วัดความฉลาดทางอารมณ์ เท่านั้น เพราะยุคนี้มีการนำเสนอแนวคิดในการชี้วัดความเฉลียวฉลาดอีกมากมายหลายด้าน เช่น ล่าสุด มี CQ หรือ Curiosity Quotient ความฉลาดด้านความอยากรู้อยากเห็น ที่เชื่อมั่นว่าความกระตือรือร้น ไม่หยุดเรียนรู้ ของคนคนหนึ่งเป็นตัวบ่งชี้ความเฉลียวฉลาดได้
แต่อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ เกณฑ์การชี้วัดความฉลาดทางอารมณ์ หรือ Emotional Quotient (E.Q.) ก็ได้รับการยอมรับและนำมาใช้ร่วมกับ เกณฑ์การชี้วัดความอัจฉริยะทางสติปัญญา หรือ I.Q. อย่างสม่ำเสมอ
รู้ทันนิยามที่แท้จริงของ ‘ความฉลาดทางอารมณ์’
สำหรับ นิยามของความฉลาดทางอารมณ์ ที่ระบุไว้ในหนังสือของนักเขียนชื่อ แดเนียล โกลแมน ซึ่ง Key Meaning ของ เกณฑ์การวัดความฉลาดทางอารมณ์ คือ
- ตระหนัก เข้าใจ และบริหารจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้
- ตระหนัก เข้าใจ และเป็นแรงบันดาลใจ ขับเคลื่อนอารมณ์แง่บวกให้กับคนอื่นได้
คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จะสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง รู้วิธีจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งอารมณ์ของตนเองและอารมณ์ของคนอื่น โดยเฉพาะเวลาอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันมากๆ
โดยหนังสือเล่มนี้ ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “มนุษย์เราทุกคนเป็นเผ่าพันธุ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก และในการดำเนินชีวิตประจำวัน หากต้องตัดสินใจอะไรสักเรื่อง อารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจ เช่นกันกับปฏิกิริยาที่แสดงออกก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ที่มากระตุ้นในตอนนั้น”
ด้วยเหตุนี้ ความฉลาดทางอารมณ์ จึงมีอิทธิพลอย่างมากในทุกความสัมพันธ์
10 นิสัย ต่อยอดสู่ ‘ความฉลาดทางอารมณ์’ ได้
อย่างที่เกริ่นมาแล้วว่า มีลักษณะนิสัยที่สามารถนำไปสู่การเพิ่มระดับ ความฉลาดทางอารมณ์ ให้สูงขึ้นได้ ดังนั้น หากใครที่มองหาวิธีการเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ อาจเริ่มจากการสำรวจตัวเองว่ามีลักษณะนิสัยต่อไปนี้ ที่พร้อมจะต่อยอดไปสู่ความฉลาดทางอารมณ์ได้หรือไม่
- ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
ลักษณะนิสัยนี้ เชื่อว่ามีอยู่ในส่วนลึกของจิตใจทุกคนอยู่แล้ว นั่นคือ คุณสมบัติในการเข้าอกเข้าใจในสถานการณ์ที่ผู้อื่นกำลังเผชิญอยู่ เห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น โดยตามรายงานของ the Greater Good Science Center at UC Berkeley ระบุว่า ความเห็นอกเห็นใจนี้มี 2 รูปแบบ นั่นคือความเห็นอกเห็นใจที่มักจะส่งผลให้รู้สึกเครียดทุกครั้งที่ได้รับรู้ถึงความกังวลของผู้อื่น กับความเห็นอกเห็นใจที่สื่อถึงความสามารถในการทำความเข้าใจผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็นหรือเจอ
ซึ่งความเห็นอกเห็นใจทั้ง 2 รูปแบบนี้ ต้องมีการรับมืออย่างถูกวิธี มิเช่นนั้นอาจส่งผลให้เรารู้สึกเครียดเองได้ รายงานนี้จึงแนะนำวิธีการรับมือกับความรู้สึกนี้ไว้ด้วยว่า “ให้เขียนความคิดและความรู้สึกเห็นอกเห็นใจนั้นออกมา พร้อมกับการวิเคราะห์ว่าถ้าคุณเป็นเขา ต้องการให้คนอื่นปฏิบัติกับคุณอย่างไร”
- รู้จักตัวเอง
การรู้จักตัวเองเป็นศาสตร์และศิลป์ในการเข้าใจตัวเองในรูปแบบที่ควรจะเป็น ด้วยการตระหนักรู้ถึงวิธีการบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกใดก็ตามที่มากระทบจิตใจ รวมถึงสามารถควบคุมปฏิกิริยาที่แสดงออกกับคนอื่น การรู้จักตัวเองจึงเป็นทั้งการมองเห็นตัวตนของตัวเองที่เป็นอยู่ และการแสดงออกซึ่งความเป็นตัวเอง จุดยืน ให้ผู้อื่นได้รู้ด้วย
- ความอยากรู้อยากเห็น
อย่างที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า “ฉันไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย ฉันมีแค่ความใคร่รู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น” เพราะฉะนั้น ตราบใดที่คนคนนั้นมีความอยากรู้อยากเห็น ผู้นั้นย่อมไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพื่อค่อยๆ ก้าวไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยที่ส่งผลให้คนมีความอยากรู้อยากเห็นก็อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่ตนรักและชอบ (passionate) ด้วย
- การคิดเชิงวิเคราะห์
ทักษะในการคิดเชิงวิเคราะห์ได้นี้ เป็นคุณสมบัติที่นับว่ามีความสำคัญมากที่จะต่อยอดไปสู่ ความฉลาดทางอารมณ์ เพราะคนที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ยิ่งคิดได้รอบด้านและลึกกว่าคนอื่น ก็ยิ่งหาทางออกของปัญหาที่ดีที่สุดได้ และส่วนใหญ่คนที่เป็นเช่นนี้ ก็จะมีความใฝ่รู้ และเปิดรับความคิดเห็นหรือมุมมองของคนอื่นที่จะมาช่วยเติมเต็มข้อมูล ช่วยให้การตัดสินใจนั้นสมบูรณ์ขึ้น
- เชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง
ว่ากันว่าวิธีการรักษาความเป็นตัวของเองไว้ให้ได้ คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเอง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เป็นความเชื่อที่บ่มเพาะมาจากความเชื่อพื้นฐานที่ว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตล้วนมีเหตุและผลของมัน และที่สุดแล้วถ้าเราเชื่อมั่นในตัวเอง วันหนึ่งเราก็จะขับเคลื่อนตัวเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้
แน่นอนว่าความเชื่อมั่นเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถนำพาชีวิตไปสู่จุดที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้ เชื่อแล้วก็ต้องลงมือทำด้วย ถ้าทำได้ ความสำเร็จในชีวิตก็อยู่ไม่ไกล โดยเครื่องมือที่ขอแนะนำเพื่อรักษาความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเองไว้ให้ได้ คือ หมั่นฝึกสมาธิเป็นประจำ นี่จะเป็นสิ่งฝึกจิตที่ทำให้คุณไม่หลุดออกจากเส้นทางที่วางไว้ได้
- เข้าใจความต้องการที่แท้จริง
ตามแนวคิดที่ อับลาฮัม มาสโลว์ ได้ให้ไว้ เกี่ยวกับ ‘ลำดับชั้นของความต้องการของมนุษย์’ บ่งบอกให้รู้ว่ามนุษย์มีความต้องการหลายระดับชั้น เมื่อความต้องการขั้นพื้นฐานอย่างความปลอดภัยในชีวิต การยังชีพได้ในสังคม ได้รับการเติมเต็ม จากนั้นความต้องการของมนุษย์ก็จะเพิ่มขึ้นไปในเรื่องที่ตนเองสนใจและต้องการ
ที่เกริ่นถึงแนวคิดข้างต้นนี้ก็เพื่ออธิบายต่อว่า หากคุณอยากเป็นคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ จะต้องแยกให้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ต้องการหรือมีความจำเป็นต่อชีวิต ขณะเดียวกันอะไรคือสิ่งที่ไม่ได้จำเป็น แต่คุณแค่อยากได้มันมาครอบครองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าจะต้องสะกดความอยากนั้นไว้เสมอไป การจะซื้อหาสิ่งที่ตนอยากได้เพื่อเป็นรางวัลของชีวิตบ้างก็ไม่ได้ผิดอะไร ตราบใดที่คุณพร้อม แต่ถ้าไม่พร้อมก็ขอให้ตระหนักรู้ และจัดลำดับความจำเป็นในชีวิตให้ได้เท่านั้นเอง
- ทำเต็มที่ในสิ่งที่รัก
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งมีระดับ E.Q. สูงนั้น มักขับเคลื่อนตัวเองด้วยการทำในสิ่งที่รัก (passionate) เดินหน้าทำสิ่งนั้นอย่างเต็มที่จนความมุ่งมั่นเป็นพลังที่เผื่อแผ่มายังคนรอบข้าง ซึ่งมักจะรับรู้ได้ถึงพลังนั้นด้วย ขณะเดียวกัน คนประเภทนี้มักจะรับรู้ได้ด้วยว่าคนไหนมี passion ในสิ่งเดียวกับเขา โดยความรักในสิ่งที่ทำนี้เองที่จะทำให้เกิดพลังบวก ความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น เกี่ยวกับสิ่งนั้น และเมื่อใดก็ตามที่ต้องพบเจอกับอุปสรรค พลังแห่ง passion นี้เอง ก็จะเป็นเชื้อเพลิงเติมพลังกาย พลังใจ ให้ก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ในที่สุด
- การมองโลกในแง่ดี
ทัศนคติในแง่บวกหรือการมองโลกในแง่ดีนี้ เป็นสิ่งที่อยูในการควบคุมของทุกคน คือ คุณเป็นคนเลือกได้เองว่าจะมองโลกแง่บวกหรือลบ ในหลายโอกาส หลายสถานการณ์ การมองโลกในแง่ลบทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย ดังนั้น นี่จึงเป็นเหมือนคุณสมบัติพื้นฐานที่คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ควรมี ส่วนประโยชน์ของการมองโลกในแง่ดีนี้ ฌอห์น แอนชอว์ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจได้เคยกล่าวไว้ว่า
“เมื่อคุณมีความสุข เมื่อเราอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ดี ช่วงเวลานั้นเราจะเป็นคนที่สมาร์ท เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนอื่น ดังนั้นความสุข การมองโลกในแง่บวกเป็นประจำจึงเป็นเคล็ดลับที่นำไปสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก”
- ปรับตัวง่าย
คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ ย่อมรู้ว่าสถานการณ์ใดที่เขายังคงทำตามแนวคิด หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ และในสถานการณ์ไหนที่เขาควรทำตัวเหมือนจิ้งจกที่เปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อมที่อยู่ เพื่อซ่อนตัวจากศัตรูได้ ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่า จะละทิ้งเป้าหมายหรือออกนอกลู่ทางที่ตนยึดมั่น ทว่า เป็นการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยเป้าหมายที่จะเดินต่อก็ยังคงอยู่ แต่อาจเดินไปด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่วิธีเดิมที่ตั้งไว้เท่านั้นเอง
- อยากเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จไปพร้อมกับตนเอง
รางวัลของคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์ ไม่ใช่การพาตัวเองมายังจุดที่ประสบความสำเร็จ ทว่า กลับอยู่ที่การมองเห็นความสำเร็จของผู้อื่นไปพร้อมกับความสำเร็จของตนเองมากกว่า ซึ่งสิ่งที่ได้กลับคืนมาย่อมเป็น connection ที่จะต่อยอดไปสู่ความสำเร็จครั้งต่อไปของตนเองได้ในที่สุด
ค้นหาแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองจากบทความนี้กันต่อ
คุณยังเชื่อมั่นในแสงแห่ง ‘อุดมคติ’ และใฝ่ฝันว่าจะทำตามเป้าหมายชีวิตตัวเองอยู่หรือเปล่า










