แผนงานของผู้นำในแต่ละประเทศในยุคมหาอำนาจหลายขั้วที่ชัดเจนคือ ‘การประสานพื้นที่ทางภูมิรัฐศาสตร์’ เพื่อคุ้มครองประเทศตนเองให้มีความปลอดภัยจากการรุกรานของศัตรูและความพยายามที่จะชักจูงให้แต่ละประเทศเห็นด้วยกับแนวทางของตนเอง รวมถึงเพื่อที่จะสกัดคู่แข่งและพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจของตน


ดูอย่างแผนงานของปูตินและสี จิ้นผิง ผู้นำทั้งสองของโลก มีปัญหาเรื่องการป้องกันแนวรบความมั่นคงทั้งตะวันตก (ยุโรปตะวันตก) และตะวันออก (เกาหลีใต้และญี่ปุ่น) จากสหรัฐอเมริกา วิธีจัดการให้ได้ตามแผนก็คือ การรวมยูเรเซียให้เป็นทวีปที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีประชากรส่วนใหญ่ของโลกอาศัยอยู่และเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์มวลรวมทั่วโลกมากที่สุด 

หากเราพิจารณาร่วมกับประเทศในทวีปแอฟริกาให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ก็จะมีอาณาเขตที่ไม่เพียงแต่จะสามารถจัดหาทรัพยากรทั้งหมดที่จำเป็นได้อย่างเต็มที่ แต่ยังสามารถป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามภายนอกได้ 

การคิดแผนงานดังกล่าวมีความน่าสนใจ คือ ไม่ได้มองดินแดนของประเทศแต่ละประเทศแบบเดิมๆ อย่างที่รับรู้กันในกูเกิลหรือตำรา แต่วาดอาณาเขตของประเทศตนเองไปพร้อมกับความมั่นคงทางการเมือง การทหาร และการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

การวาดแผนที่ดังกล่าวนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือให้เกิดขึ้น ทั้งการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ ในการป้องกันการรุกรานจากภายนอก หรือถ้าเป็นคู่แข่ง ต้องชักจูงและโน้มน้าวเพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงกิจการภายในของตน ในฐานะรัฐดาวเทียม

แนวโน้มปัจจุบันนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของวอชิงตัน คือ การบริหารด้านนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยวอชิงตันจะไม่รักษาความปลอดภัยให้แก่พันธมิตรของตนอีกต่อไป ซึ่งเกิดขึ้นจากความพ่ายแพ้เชิงกลยุทธ์ของวอชิงตันในตะวันออกกลาง การเติบโตที่ชัดเจนของอำนาจทางทหารเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงการก่อตัวของศูนย์อำนาจใหม่คือ รัสเซียและจีน 

การอยู่ในตำแหน่งเก่าของรัฐดาวเทียมของสหรัฐ ในเวลาเดียวกัน อย่างในยุโรปและเอเชียจะกลายเป็นอันตรายมาก ดังนั้นจึงเข้าใจตรรกะของมอสโควและปักกิ่งไม่ยาก ว่าการกระทำของ “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์” ของสหรัฐต้องปรับตัว เพราะวอชิงตันจะไม่จ่ายค่ารักษาความปลอดภัยให้แก่พันธมิตรของตนอีกต่อไป 

ในทางตรงกันข้าม จะขอเงินค่ารักษาความปลอดภัยให้แก่ประเทศเหล่านี้ด้วย ซึ่งก็ยังเป็นข้อสงสัยว่าสหรัฐจะมีความสามารถในการคุ้มกันพันธมิตรหรือแม้แต่ตนเอง ด้วยศักยภาพด้านอาวุธที่มีความเร็วเหนือเสียงของรัสเซียหรือไม่ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนตำแหน่งรัฐดาวเทียมตามแถลงการณ์ล่าสุดของประธานาธิบดีฝรั่งเศส แอมมานูแอล มาครง เกี่ยวกับความปรารถนาของชาวยุโรปในการรักษาความปลอดภัยและความจำเป็นในการสร้างความสัมพันธ์กับรัสเซียและพันธมิตร ชี้ให้เห็นว่าอียูกำลังสร้างระบบการป้องกันความมั่นคงของตนเองขึ้นมาใหม่เพื่อแทนนาโต้ และยอมรับว่าหากไม่ปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย การเจรจาปัญหาสันติภาพ การเมือง การทหารในระดับโลก ไม่สามารถแก้ได้ และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นความหายนะทางภูมิรัฐศาสตร์ของวอชิงตัน ในแนวรบด้านตะวันตกของยูเรเชีย

หันมาดูการป้องกันชายฝั่งตะวันออกของจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี คงจะต้องยอมรับว่าหากเจรจากับเพื่อนบ้านได้ก็คงจะอยู่ร่วมกับรัสเซียและจีนได้ในอนาคต เพราะวันนี้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต้องเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก คือ ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นที่ชายแดน ไม่ต้องการเจรจากับจีน รัสเซีย

ถ้าสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทางเศรษฐกิจ เช่น การมีส่วนร่วมโดยทั่วไปในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของยูเรเชียและโครงการด้านพลังงาน การดำเนินงานเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นในอนาคต จะช่วยให้นักการเมืองของประเทศเหล่านี้สามารถเปลี่ยนไปใช้รูปแบบใหม่ของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการเมืองได้

เราจึงจะเห็นศูนย์กลางอำนาจโลกใหม่บริเวณ เอเชียตะวันออกไกล (เหนือ) และหากจีนเปลี่ยนให้แอฟริกาใช้เงินหยวนเร็วยิ่งขึ้น เมื่อนั้นก็สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้โดยไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเรื่องสงครามการค้าอีกต่อไป

แต่ปัญหาทางการทหารตอนนี้คือ สหรัฐจะทำให้เอเชียกลางนั้นไร้เสถียรภาพโดยกลุ่มนิยมความรุนแรงเพื่อสร้างความหวาดระแวงให้แก่นักลงทุนหรือไม่ คิดว่าทั้งปูตินและสี จิ้นผิง น่าจะรู้คำตอบล่วงหน้าแล้ว


 

 

เรื่องโดย : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย