
นายกฯเรียกเชื่อมั่นนานาชาติ
ย้ำเลือกตั้งต้นปีหน้า


พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ ในการประชุมผู้นำเอเชีย–ยุโรป ครั้งที่ 12 ณ อาคารยูโรปา กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม วาระที่ 1 ในหัวข้อ “Building the future together: Promoting inclusive growth and sustainable connectivity” ว่า นายกรัฐมนตรี ได้เสนอแนวคิด 3 ประการ เพื่อให้เอเชียและยุโรปหันมาร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คือ 1.ส่งเสริมความเชื่อมโยงในด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน 2.ส่งเสริมความเชื่อมโยงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง และ 3.ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมโยงภูมิภาคยุโรปกับเอเชีย ทั้งนี้ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีย้ำว่ารัฐบาลได้ดำเนินการตามโรดแมปด้วยการจัดการเลือกตั้งต้นปีหน้า เพื่อให้ไทยกลับสู่ประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

‘อุตตม’ หนุน ‘อ้อย’
นำร่องเศรษฐกิจชีวภาพ

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในการเสวนาเรื่อง “ก้าวต่อไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่า อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานสำคัญต่อการปฏิรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือ Bio Economy ปี 2561-2570 เนื่องจากอ้อยถือเป็นพืชที่มีความพร้อมมากสุดสำหรับการนำไปทำ Bio Economy เป็นการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับชาวไร่อ้อย จากนั้นวางเป้าหมายจะขยายไปสู่พืชเกษตรอื่นๆ เช่น ปาล์ม มันสำปะหลัง โดยผลิตภัณฑ์เป้าหมายคือพลาสติกชีวภาพ เคมีชีวภาพ และชีวเภสัชภัณฑ์

อานิสงส์อีอีซี ช่วยดันบริษัทเปิดใหม่

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการจดทะเบียนธุรกิจธุรกิจจัดตั้งใหม่ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.- ก.ย.61) มีการจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัท จำนวน 56,271 ราย เพิ่มขึ้นจำนวน 659 ราย คิดเป็นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย.60) จำนวน 55,612 ราย รวมมูลค่าทุนจดทะเบียน 240,486 ล้านบาท โดยการจัดตั้งบริษัทใหม่มีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างไรก็ตาม หากนับเฉพาะเดือนเดือนกันยายน 2561 มีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 6,313 ราย เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2561 จำนวน 6,446 ราย ลดลง 133 ราย คิดเป็นร้อยละ 2 และเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2560 จำนวน 6,532 ราย ลดลง 219 ราย คิดเป็นร้อยละ 3

ชง ‘เมดอินไทยแลนด์’ วาระแห่งชาติ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ส.อ.ท.เตรียมเสนอมาตรการผลักดันโครงการเมดอินไทยแลนด์ ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งคนในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากระยะหลังการค้าระหว่างประเทศมีการแข่งขันรุนแรง มีมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษีจำนวนมาก และมีสงครามการค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เกิดขึ้น ส่งผลให้สินค้าต่างชาติไหลเข้าสู่ตลาดของไทยมากขึ้น รวมทั้งระยะหลังสินค้าไทยในหลายอุตสาหกรรม มีความแข็งแกร่ง เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ปั้น 77 แบรนด์ชุมชน
‘ไทยเด่น’ สู่เวทีโลก

นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยเด่น“ สร้างสรรค์อัตลักษณ์สินค้าอุตสาหกรรมชุมชนสู่สากล พร้อมกลยุทธ์การสร้าง Product Hero จำนวน 77 ผลิตภัณฑ์ 77 จังหวัด เพื่อการพัฒนาสินค้าชุมชน ส่งเสริมและผลักดันสินค้าอุตสาหกรรมชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาแล้วเสร็จจะเข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ พร้อมจัดผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาปั้นแบรนด์ชุมชนให้แข็งแรง ตั้งแต่การพัฒนารูปลักษณ์สินค้า รสชาติที่หลากหลาย การบริโภคที่สะดวกมากขึ้น ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมในแต่ละจังหวัด แต่ละท้องถิ่นให้โดดเด่นอย่างชัดเจน

ยอดเบี้ยวใบสั่งจราจร
ค้างกว่า 11 ล้านใบ

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประธานคณะทำงานติดตามผลบูรณาการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล กล่าวว่าจากสถิติใบสั่งในระบบพีทีเอ็ม (PTM-police ticket management) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นระบบจัดการใบสั่งผู้กระทำผิดกฎจราจร ที่มีข้อมูลการออกใบสั่งทั่วประเทศ พบว่าผลการบันทึกข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 7 ต.ค.2561 มีการออกใบสั่งรวม 13,515,036 ราย ชำระค่าปรับ 2,338,968 ราย โดยยังมีใบสั่งของผู้กระทำความผิดที่ค้างชำระ 11,176,068 ราย คิดเป็นค้างชำระร้อยละ 83

จีน–รัสเซียทำข้อตกลง
ลดใช้ดอลลาร์ชำระเงิน
กระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย เปิดเผยว่ามอสโกและปักกิ่งกำลังทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลสำหรับเพิ่มการใช้รูเบิลและหยวนในการชำระเงินทางการค้าระหว่างกัน โดยรัสเซียและจีนเคยประสบความสำเร็จในแง่ของการนำข้อตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างสกุลเงินหยวนและสกุลเงินรูเบิล มาใช้ให้เกิดประโยชน์มาแล้วในปี 2014 ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มการค้าขายโดยใช้สกุลเงินประจำชาติ และลดการพึ่งดอลลาร์และยูโรที่มีความผันผวน โดยการชำระเงินสินค้านำเข้าจากรัสเซียสู่จีนในปีที่ผ่านมาเป็นการจ่ายในรูปแบบสกุลเงินรูเปิลประมาณ 9% ขณะที่จีนชำระเงินค่าสินค้านำเข้าในรูปแบบของเงินหยวน ประมาณ 15%













