‘รัฐอุกกาบาต’ เป็นปรากฏการณ์ของรัฐที่กำหนด ‘แผนที่’ ตามกายภาพของตนเอง โดยมองตนเองเป็นศูนย์กลางของดุลยภาพอำนาจภายในประเทศ และไม่ปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของยุคมหาอำนาจหลายขั้ว 


แผนงานส่วนใหญ่ของรัฐอุกกาบาตจะเป็นเอกสารที่หนาหลายร้อยหน้าบนฐานข้อมูลระบบราชการ ซึ่งไม่มีเจ้าภาพในการปฏิบัติอย่างชัดเจนตามเป้าหมายและแผนงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
ส่วนใหญ่การทำงานตามแผนงานนั้น ขึ้นกับบารมีของผู้นำเป็นหลักและเป็นลักษณะของคำสั่งที่ไร้การติดตาม การตรวจสอบย้อนหลัง และเป็นรูปแบบระดมสรรพกำลังในกิจกรรมเป็นครั้งคราวให้อีเวนต์นั้นบรรลุ
หากเผชิญจากแรงกดดันจากมหาอำนาจในภูมิภาคก็จะผ่อนตามมากกว่าจะกำหนดกลยุทธ์ในการหาทางออกอย่างชัดเจน ซึ่งกลยุทธ์การรักษาความมั่นคงจะเน้นคำที่เรียกว่า การถ่วงดุลอำนาจ คือ คบกับทุกประเทศในด้านความร่วมมือทางทหาร ตั้งแต่การซ้อมรบ การซื้ออาวุธ และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกันเพื่อยับยั้งภัยคุกคาม 
อย่างไรก็ตาม หากเกิดการเผชิญหน้ากันจะนำไปสู่การกำหนดว่า อยู่ข้างไหน จับมือกับใครในที่สุด เช่น การส่งตัวผู้ก่อการร้ายหรือวีรบุรุษตามคำนิยามแต่ละฝ่าย, การถูกบังคับให้ซื้ออาวุธ, การรับรองสถานะรัฐ 
กลยุทธ์ถ่วงดุลนี้มีความแตกต่างจากการแบ่งงานกันทำในด้านความมั่นคง อย่างกรณี อินเดียที่ไม่ใช่รัฐอุกกาบาต อินเดียนั้นซื้ออาวุธบนหลักการแบ่งแยกแรงงานกันทำ โดยอินเดียมียุทธศาสตร์สกัดกั้นจีนในมหาสมุทรอินเดีย จึงไปร่วมมือกับสหรัฐ ในขณะเดียวกัน อินเดียมีแผนด้านการค้า การลงทุน การเคลื่อนย้ายคนกับรัสเซีย จากระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และอินเดียไม่ต้องการให้ใครมากำหนดตลาดอาวุธเพียงรายเดียวในการส่งมอบฝูงบินแก่กองทัพอากาศ อินเดียจึงปฏิเสธที่จะซื้อเครื่องบินรบรัสเซีย Su-30 MKI แต่ใช้ Rafale โดยร่วมมือกับฝรั่งเศสในฐานะรัฐมหาอำนาจทางการทหารรัฐหนึ่ง การต่อรองกันตรงนี้เกิดผลประโยชน์อย่างไร – ช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงและการค้าของอินเดียได้ เนื่องจากผู้ค้าอาวุธของแต่ละประเทศต้องมากำหนดราคากับอินเดีย 
กรณีอินเดียซื้อ S-400 จากรัสเซีย อินเดียขอแลกเปลี่ยนกับการลงทุนการขุดเจาะแก๊ส น้ำมันในรัสเซีย รัสเซียจึงต้องเร่งทำระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ให้เร็วยิ่งขึ้น และเปิดตลาดทรัพยากรแก่อินเดียในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ‘วลาดิวอสตอก’ เพื่อพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมให้มีมูลค่าเพิ่ม
การซื้ออาวุธจึงไม่ใช่แค่บอกความหมายของการรักษาความมั่นคงหรือการทอนเงินของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคง อย่างที่รัฐอุกกาบาตเข้าใจ แต่เป็นเรื่องกลยุทธ์การต่อรองผลประโยชน์ของชาติตามกลไกมาตรการลงโทษ หรือคว่ำบาตรจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ประเทศกลุ่มนี้จึงไม่ใช่รัฐอุกกาบาต นอกจากนี้ ก็เช่นการยกเลิกระบบการทำธุรกรรมการเงิน SWIFT กับประเทศคู่ค้าที่ถูกลงโทษจากสหรัฐ การปล่อยให้เรือบรรทุกแก๊สยังส่งมอบอยู่ หรือโครงการความร่วมมือนั้นๆ ที่ดำเนินการระหว่างประเทศต่อไป โดยไม่สนใจไยดี 
เพราะหากเป็นรัฐอุกกาบาตจะดำเนินการเพิ่มแรงบีบบังคับของอีกฝ่าย เมื่อเกิดการเผชิญหน้ากัน จึงได้แต่นั่งดูความเสียหายที่เกิดขึ้นมากกว่า 
การคิดค้นวิธีการใหม่สำหรับการออกจากกลไกเดิมๆ ที่มหาอำนาจใช้ อย่างการซื้อเรือดำน้ำของอินเดีย ใช้รูปแบบสัญญาเช่าเรือดำน้ำจากรัสเซีย วิธีการแบบนี้คือ กลไกการบริหารความมั่นคงเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ และตอบโจทย์ในเชิงตัวเลขแก่คู่แข่งตลาดอาวุธของอินเดียได้ดี โดยทำให้คู่แข่งทางการค้า การทหาร ต้องเสนอตัวเลขที่ได้เปรียบกว่า
รัฐอุกกาบาต เป็นกลุ่มประเทศที่มีแผนที่เฉพาะภายในประเทศ และยึดมั่นว่าตนเองคือ ศูนย์กลาง แต่ขาดกลยุทธ์ของการปรับเปลี่ยนตามนิเวศของโลกที่เปลี่ยนไป แม้ว่าจะร่วมมือกันทางเศรษฐกิจแต่ก็ยังยึดมั่นตนเองในฐานะที่เป็นศูนย์กลาง คือ หากใครจะก้าวออกจากรัฐอุกกาบาตต้องคิดค้น ‘มาตรฐานแพลตฟอร์มการค้ากับกลุ่มคู่ค้าของตนเอง’ เป็นอย่างน้อย
  • สมมติทำการค้ากับกลุ่ม Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy (ACMECS) ด้านสินค้าการเกษตร เราต้องกำหนดมาตรฐานสินค้าการเกษตรสำหรับ ACMECS ที่ไม่ใช่รูปแบบการค้าชายแดน จึงจะสามารถออกจากกลุ่มรัฐอุกกาบาตได้
  • หากทำธุรกรรมการท่องเที่ยวกับจีน ต้องวางมาตรฐานสินค้าการท่องเที่ยวกับจีนเพื่อทำให้เกิดการขยายพื้นที่ทางเศรษฐกิจต่อจากพื้นที่ทางกายภาพเดิม และให้มีมาตรการกำกับอย่างชัดเจนในการประกันมาตรฐานสินค้านั้น มิเช่นนั้น เมื่อถูกจีนบอยคอตการท่องเที่ยว แต่เรายังเสนอการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าจีน นั่นหมายความว่า เรากำลังดำเนินการแบบรัฐอุกกาบาตอยู่
ประเด็นที่สำคัญคือ การคิดค้นผลประโยชน์ที่สอดคล้องกับคู่ค้าและกำหนดแพลตฟอร์มมาตรฐานตนเองออกมาเพื่อสนับสนุนการขยายพื้นที่การค้า ความมั่นคง การเงิน เทคโนโลยี และผลิตซ้ำข้าวของเครื่องใช้ที่เราต้องการจะแลกเปลี่ยน
ในขณะที่ ACMECS คือตัวแทนของกลุ่มรัฐอุกกาบาต ซึ่งยังไม่มีอนาคตที่จะเดินต่อไปข้างหน้า มีแค่การถ่ายรูป จับมือกันแถลงข่าว และนัดกันปีต่อไปถามว่าใครจะเลี้ยงข้าว

 

 

เรื่องโดย : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย


อ่านบทความก่อนหน้า

กรณีศึกษา ว่าด้วยแผนออกจาก ‘รัฐดาวเทียม’ ของยุโรป

ภูมิรัฐศาสตร์ บอกได้ ‘ศูนย์กลางใหม่ของโลก’ อยู่ที่ไหน ซึ่งอีกไม่นานคงได้เห็นกัน