ทันทีที่ได้ทราบข่าวอัปเดตล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่า “กรมการผังเมือง ออกมาลั่นกลองรบ เร่งร่าง ผังเมือง อีอีซี เพิ่มพื้นที่สีม่วง 1.3 หมื่นไร่ รองรับการขยายนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี ตั้งเป้ารับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนได้เสียปลายพฤศจิกายนนี้ ด้าน การนิคมอุตสาหกรรมเผยว่า มีผู้ประกอบการนิคมกว่า 10 ราย กำลังตั้งตารอผังเมืองใหม่นี้ด้วยความตั้งใจ” ทำให้เราต้องรีบมาขยายความปรากฎการณ์นี้ในฐานะยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่น่าจับตามอง

โดยเฉพาะในรายละเอียดของผังเมืองรวมอีอีซีฉบับอัปเดตล่าสุดนี้ว่ามีสาระสำคัญอย่างไร ซึ่งก็มีรายงานข่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงกันแล้ว


อัปเดต ทุกรายละเอียดที่ต้องรู้เรื่อง ผังเมือง อีอีซี ฉบับใหม่ล่าสุด                    

ในปัจจุบัน ขั้นตอนการร่างผังเมืองรวมพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) อยู่ระหว่างการดำเนินงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ซึ่ง คุณมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า

คุณมณฑล สุดประเสริฐ : www.dpt.go.th

“การร่างผังเมืองรวมอีอีซี ซึ่ง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนภาพรวมนั้น ประกอบด้วย แผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับจาก คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ให้ความเห็นชอบ ซึ่งคาดว่าร่างผังเมืองรวมอีอีซีฉบับแรกจะออกมาในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ที่จะถึงนี้ แล้วจะดำเนินการรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนก่อนนำไปปรับปรุงให้ผังเมืองรวมอีอีซีมีความสมบูรณ์ตอบสนองความต้องการของทุกฝ่ายให้ได้มากที่สุด”

ผังเมือง อีอีซี ฉบับปฐมบทนี้จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

  1. แผนผังอีอีซีที่จะระบุรายละเอียดการใช้ประโยชน์ในที่ดินและโครงสร้างพื้นฐาน
  2. ผังเมืองรวมรายจังหวัด รวมถึงผังเมืองรวมเมืองหรือชุมชน
  3. ผังเมืองเฉพาะ เพื่อพัฒนาเมืองเดิมหรือเมืองใหม่

Mission Possible ! ยุทธศาสตร์พัฒนา 3 จังหวัด อีอีซี ให้พร้อมสำหรับทุกการลงทุน

เมื่อได้ทราบหลักการพื้นฐานของ ผังเมืองรวม อีอีซี ฉบับล่าสุดแล้ว ก็ได้เวลาเจาะลึกไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดเป้าหมาย นั่นคือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ว่ามีการวางผังเมืองและการพัฒนาไว้อย่างไรสำหรับแต่ละจังหวัด

  • ฉะเชิงเทรา เมืองโรงงาน เกษตรกรรมสีเขียว

สำหรับจังหวัดฉะเชิงเทรา อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้วิเคราะห์ผ่านภูมิศาสตร์ของจังหวัดนี้ พบว่า จังหวัด

ฉะเชิงเทรามีจุดเด่นเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ ชาวบ้านยังคงยึดอาชีพเกษตรกรและเป็นการทำเกษตรกรรมชั้นดี เป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพดีมีชื่อเสียง ทั้งยังเป็นแหล่งปลูกข้าว ทำการประมง ความหลากหลายในพื้นที่นี้เองที่เหมาะสมกับการสร้างเมืองใหม่ที่น่าอยู่ น่าอาศัย รองรับผู้ที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่อีอีซี

ด้วยเหตุนี้ การปรับพื้นที่ตามผังเมืองรวม อีอีซี ฉบับใหม่นี้ จึงมุ่งไปที่การสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ไม่เหมาะกับการทำการเกษตรแล้วให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมการเกษตรที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองใหม่ ซึ่งจะเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่ไม่ก่อมลพิษและจะออกกฎหมายอุตสาหกรรมหนักเข้ามาดำเนินการในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรานี้อย่างเด็ดขาด

ส่วนพื้นที่อุตสาหกรรมที่จะขยายเพิ่มจะเน้นดำเนินการในพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมในนิคมเดิมที่มีอยู่ ซึ่งต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ไม่ก่อมลพิษเท่านั้น

“ความตั้งใจในการวางผังเมืองในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ พื้นที่สร้างเมืองใหม่และพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงประชาชนโดยรอบจะต้องเห็นด้วย การขยายเขตของเมืองเก่าและเมืองใหม่ ไปจนถึงโซนต่างๆ จะต้องไม่กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อเมืองฉะเชิงเทราคงความน่าอยู่ในฐานะเมืองสีเขียวดั่งเดิม”

  • เพิ่มพื้นที่สีม่วง พัฒนาจังหวัดระยอง-ชลบุรี

การทำผังเมืองรวมในเขตพื้นที่จังหวัดชลบุรีและระยองนี้ มีความมุ่งมั่นที่จะขยายพื้นที่อุตสาหกรรมในโซนเดิมเพิ่ม ซึ่ง

สกพอ.จะเข้ามามีบทบาทในการพิจารณาดูความเหมาะสมของการประกาศเขตส่งเสริมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีม่วงสำหรับอุตสาหกรรมให้สอดคล้องและตอบสนองกับความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งสำหรับยุทธศาสตร์นี้ คุณมณฑล ขยายความว่า

“ตอนนี้เขตส่งเสริมที่ได้รับการอนุมัติแล้วมี 24 เขต ซึ่งก็จะพิจารณาปรับผังเมืองให้พื้นที่รอบเขตส่งเสริมรองรับอุตสาหกรรมได้ด้วย จากเดิมที่มีการกำหนดสีผังเมืองสีม่วงและวาดเส้นตามโฉนดที่ดินของนิคมอุตสาหกรรม ก็จะมีการพิจารณาเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรม ด้วยการใช้หลักเกณฑ์ เช่น ระบบสาธารณูปโภคน้ำประปา ไฟฟ้า โดยต้องหารือกับชุมชนว่าเห็นด้วยกับการเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ย้ำว่า สำหรับเกณฑ์การพิจารณาผังเมืองของเมืองใหม่ในพื้นที่อีอีซีต่อจากนี้ไป จะวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่ การรองรับสาธารณูปโภค ระบบขนส่งมวลชน ซึ่งจะต้องดำเนินการรับฟังความคิดเห็นทั้งของผู้ประกอบการและชุมชน รวมทั้งต้องประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมประกอบไปด้วย


ฟังความรอบด้าน เรื่องเพิ่มพื้นที่สีม่วง จาก สกพอ.

ด้าน คุณทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ สกพอ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ถึงแผนการเพิ่มพื้นที่สีม่วงสำหรับภาพอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่อีอีซี ว่า

คุณทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ : www.eeco.or.th

“ตามแผนระยะยาวของอีอีซีภายใน 15 ปี จะต้องเตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมประมาณ 1.5 แสนไร่ โดยในระยะ 5 ปีแรก จะต้องจัดสรรพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมให้ได้ 50,000 ไร่ ซึ่งในปัจจุบัน นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 31 แห่ง ภายในพื้นที่อีอีซีกินพื้นที่สีม่วง 37,000 ไร่ ดังนั้น จึงต้องขยายพื้นที่สีม่วงเพิ่มอีก 13,000 ไร่ จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าต้องการพื้นที่ที่น้อยกว่าการประเมินนี้ เพราะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มักใช้พื้นที่ในการก่อสร้างโรงงานไม่มากนัก”

นอกจากนั้น รองเลขาธิการ สกพอ. ยังเน้นย้ำถึงหลักการเพิ่มพื้นที่สีม่วงตาม ผังเมือง อีอีซี ฉบับใหม่นี้ว่า

“เราจะขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเดิมที่เป็นเขตอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เพื่อให้พื้นที่อุตสาหกรรมทั้งใหม่และเก่าอยู่รวมกันไม่กระจายไปทั่วแบบในอดีต ซึ่งง่ายต่อการบริหารจัดการและการควบคุมมลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทำให้ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่น้อยที่สุด โดยในการดำเนินการตามแผนระยะยาวของอีอีซีทุกเรื่อง ยังให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียเป็นลำดับต้นๆ ด้วย”


ที่มา : ข่าวเรื่อง “ผังเมืองเพิ่มพื้นที่อุตฯอีอีซี” หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2561

อ้างอิง : http://eservices.dpt.go.th/newspaper/fabridge.php?newsid=7069


อัปเดตทุกการพัฒนาในโครงการอีอีซีกันต่อ

รู้ไว้ไม่เอาท์! กฎหมาย EEC กับภารกิจ ‘เชื่อมโลก ให้ไทยแล่น’

CAEC ลมใต้ปีก หนุน EEC ช่วยสร้างความเข้าใจ ท้องถิ่นและชาวบ้านได้อะไรจาก EEC

ฮิตาชิผุดศูนย์ ‘Lumada’ พี่เลี้ยง IoT นอกญี่ปุ่น ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย บนพื้นที่ EEC