ปัจจุบัน ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าธุรกิจการค้าออนไลน์หรือ ตลาดอีคอมเมิร์ซจีน ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการค้าโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีมูลค่าการค้าในปี 2560 สูงถึง 29.16 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ร้อยละ 11.7 จากสถิตินี้กลุ่มสินค้าและบริการออนไลน์มีสัดส่วนการเติบโตมากที่สุด อยู่ที่ 21.83 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ถึงร้อยละ 24


แพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่น คลื่นใต้น้ำที่ส่งให้ ตลาดอีคอมเมิร์ซจีน เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ที่เป็นดังที่กล่าวมานี้ เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและระดับฐานะของประชาชนจีนที่ดีขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ ตลาดอีคอมเมิร์ซ ในประเทศจีนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด และการค้าออนไลน์นี้ก็ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่ของจีนเท่านั้น เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมา กลุ่มผู้ซื้อขายสินค้าออนไลน์ในเมืองชนบทของจีนก็มีกำลังซื้อมหาศาล จนส่งผลให้ตัวเลขมูลค่าของ E-Commerce จีน มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

อ้างอิงได้จากสถิติของศูนย์ Rural Big Data Center กระทรวงพาณิชย์จีน ที่ระบุว่า เมื่อปี 2560 มูลค่า E-Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ท้องถิ่นในชนบทของจีนมีมูลค่าสูงถึง 1.24 ล้านล้านหยวน แม้จะไม่สูงเท่าพื้นที่ทางภาคตะวันออกและมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.25 ของมูลค่าการค้าออนไลน์ทั้งประเทศ แต่ก็มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 39.1 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีนที่มีอัตราการเติบโตสูงถึง ร้อยละ 55.4

ดังนั้น จึงถือได้ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซจีน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันตกซึ่งถือว่าเป็นชนบทของจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มาพร้อมกับโอกาสให้นักลงทุนและผู้ประกอบการไทยเข้ามามีส่วนแบ่งเช่นกัน


ส่องสิทธิประโยชน์ดึงดูดใจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มณฑลส่านซี

จากการประกาศล่าสุดของจีนที่อนุมัติให้ ‘มณฑลส่านซี’ ซึ่งเป็นมณฑลที่ใหญ่และเจริญที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เป็นหนึ่งในมณฑลนำร่องเขตทดลองการค้าเสรีรุ่นที่ 3 (China (Shaanxi) Pilot Free Trade Zone) เมื่อเดือนเมษายน 2560 ส่งผลให้วิสาหกิจที่ลงทุนในพื้นที่เขตการค้าเสรีมณฑลส่านซี ได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษทางภาษีจำนวนไม่น้อย

นอกจากนี้ยังได้มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการและการขึ้นทะเบียนพาณิชย์ต่างๆ ทั้งนี้ ทางการจีน ยังได้เสนอสิทธิประโยชน์สำหรับวิสาหกิจที่ลงทุนในเขตโลจิสติกส์นานาชาตินครซีอาน (Xi’an International Trade and Logistics Park: ITL) ดังนี้

  • วิสาหกิจประเภท Fortune 500 และวิสาหกิจประเภท China 500 ที่ลงทุนในเขตฯ มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลตอบแทนเมื่อเข้าลงทุนสูงสุด 50 ล้านหยวน และวิสาหกิจที่ลงทุนในพื้นที่จนได้รับการพิจารณาให้เป็นวิสาหกิจที่มีผลประกอบการดี มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุด 50 ล้านหยวน
  • สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการค้าออนไลน์ข้ามแดน (Cross Border E-Commerce) โดยหากมีการขนส่งหรือลำเลียงสินค้าผ่านขบวนขนส่งสินค้านานาชาติ ‘ฉางอันห้าว’ ด้วยแล้ว วิสาหกิจมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนตามโครงสร้าง ‘หนึ่งเรื่องหนึ่งรายงาน’ (一线一报)
  • อุดหนุนวิสาหกิจในการก่อสร้างนิคมหรือสวนอุตสาหกรรม หากก่อสร้างนิคมหรือสวนอุตสาหกรรมระดับมณฑลขึ้นไปจะได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อจากธนาคารสูงสุด 50 ล้านหยวน/ปี
  • สนับสนุนและช่วยเหลือวิสาหกิจเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเชิงนวัตกรรมมีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือร้อยละ 20 ของเงินลงทุน แต่ไม่เกิน 50 ล้านหยวน
  • สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร หากได้รับการคัดเลือกเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพจะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านหยวน/ราย โดยสามารถรับรางวัลติดต่อกันได้ 3 ปี
  • วิสาหกิจที่ได้รับรางวัล ‘เขตทดลองการค้าเสรีเชิงนวัตกรรม’ และมีผลงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในระดับนคร มณฑล หรือประเทศ จะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 50 ล้านหยวน

เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยในจีน ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ E-Commerce

นอกจากโอกาสการลงทุนในตลาดอีคอมเมิร์ซจีนทั่วไปแล้ว ยังมีการนำเข้า-ส่งออก สินค้าจากต่างประเทศผ่านระบบออนไลน์หรือที่นิยมเรียกว่า Cross Border E-Commerce (CBEC) ที่มาเป็นอีกหนึ่งโอกาสใหม่ของ E-Commerce ในจีนที่น่าสนใจ โดยมีทั้งรูปแบบของ B2B (Business-to-Business) และ B2C (Business to Consumer)

ด้วยรัฐบาลจีนให้การสนับสนุน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับ E-Commerce ของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกของจีน จึงเดินหน้าสนับสนุนให้เปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse) รวมไปถึงการประกาศใช้มาตรการสำหรับเขตการค้าเสรีที่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าบางรายการในอัตราที่ต่ำกว่าการนำเข้าแบบปกติ ทำให้สินค้าที่ซื้อผ่าน CBEC มีราคาถูกกว่าสินค้านำเข้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกทั่วไป

ขณะที่ ล่าสุด คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ (NDRC) ได้ประกาศ 22 เมือง ให้เป็น ‘เมืองแห่งการนำร่องการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามแดน’ (Cross Border E-Commerce Pilot Zones : CBEC Pilot Zone) ประจำปี 2561 โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนบริษัท E-Commerce ในการพัฒนาที่ตั้งและระบบคลังสินค้าในต่างประเทศ รวมไปถึงการส่งเสริมและปลูกฝังการสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง


www.iesroad.com

แพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่น www.iesroad.com ตัวช่วยกระจายสินค้าไทยใน นครซีอาน

โพรเจกต์ เขตโลจิสติกส์นานาชาตินครซีอาน หรือ ITL ยังได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับ CBEC ที่ควบคุมและกำกับดูแลโดยใช้ชื่อว่า Xi’an International Inland Port E-commerce Co., Ltd.: XIIPE (西安国际陆港电子商贸有限公司) ภายใต้ชื่อ U Life 洋货码头 หรือ www.iesroad.com 

ปัจจุบัน U Life ได้ใช้ประโยชน์จากการจดทะเบียนก่อตั้งวิสาหกิจภายใน ITL ที่เป็นหนึ่งในโซนพื้นที่ทดลองเขตการค้าเสรีมณฑลส่านซี โดยวิสาหกิจเหล่านี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ในด้านภาษีนำเข้าและเข้าถึงระบบกระจายสินค้าอย่างเต็มที่ ซึ่งตอนนี้มีสินค้าที่จำหน่ายบน www.iesroad.com 6 กลุ่ม และมีการแบ่งสินค้าตามประเทศด้วย ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าจากประเทศไทยที่ได้รับความนิยม ได้แก่ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

และจากการสำรวจสินค้าของประเทศในกลุ่มอาเซียน พบเพียงกาแฟขาวแปรรูปของมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึง โอกาสการทำตลาดของสินค้าไทยในกลุ่มอาหารและผลไม้แปรรูป เครื่องปรุงรส รวมไปถึงสินค้าหัตถกรรมตกแต่งบ้าน ยังมีอีกมากในแพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่นนี้

นอกจากนั้น ยังมีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจชี้ว่า สินค้าที่ผู้บริโภคจีนนิยมซื้อผ่าน U Life โดยมากเป็นสินค้าในกลุ่มแม่และเด็ก โดยเฉพาะนมผงและเครื่องใช้สำหรับทารกที่ได้รับอานิสงส์จากขบวนขนส่งสินค้านานาชาติ ‘ฉางอันห้าว’ ซึ่งขนสินค้าของจีนไปขายยังทวีปยุโรป และบรรทุกสินค้าในกลุ่มแม่และเด็กที่ผลิตจากประเทศในทวีปยุโรปกลับเข้ามาจำหน่ายในจีนด้วย

อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลที่นักลงทุนต้องจดจำไว้ คือ สินค้าที่จำหน่ายใน U Life จะขนส่งมาทีละมากๆ แล้วนำมาเก็บไว้ที่คลังสินค้าทัณฑ์บน ซึ่งการนำเข้าสินค้าครั้งละมากๆ นี้จะช่วยลดต้นทุนของสินค้า

อย่างไรก็ดี ศูนย์ BIC ได้ตั้งข้อสังเกตว่าแพลตฟอร์มนี้มีสินค้าไม่หลากหลายเท่าที่ควร เพราะจะเน้นจำหน่ายสินค้าที่มีกระแสตอบรับดีและมียอดจำหน่ายสูง เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการสต็อกสินค้าจำนวนมากมีปัจจัยในเรื่องของวันหมดอายุของสินค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีข้อจำกัดอื่นๆ ที่หากรู้ไว้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น

  • สินค้าที่สั่งซื้อไปแล้วไม่ว่าด้วยรูปแบบ Ship to Order หรือ Stock to Order ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำไปจำหน่ายซ้ำ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจพบอาจมีความผิดตามกฎหมายได้ ด้วยข้อกำหนดนี้เอง ส่งผลให้ไม่สามารถสมัครลงทะเบียนในนามวิสาหกิจหรือบริษัทได้ ผู้ประกอบการจึงเสียโอกาสในการซื้อขายในรูปแบบ B2B2C (Business to Business to Customer) แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน มีช่องทางการค้า ของจีน เช่น ‘Guangdong Pilot Free Trade Zone’ ในเขตใหม่หนานซา (Nansha New Area) สามารถทำได้และมีสัดส่วนการค้าแบบ B2B2C มากถึงร้อยละ 95 ของรูปแบบการค้าทั้งหมด
  • สินค้าบางรายการไม่มีฉลากภาษาจีนกำกับ เนื่องจากเป็นสินค้านำเข้าประเภท Imported with original package ซึ่งตรงนี้เบาใจได้ว่า www.iesroad.com ได้แก้ปัญหาดังกล่าวแล้วด้วยการให้ผู้ซื้อติดต่อขอรับฉลากกำกับสินค้าหรือคู่มือภาษาจีนได้ที่ระบบบริการลูกค้า (客户服务)
  • ประเภทของสินค้าไม่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศในทวีปยุโรปซึ่งขนส่งผ่านฉางอันห้าว จะไม่มีสินค้าสดหรือสินค้าที่มีอายุการจัดเก็บสั้น เนื่องจากการขนส่งสินค้าทางรางใช้ระยะเวลาราว 15 วัน
  • www.iesroad.com ยังมีข้อจำกัดในด้านภาษา โดยให้บริการภาษาจีนเพียงภาษาเดียว อนึ่ง ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถใช้โปรแกรมการแปลอัตโนมัติได้ นอกจากนี้ www.iesroad.com ยังมีแอปพลิเคชันในมือถืออีกด้วย

บทสรุป ฟันธง ตลาดอีคอมเมิร์ชจีน ยังเปิดกว้าง น่าลงทุน

ความจริงที่นักลงทุนทุกคนที่สมัครใจเข้าไปลงทุนในประเทศจีนควรตระหนัก คือ แม้ว่าประเทศจีนจะเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเข้าสู่สนามการแข่งขันดังกล่าวแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ไม่ปรับตัวไปตามทิศทางตลาด และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

ดังนั้น หากผู้ประกอบการไทยอยากประสบความสำเร็จ ก็ต้องสามารถสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละมณฑลให้ถ่องแท้ และควรใช้ช่องทางการกระจายสินค้าที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์การค้ายุค E-Commerce ซึ่งจะเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการไทยในการทำตลาดในพื้นที่ตอนในของประเทศจีนได้มากยิ่งขึ้น โดยศูนย์ BIC มองว่า ในอนาคตแพลตฟอร์มที่คล้ายคลึงกันนี้จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับ นโยบาย ‘เมืองแห่งการนำร่องการค้าอีคอมเมิร์ซข้ามแดน’ หรือ CBEC มากขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ การพัฒนาของเทคโนโลยีทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้น ผู้บริโภคจึงเกิดพฤติกรรม ‘ช่างเลือก’ เนื่องจากต้องการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองในระดับที่สามารถซื้อหาได้ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของจีนเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่นพิเศษ และช่องทางการชำระเงินที่รองรับวิถีการใช้จ่ายของชาวจีนที่โดยมากเป็นกระเป๋าเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Wechat Pay หรือ Alipay) ก็จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดจีนตอนในได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน


สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ประสงค์จะส่งสินค้ามาจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม U Life สามารถติดต่อ 招商部门 (Investment Promotion Department) โทรศัพท์ (+86) 29-8334-2989 (ภาษาอังกฤษ)

เรียบเรียงข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครซีอาน / มณฑลส่านซี
(ข้อมูล ปรับปรุงล่าสุด : 24 กันยายน 2561)


ไม่พลาดทุกเรื่องอัปเดต การลงทุนในแดนมังกร อ่านต่อ

‘สิบสองปันนา’ ข้อต่อสำคัญเชื่อมโยงกายภาพและความสัมพันธ์ ไทย-ยูนนาน

‘Belt and Road Initiative’ โครงการยักษ์โดยผู้นำ ‘สี จิ้นผิง’ ผ่านมา 5 ปี นี่คือความคืบหน้าและสิ่งที่งอกเงย

Alipay กับยอดทำธุรกรรมข้ามแดนที่พุ่งปรี๊ด เมื่อคนจีนเปย์เก่ง โอกาสก็เป็นของเรา!