สื่อญี่ปุ่น สื่อจีน กระพือข่าวกันยกใหญ่ เมื่อ ‘ชินโซ อาเบะ’ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลงนามความร่วมมือทางเศรษฐกิจมากกว่า 50 ฉบับ หลังจากที่ไม่ได้ไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการนานกว่า 7 ปี!

ญี่ปุ่น – จีน ดึงศักยภาพมาสาน ‘ความร่วมมือ’

Chinese Premier Li Keqiang, Japanese Prime Minister Shinzo Abe, Chinese Foreign Minister Wang Yi and Japanese Foreign Minister Taro Kono attend a signing ceremony at the Great Hall of the People in Beijing, China, October 26, 2018. (REUTERS/Thomas Peter)

การพบปะเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศที่มี ศักยภาพด้านการลงทุน’ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25-27 ตุลาคม 2561 โดยประเด็นสำคัญของความร่วมมือดังกล่าว คือ ต้องการที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม โดยมุ่งผลักดัน 2 โครงการนำร่อง  ได้แก่

1) ลงทุนด้านการขนส่งระบบราง โดยสร้างรางรถไฟจากจีนไปยุโรป
2) ผลักดันโครงการพลังงานทางเลือก ได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมในหลายประเทศ


https://www.telesurtv.net

สำหรับรายละเอียดของพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ มีผู้นำของทั้ง 2 ชาติร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ในประเด็นหลักดังนี้

  • การจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชนจีนและญี่ปุ่นภายใต้กรอบเจรจาระดับสูงด้านเศรษฐกิจ
  • การลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินในการสนับสนุนนักลงทุนจีนและญี่ปุ่น ร่วมกันสำรวจตลาดในประเทศที่สาม ระหว่าง ธนาคารจีน ICBC และ ธนาคารญี่ปุ่น Mizuho ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เป็นเป้าหมายสำคัญที่ธนาคารทั้ง 2 จะร่วมมือกันในประเทศที่สาม

MOU ดังกล่าวสะท้อนว่า จีนและญี่ปุ่นต่างก็เล็งเห็นความสำคัญและศักยภาพของพื้นที่ EEC และจากที่มีเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐระดับสูง นักลงทุน และนักการการเงินชั้นนำของทั้ง 2 ประเทศ (เฉพาะประเทศที่ตกลงทำ MOU) เข้าร่วมงานกว่า 1,600 คน จีนยังเชิญ คณะทำงาน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ให้เข้าร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือทางธุรกิจรอบนี้เป็นกรณีพิเศษด้วย เนื่องจากไทยเป็น ‘ประเทศที่สาม’ (พื้นที่เป้าหมายแห่งแรกของการลงนามความร่วมมือระหว่างจีนและญี่ปุ่น) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้จัดทำโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะก่อนใคร กล่าวคือ เริ่มต้นความร่วมมือที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี ในพื้นที่อีอีซีนั่นเอง

งานนี้ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. จึงนำทีมงานเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ ‘การพัฒนาในภูมิภาค – อีอีซี เขตพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองอัจฉริยะ’ โดย ดร.คณิศกล่าวเสนอโครงการอีอีซี, ความก้าวหน้าของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญหลังจากที่ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีผลบังคับใช้, ความคืบหน้าของการประมูลทุกโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และคาดการณ์ว่าจะได้ผู้ชนะประมูลทุกโครงการภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562


meti เนือนไทย
จับประเด็นการลงทุนที่จะส่งผลต่อเมืองไทย

หากพิจารณากิจการหรืออุตสาหกรรมในประเทศไทย จะพบว่า มีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนเปิดกิจการในไทยมากถึง 5,000 บริษัท! โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ในเดือนกันยายนปี 2560 นักลงทุนชาวญี่ปุ่นบินมาเยี่ยมชมโครงการ EEC กว่า 500 คน และในเดือนสิงหาคมปี 2561 นี้ นักลงทุนชาวจีนก็มาเยี่ยมชมโครงการ EEC ราว 500 คนเช่นกัน เรียกได้ว่า ทุกความก้าวหน้าหรือความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทย ได้รับความสนใจและอยู่ในสายตาของภาครัฐ เอกชน และนักลงทุนทั้งจีนและญี่ปุ่นเสมอมา

ข่าวความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สามนี้ ยังปรากฏรายละเอียดในสื่อญี่ปุ่น NHK ด้วยว่า มีแนวโน้มที่สถาบันการเงินของญี่ปุ่นหลายแห่งและกองทุนเพื่อความมั่งคั่งของจีน จะบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันในการจัดตั้งกองทุนราว 890 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้ในหลายโครงการ อาทิ

  • โครงการพัฒนาเมือง โดยการใช้พลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีสารสนเทศในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย หรือในพื้นที่ EEC
  • การสร้างแหล่งผลิตพลังงานลม ตามที่มีเสียงเรียกร้องให้มีการลงทุนบริเวณนอกชายฝั่งทะเลในยุโรป
  • สนับสนุนการคิดค้นยาชนิดใหม่เพื่อรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
สมาร์ทซิตี้ ชลบุรี China MOU Japan EEC Amata
Amata’s flagship industrial estate in Chonburi Province. The Thai company plans to work with Japanese and Chinese partners to build an environmentally friendly smart city. (Photo courtesy of the Yokohama Urban Solution Alliance)

และจากที่มีมากกว่า 50 โครงการความร่วมมือ Nikkei Asian Review เปิดเผยว่า จีนกับญี่ปุ่นจะเริ่มต้นพัฒนาเมืองอัจฉริยะใน ‘นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี’ ทำเลนำร่องในเขตฯ EEC เป็นโครงการแรก เพราะมีแนวโน้มที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่บริษัทญี่ปุ่นได้ ทั้งในด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ยานยนต์ ระบบขนส่งสาธารณะ ฯลฯ



:: Salika’s Say ::

จุดแข็งของประเทศไทยคือ มีสัมพันธภาพที่ดีกับญี่ปุ่นและจีนมาช้านาน การส่งเสริมโครงการพัฒนาเมืองใหม่และกระตุ้นการลงทุนใน EEC นั้น แม้เป็นโครงการแรกที่ทั้งสองประเทศเคาะว่าจะร่วมกันสนับสนุน แต่เรียกความเชื่อมั่นได้ว่า จะส่งผลให้ประเทศไทยพัฒนาและเติบโตแบบก้าวกระโดด

อีกนัยหนึ่งของการพบกันระหว่างสองผู้นำในช่วงที่สงครามการค้าโลกกำลังร้อนระอุ คือ เป็นการสร้างดุลยภาพต่อรองทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาอย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อหลายประเทศในฝั่งเอเชียอย่างแน่นอน

indochina


บทความย้อนหลังสะท้อนภาพความสัมพันธ์และโอกาสทางธุรกิจระหว่างญี่ปุ่นกับไทย

ฮิตาชิผุดศูนย์ ‘Lumada’ พี่เลี้ยง IoT นอกญี่ปุ่น ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย บนพื้นที่ EEC

ประธาน JETRO การันตี นักลงทุนญี่ปุ่นสนใจ EEC

EEC FOCUS


อ้างอิงข้อมูลจาก