ถ้อยแถลงที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านเครื่องเรือน ของตกแต่งบ้านอย่าง IKEA ได้ออกมาให้สัญญากับโลกใบนี้ว่า “IKEA ตั้งเป้าหมาย ที่จะลดความสูญเสียของอาหาร (Food Waste) ลง 50% ภายในปี 2020” ปลุกความสนใจคนทั่วโลก ให้หันมามองปัญหาการจัดการ Food waste ในฐานะปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกที่ต้องการการแก้ไขและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ไม่แพ้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นเลย


โดยทางบริษัท IKEA มุ่งหมายว่าเป้าประสงค์นี้จะเป็นจริงได้ด้วยความกระตือรือร้นทุ่มเทของพนักงาน เพื่อสร้างสรรค์การปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นแค่ Commitment แต่นี่ก็นับเป็นแบรนด์ระดับโลกแบรนด์แรกๆ ที่เดินหน้าเป็นผู้นำด้านการ จัดการ Food waste อย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ ซึ่งถ้า IKEA สามารถพิชิตภารกิจนี้ได้ จะแปรความสูญเสียนี้เป็นอาหารได้ถึง 1 มื้อ และเลี้ยงคนได้ถึงหนึ่งพันคนต่อปี

ที่หยิบยกตัวอย่างของความตั้งใจในภาคธุรกิจระดับโลก กับการ จัดการ Food waste นี้มา ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ปัญหาความสูญเสียของอาหาร หรือ Food Waste ที่โลกเผชิญอยู่นั้น ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ภาคธุรกิจ แต่รวมถึงภาคประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ด้วย

โดยวิธีการเริ่มต้นภารกิจ จัดการ Food waste นั้น สามารถเริ่มต้นง่ายๆ ได้ในห้องครัวทุกที่ ตามบทความเรื่อง 5 FOOD WASTE ก้นครัว ที่ คุณกฤชชัย อนรรฆมณี Lean and Productivity Consultant สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ได้ว่าไว้


กำหนดชะตาโลกกับภารกิจ จัดการ Food waste ที่อยู่ในมือทุกคน

ก่อนที่จะชี้เป้าแหล่งกำเนิด Food waste ที่สำคัญ ผู้เขียนได้เกริ่นถึงความจำเป็นที่พวกเราทุกคนต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาความสูญเสียของอาหารในระดับโลกก่อนว่า

“มีข้อมูลที่น่าตกใจจาก World Food Program ระบุว่า ที่ผ่านมามีอาหารถึงหนึ่งในสามที่ผลิตขึ้นมา แต่ไม่ได้บริโภค และกลายเป็นของเสียหรือขยะ ซึ่งของเสียเหล่านี้เกิดขึ้นในทุกกระบวนการสร้างอาหาร ตั้งแต่ การเก็บเกี่ยว การขนส่ง โรงงานแปรรูป ผู้จัดจำหน่าย จนถึงมือผู้บริโภค”

อย่างกรณีของ IKEA หลายคนอาจสงสัยว่า ไม่ใช่ธุรกิจผลิตอาหาร แต่ทำไม จึงหันมาให้ความสนใจเรื่องการ จัดการ Food waste กฤชชัย ได้ให้ความกระจ่างในกรณีนี้ไว้ว่า

“แม้ว่า IKEA จะไม่ได้อยู่ในธุรกิจอาหารโดยตรง แต่ในมุมการให้บริการอาหารก็มีผู้ใช้บริการถึง 660 ล้านคนใน 1 ปี จากจำนวนสาขาที่มากกว่า 400 สาขาทั่วโลก ดังนั้นการค้นพบว่ามีอาหารที่สูญเสียไปในแต่ละปีในปริมาณมหาศาล จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งนี่เป็นสาเหตุให้ทีมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของ IKEA เล็งเห็นถึงปัญหานี้นี่เอง”

ถัดจากเรื่องภารกิจการลด Food waste ในระดับสถานประกอบการและองค์กรธุรกิจแล้ว ผู้เขียนได้นำเสนอไอเดียการช่วยกันลดปริมาณอาหารทีสูญเสียไปในแต่ละวัน ที่ทำง่ายได้ผลจริง ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆที่ห้องครัว ทั้งของครอบครัว ไปจนถึงโรงอาหาร หรือแคนทีนของบริษัท


เปิด 5 ไอเดีย จัดการ Food waste อย่างได้ผล

  • วัตถุดิบหมดอายุ เสื่อมสภาพ แก้ได้ด้วยการจัดการที่พอดี

เปรียบไปแล้ว ห้องครัว ก็เหมือนคลังแสงที่ไม่ได้เก็บอาวุธ แต่เก็บอาหารของทุกบ้าน ทุกหน่วยงาน ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีการบริหารจัดการ จัดเก็บวัตถุดิบทุกอย่างอย่างถูกวิธี เพราะถ้าจัดเก็บไม่ดี ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของอาหาร เพราะฉะนั้น จึงต้องบริหารจัดการกันตั้งแต่ แหล่งซื้อที่ไว้วางใจได้ว่าวัตถุดิบนั้นได้คุณภาพ และวางแผนปริมาณการซื้อให้พอเหมาะกับการบริโภคย่อมดีที่สุด รวมถึงอย่าลืมจัดเก็บวัตถุดิบนั้นให้ถูกที่ จะเก็บไว้ในหรือนอกตู้เย็น ผู้ใช้ทุกคนต้องรู้ว่ามีวัตถุดิบอะไร เก็บไว้ที่ไหน เพื่อง่ายต่อการนำออกมาใช้และไม่ซื้อมาซ้ำอีก

  • วางแผนเตรียมอาหารอย่าให้มากเกินความต้องการของผู้บริโภค

วิธีการบริหารจัดการนี้ อยากเน้นย้ำไปที่หน่วยงาน องค์กร หรือสถานประกอบการอย่างโรงแรม ที่จำเป็นต้องทำอาหารจำนวนมาก อย่าง การจัดบุฟเฟห์ สลัดบาร์ หรือให้บริการอาหารเช้า โดยต้องมีฝ่ายที่วางแผน บริหารจัดการ ซื้อวัตถุดิบให้เพียงพอและตรงกับความต้องการ ขณะเดียวกัน ควรคำนึงด้วยว่า หากอาหารที่ทำนั้นเหลือ สามารถเก็บรักษาไว้ใช้ในวันต่อไป หรือนำมาดัดแปลงเป็นเมนูอื่นได้หรือไม่ ถ้าทำได้ ย่อมเป็นการช่วยลดปริมาณอาหารที่สูญเสียไปได้อีกทางหนึ่ง

  • ลดปริมาณเศษอาหาร เศษวัตถุดิบที่เหลือจากการตัดแต่ง ให้เหลือน้อยที่สุด

เปลือกของวัตถุดิบ อย่าง เปลือกผลไม้ มันฝรั่ง หรือเศษอาหาร อย่างส่วนของเนื้อสัตว์ที่ได้รับการตัด แต่ง ให้สวยงาม ก็ต้องมีการวางแผนจัดการ โดยต้องอาศัยทักษะของพ่อครัว แม่ครัว และผู้ปรุงอาหาร ให้หั่นและตกแต่งด้วยวิธีทำให้เหลือส่วนที่ไม่ต้องการทิ้งให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ควรมีการคิด วางแผนด้วยว่า เศษอาหาร หรือเศษวัตถุดิบนั้นสามารถนำมาสร้างสรรค์เมนูใหม่หรือใช้ประโยชน์อะไรได้หรือไม่

  • อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว โดยเฉพาะตู้เย็น ควรหมั่นเชคสภาพเพื่อคุณภาพการเก็บรักษาที่ดี

เครื่องใช้ในครัว อาทิ ตู้เย็น ตู้แช่เข็ง เตาอบไฟฟ้า ต้องหมั่นดูแล เชคสภาพ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพราะอุปกรณ์ เครื่องมือเหล่านี้ ล้วนมีผลต่อการรักษาสภาพวัตถุดิบรวมไปถึงการปรุงอาหาร โดยเฉพาะ ตู้เย็น ตู้แช่แข็ง นับเป็นหัวใจสำคัญของการเก็บรักษาวัตถุดิบไม่ให้เน่าเสีย

  • รณรงค์ สร้างจิตสำนึก กินให้หมด อย่าให้เหลือ

ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารในครอบครัว หรือการกินอาหารในร้านอาหารนอกบ้าน ควรมีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการกินอาหารให้หมด ไม่เหลือทิ้ง ด้วยการสื่อสารให้ทราบว่าผลของอาหารที่เหลือทิ้ง ส่งผลอย่างไรทั้งต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการจัดการที่เพิ่มขึ้นทั้งในระดับครัวเรือนและในระดับประเทศชาติ


ผู้เขียนได้กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็น key success ของการลดปัญหาขยะจากอาหารเหลือทิ้งได้ผลนั้น ต้องเริ่มที่การสร้างการรับรู้ในปัญหานี้ และนำสู่การตระหนัก ว่าสิ่งเหล่านี้คือความสูญเสียในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกในระยะยาว แต่ที่สุดแล้ว ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการร่วมมือร่วมใจ สร้างจิตสำนึก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คิดก่อนทำให้มากกว่านี้ ตามแนวทางที่แนะนำมาข้างต้น หากทำได้ จะไม่ใช่แค่ดีต่อโลก แต่จะดีต่อเราทุกคนด้วย


ที่มา : เรียบเรียงจาก บทความเรื่อง 5 FOOD WASTE ก้นครัว โดย กฤชชัย อนรรฆมณี (kriatchai.a@gmail.com)  https://www.ftpi.or.th/2018/24674


อัปเดต เรื่องราวน่ารู้ ดูแลเรา ดูแลโลก กันต่อ

ผักไฮโดรโปนิกส์ คือ ผักปนเปื้อนสารเคมี กินบ่อยๆ ร่างกายรับสารพิษตกค้างไม่รู้ตัว

พลิกการท่องเที่ยวทำลายโลก ให้สร้างสรรค์ & ยั่งยืน ได้อย่างไร