การพัฒนาที่สร้างการเปลี่ยนผ่านระดับ ‘เมกะโปรเจกต์’ เป็นเรื่องที่สาธารณชนจะให้ความสนใจ โดยเฉพาะการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ในประเทศที่มีขีดจำกัดด้านความรู้ การศึกษา การมีส่วนร่วม ในช่วงเวลาของการปรับตัวให้เท่าทันโลก!


เมกะโปรเจกต์ EEC สำคัญสำหรับไทยอย่างยิ่งยวด

รัฐบาลวางยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ EEC เพื่อการลงทุนในระดับโลกไปแล้ว ท่ามกลางเสียงสนับสนุนและการตอบรับเชิงบวกจากนานาชาติอย่างท่วมท้น ร่วมกับการขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่เทรนด์การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่และการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 รวมถึงไทยยังเข้าร่วมเปลี่ยนกระบวนระบบเศรษฐกิจจาก ‘ระบบที่เคยดำรงอยู่ใต้ฐานอำนาจเดี่ยวของสหรัฐอเมริกา’ สู่ ‘ระบบเศรษฐกิจพันธมิตร’ บนฐาน ‘ความร่วมมือ’ และ ‘การเชื่อมต่อ’ ด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมไร้พรมแดนที่มีเทคโนโลยียุคใหม่ ขับเคลื่อนทุกสิ่งออกจากการครอบงำของแบบแผนทางเศรษฐกิจในโลกเก่า!

ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้จะเห็นว่าเป้าหมายของ EEC เป็นเรื่อง ‘ความจำเป็นของชาติบ้านเมือง’ กับ ‘การเลือกทิศทางที่สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนไป’ เพราะเป็นที่รู้กันว่า ตั้งแต่เกิดปัญหาการเมืองเรื้อรังยาวนานนับทศวรรษ เศรษฐกิจและความก้าวหน้าของประเทศหยุดนิ่งชะงักงัน!

ปัญหาที่หมักหมมในโครงสร้างการบริหารประเทศที่ผุกร่อนมานาน นอกจากคอร์รัปชันและประชาธิปไตยมายาแล้ว ประเทศได้เผชิญกับปัญหาการศึกษาที่ล้าหลัง ปรับตัวไม่ทันความเปลี่ยนแปลง ปัญหาความก้าวหน้าและการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไร้ทิศทาง ขาดประสิทธิภาพ ปัญหาที่ไม่อาจสร้างสังคมความรู้ เพื่อพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในการอยู่ร่วมกับโลกยุคใหม่! ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ ล้วนฉุดรั้งความก้าวหน้า หยุดความเจริญของประเทศ ทำให้เคลื่อนตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างน่าวิตก!


‘เมืองท่าของประเทศ’ นิยามใหม่ของ EEC

การสร้าง EEC จึงเป็นการสร้างนวัตกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและความก้าวหน้ายุคใหม่เชิงพื้นที่ โดยมีตำแหน่งแห่งที่เป็น ‘เมืองท่าของประเทศ’ ยุคใหม่ เฉกเช่นเซี่ยงไฮ้ของจีน โยโกฮาม่าของญี่ปุ่น รอตเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ และอีกหลายเมืองท่าในสังคมโลก

ประเทศที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจนั้น
เมืองท่ากับเมืองหลวงจะแยกคนละเมืองกัน
เนื่องจากมีบทบาทแตกต่างกัน
นอกจากนี้จะต้องไม่สร้างหรือเพิ่ม
‘การกระจุกตัว’ ที่ ‘มากเกินไป’
ให้แก่ผู้อยู่อาศัยและการดำเนินธุรกิจ

การเป็นเมืองท่าของประเทศต้องมีนัยทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในแบบของเมืองท่า คือสามารถเชื่อมเศรษฐกิจและการผลิตในประเทศกับสังคมโลกได้ดี คล่องตัวในการเชื่อมต่อคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ทุกทาง ทั้งทางบก ราง ทางเรือ และอากาศ รวมถึงมีฐานที่ตั้งในทำเลที่จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจต่อไป ด้วยต้นทุนที่มีศักยภาพในการแข่งขันที่ดีกว่า

โดยนัยนี้ EEC ซึ่งมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยสูง มีเส้นทางคมนาคมทางบก ทางราง ทางเรือ และทางอากาศที่ครบพร้อม และอยู่นอกเขตภัยพิบัติรุนแรงทางธรรมชาติ ทั้งยังมีเกาะที่เป็นท่าจอดเรือน้ำลึกขนาดใหญ่อย่าง ‘เกาะสีชัง’ ไว้ขนถ่ายสินค้าทางธรรมชาติ ล้วนเป็นคุณสมบัติที่ได้เปรียบ สมกับการเป็นเมืองท่าศักยภาพสูงซึ่งมีการจัดการโลจิสติกส์ที่ทันสมัย ไม่แพ้เมืองท่าใดในโลก ทั้งยังมีต้นทุนในการพัฒนาและการสร้างต่ำกว่าเมืองท่าทั้งหลายด้วย ซึ่งศักยภาพส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการและการดำเนินนโยบายเชื่อมต่อโลก ที่จะทำให้บรรลุผลตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ต่อไป


เข้าใจผิด เข้าใจใหม่ ไม่มโน

แง่คิดและมุมมองในการต่อต้านคัดค้านการพัฒนาพื้นที่ EEC แม้จะมีขึ้นก็เป็นเรื่องธรรมดา! แต่หากพินิจพิเคราะห์ดีๆ จะพบว่า ความคิดต่อต้านส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ ‘ความไม่รู้’ ‘การขาดข้อมูลที่รอบด้าน’ และ การมโนกันไปเอง’ เป็นสำคัญ

โดยเฉพาะความคิดที่หมกมุ่นอยู่แต่เรื่อง เอื้อทุนใหญ่’ เป็นความคิดที่ไม่อยู่บนฐานความจริงของการสร้างและเพิ่มศักยภาพให้ประเทศ เพราะในโลกที่แวดล้อมไปด้วยการแข่งขัน ทุกประเทศที่มุ่งสร้างเศรษฐกิจใหม่ล้วนเปิดรับการลงทุนทั้งสิ้น และยังมีการแข่งขันที่รุนแรงด้วย ไม่ใช่แค่การลดแลกแจกแถม แต่ต้องมีการจัดสิทธิประโยชน์ที่สมน้ำสมเนื้อในการแข่งขัน และจัดปรับกฎกติกาที่เปิดรับการลงทุนเป็นสำคัญ

ในประเด็นนี้ การจัดปรับกฎหมายเพื่อสร้าง one stop service รองรับการทำงานและความเชื่อมั่นในตัวบทกฎหมาย EEC จึงสำคัญยิ่งต่อการเสริมศักยภาพเพื่อดึงการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา  และโดยนัยของการลงทุนสมัยใหม่ในโลกของการเชื่อมต่อที่ไร้พรมแดนวันนี้ การลงทุนยังมีนัยหมายรวมถึง

1) การสร้างเศรษฐกิจใหม่
2) การปรับตัวสร้างความรู้-เทคโนโลยีให้ทันโลก
3) 
การพัฒนาศักยภาพคน-บุคลากรของประเทศ
4) การปรับสร้างกระแสเศรษฐกิจใหม่

ทั้งหมดนี้ส่งผลรวมให้ EEC เป็นคลื่น ‘ความก้าวหน้าใหม่’ ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ


เราจะโตจากบนลงล่าง แล้วให้ฐานล่างเชื่อมโลก

การเติบโตของเศรษฐกิจแบบ EEC เป็นการเติบโตแบบห่วงโซ่เศรษฐกิจที่เชื่อมร้อยจาก บนลงล่าง และจาก ฐานล่างเชื่อมโลก โดย คนในพื้นที่เศรษฐกิจ EEC จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์ทางตรง ตั้งแต่เริ่มขับเคลื่อนการพัฒน EEC ผ่านการจ้างงาน การปรับสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งถนนหลัก รอง ที่เชื่อมระบบจราจรทุกพื้นที่ จนถึงการสร้างท่าเรือ 3 แห่ง รถไฟความเร็วสูง การสร้างรถไฟรางคู่  ท่าอากาศยาน สร้างสถานที่ทำงาน-โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในพื้นที่ ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็จะได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตใหม่ผ่านสิ่งเหล่านี้

  • การศึกษา
  • การคมนาคม
  • การสร้างงาน
  • การอนามัยสาธารณสุข
  • การปรับตัวด้านอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ใหม่ ฯลฯ

ทั้งหมดคือกระแสความเคลื่อนไหวของ EEC เพื่อสร้างความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ซึ่งจะขยายสู่พื้นที่อื่นๆ ตามศักยภาพที่เหมาะสมในแต่ละภาคถิ่นต่อไป


เรื่อง : Apichatology

 

 

 


อ่านเพิ่ม : เป้าหมายการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)