ความคลางแคลงใจของทั้งผู้ปกครองและนักเรียนที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องตัดสินใจว่าจะศึกษาต่อในสถาบันอาชีวศึกษาหรือไม่ น่าจะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี เมื่อได้ทราบผลสำรวจล่าสุดนี้ ที่ยืนยันชัดเจนว่า “ค่าตอบแทนธุรกิจไทย 182 องค์กร ปี” 61/62 พบว่ามีการขึ้นเงินเดือนพนักงานเฉลี่ย 5.5-5.8% โดยกลุ่มธุรกิจทรัพยากร-พาณิชยกรรมและบริการจ่ายสูงสุด เผยวิศวะจบใหม่ยังครองแชมป์ค่าตัวแพงสุด ขณะที่ คนจบอาชีวะ ระดับ ปวช.-ปวส.สาขาพาณิชย์-เทคนิค กลายเป็นดาวรุ่ง มาแรง ได้รับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น”


คนทำงานทุกสาขาอาชีพได้เฮ ผลสำรวจฟันธง ปีนี้และปีหน้า อัตราค่าจ้างจะสูงขึ้น

จากผลสำรวจแนวโน้มการปรับค่าตอบแทนขององค์กรไทย และผลวิเคราะห์เปรียบเทียบการบริหารทรัพยากรบุคคลในประเทศไทยปี 2561/2562 ของ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 182 องค์กร ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง 500-5,000 ล้านบาท พบว่า ในปีนี้จนถึงปีหน้า ภาพรวมอัตราค่าจ้างทุกสาขาอาชีพจะเพิ่มขึ้น

“จากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พิจารณาจาก GDP growth rate และอัตราการว่างงานคงที่ ส่งผลให้อัตราค่าจ้างจะสูงกว่าที่ผ่านมา โดยเฉลี่ย 5.5-5.8% ทั้งพบว่ากลุ่มธุรกิจทรัพยากรและพาณิชยกรรมและบริการ มีแนวโน้มขึ้นเงินเดือนมากกว่ากลุ่มอื่น เมื่อเทียบอัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่แนวโน้มโบนัสระยะสั้นจะเพิ่มมากขึ้น”

ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา : www.ocsc.go.th

โดย ดร.บวรนันท์ ทองกัลยา นายกสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการสำรวจครั้งนี้ว่า

“เป็นครั้งแรกที่ PMAT ทำการสำรวจค่าจ้างในรูปแบบค่าตอบแทนรวม (total remuneration) ที่ใช้ถึง 5 องค์ประกอบ เช่น เงินเดือน, ค่าจ้างมูลฐาน (เงินเดือน+โบนัสคงที่), ค่าจ้างรวม (ค่าจ้างมูลฐาน+ ค่าจ้างเสริม), ค่าจ้างรวมรวมค่าตอบแทนความยากลำบาก ฯลฯ ซึ่งต่างจากเดิมที่สำรวจจาก 2 องค์ประกอบ คือ อัตราเงินเดือนเริ่มจ้าง และเงินเดือนมูลฐานการเก็บข้อมูล”


เปิดผลสำรวจพลิกความเชื่อ “คนจบอาชีวะ” รับเงินเดือนสูงไม่น้อยหน้า ป.ตรี

ทั้งนี้ จากรายงานผลสำรวจพบบว่า อัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ตามคุณวุฒิระดับ ม.3, ม.6, ปวช., ปวส., ปริญญาตรี และปริญญาโท มีอัตราเปลี่ยนแปลงช้า ยกเว้นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีความสามารถในการจ่ายสูง

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบอัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ระดับ ปวช. และ ปวส. ย้อนหลัง 5 ปี พบว่า

ปวช.สาขาพาณิชย์ และ ปวช.สาขาเทคนิค มีอัตราเงินเดือนเพิ่ม 1.34% ต่อปี และ 1.32% ต่อปี ตามลำดับ

ปวส.สาขาพาณิชย์ และ ปวส.สาขาเทคนิค อัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2.50% ต่อปี และ 1.43% ต่อปี ตามลำดับ

ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า คนจบอาชีวะ ระดับ ปวช.-ปวส.สาขาพาณิชย์-เทคนิค กลายเป็นดาวรุ่ง มาแรง และได้รับอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจนี้ เปิดเผยด้วยว่า อัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ไม่มีประสบการณ์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งปริญญาตรี และปริญญาโท ยังคงมีอัตราเงินเดือนสูงที่สุด แต่เมื่อเทียบข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี พบว่าการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนเฉลี่ย 1.47% ต่อปีสำหรับปริญญาตรี ปริญญาโทไม่มีการเพิ่มขึ้นของเงินเดือน ทั้งยังพบว่าอัตราเงินเดือนปี 2560 ต่ำกว่าปี 2559

โดยอัตราแรกจ้างพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ สำหรับผู้จบการศึกษาปริญญาโท สาขาคอมพิวเตอร์ อัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่เฉลี่ย 1.83% ต่อปี แต่สาขาวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ ไม่เปลี่ยนแปลง และพบว่าสาขาบริหารและสังคม มีอัตราเงินเดือนลดลงเฉลี่ย -1.39% ต่อปีเท่ากัน


ย้ำความมั่นใจอีกครั้ง ต่อไป คนอาชีวะ จะเป็นดาวรุ่ง รองรับการพัฒนาโครงการ EEC

ผลสำรวจล่าสุดนี้ สอดคล้องกันเป็นอย่างดีกับข้อเท็จจริงด้านความต้องการกำลังคนคุณภาพ เพื่อป้อนให้กับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศอย่าง โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งต้องบอกว่า กำลังคนสายอาชีพหรือสายอาชีวะ กำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงในพื้นที่การพัฒนา 3 จังหวัดภาคตะวันออกนี้ และเมื่อความต้องการกำลังคนเข้ามาทำงานในพื้นที่นี้มาก อัตราค่าจ้างของกำลังคนเหล่านี้ก็ย่อมเพิ่มขึ้นไปด้วยแน่นอน

เพราะข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่ EEC มีความต้องการแรงงานระดับอาชีวะ สูงถึง 50,000 อัตรา และภายใน 5 ปี จะมีเม็ดเงินลงทุนไหลมายังภาคตะวันออกอีกไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ต้องการแรงงานระดับอาชีวะอีกไม่ต่ำกว่าปีละ 10,000 อัตรา แต่วิทยาลัยเทคนิคทั้ง 12 แห่งในภาคตะวันออกมีศักยภาพสามารถผลิตคนรวมกันแล้วได้แค่ปีละประมาณ 1,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากกับความต้องการ

ดังนั้น ปัญหาในอดีตที่ต้องกังวลว่าเด็กจบอาชีวะจะมีงานทำหรือไม่ นาทีนี้บอกได้เลยว่าลืมปัญหานี้ไปได้เลย เพราะ คนจบอาชีวะ จะมีงานทำแน่นอน แค่ต้องมีศักยภาพและทักษะทางวิชาชีพที่พร้อมอย่างแท้จริง และเลือกเรียนในสาขาที่ตลาดแรงงานต้องการ

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC ได้เคยกล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการศึกษา EEC เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาว่า

“เราควรขับเคลื่อนการศึกษาของภาคตะวันออกตามแนวทางของ “สัตหีบโมเดล” ซึ่งวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นแนวทางสร้างเด็กอาชีวะที่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ยุคที่มีอีสเทิร์นซีบอร์ด โดยจะเริ่มจากเครือข่ายวิทยาลัยเทคนิคทั้ง 12 แห่งในพื้นที่ก่อน แม้ว่าช่วงแรกจะสามารถผลิตได้แค่หลักพันคนก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้วางแนวทางให้ชัดเจน และเด็กที่จบออกมาต้องมีคุณภาพตรงตามที่ผู้ประกอบการต้องการ”

“โดยสาขาที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาขยายธุรกิจและลงทุนในพื้นที่ EEC คือ สาขาระบบออโตเมชั่น และอีกสาขาวิชาที่จะต้องพัฒนาไปควบคู่กัน คือ ซอฟต์แวร์ เราต้องเร่งสร้างคนเขียนซอร์ฟแวร์ให้ได้ถึงแสนคน ผมสามารถการันตีกับเด็กไทยได้ว่า สาขาวิชาเหล่านี้ถ้าจบไปแล้วมีงานทำและเงินเดือนดีแน่นอน”


ที่มา : ข่าวประชาชาติธุรกิจ ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2561 เรื่อง “เปิดโพยค่าจ้าง 182 องค์กร วิศวะค่าตัวแพงสุด ”ปวช.-ปวส.” ดาวรุ่ง


อ่านเรื่องราว ปฏิรูปการศึกษาด้วยอาชีวะ กันต่อ

“คณิศ” เลขา EEC ฝากการบ้าน 12 วิทยาลัยอาชีวะนำร่อง “สร้างคนให้ทัน EEC”

‘การศึกษาอาชีวะ’ ในเยอรมนี ญี่ปุ่น จีน ไทย มีผลต่อบทบาทการสร้างชาติ สร้างความก้าวหน้ายุคใหม่อย่างไร