ประเด็นหลักของหนังสือ Innovation Is A State Of Mind: Simple Strategies To Be More Innovative In Everything You Do เขียนโดย James O’loghlin ก็คือ การสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในหัวใจของทุกคน และหาความโดดเด่นที่แตกต่างในนวัตกรรมเหล่านั้น


เพียงเท่านี้ ความยากของการสร้างนวัตกรรม ก็จะกลายเป็นความง่ายโดยทันที

เนื่องจากหลายคนมักมองว่า นวัตกรรมต้องเป็นวิทยาการใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แน่นอนว่า ย่อมเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะคิดค้นนวัตกรรมจากกรอบความคิดเช่นนั้น

เพราะในบางครั้ง นวัตกรรมอันสุดแสนวิเศษ หาใช่วิทยาศาสตร์สุดล้ำ หรือวิศวกรรมนำยุค นวัตกรรมอาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือธรรมดามากๆ ก็ได้ อาทิ ช้อนช่วยใส่รองเท้า หรือที่รีดหลอดยาสีฟัน

หรือนวัตกรรมที่ซับซ้อนขึ้นมานิดหนึ่ง ทว่า ก็จับต้องความคิดได้ไม่ยากอย่าง เครื่องครัวสำหรับคนตาบอด

มองกันเผินๆ ดูเหมือนว่า ทั้งช้อนช่วยใส่รองเท้า ที่รีดหลอดยาสีฟัน และเครื่องครัวสำหรับคนตาบอด เป็นอุปกรณ์ที่เข้าใจไม่ยาก หากแต่ กว่าจะเป็นนวัตกรรมทั้งสามอย่างนี้ ไม่ใช่การคิดกันขึ้นมาง่ายๆ เลย

James O’loghlin เจ้าของหนังสือ Innovation Is A State Of Mind บอกกับเราอีกว่า ให้หมั่นสร้างสมและฝึกฝน “นิสัยนวัตกรรม” ให้เกิดขึ้น จนนวัตกรรมกลายเป็นเรื่องง่าย หรือเป็นเรื่องปกติ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ดังที่ผมเคยเขียนถึง “นิสัยนวัตกรรม” มาแล้วครั้งหนึ่ง ในบทความชื่อ “นิสัยนวัตกรรม” นำสู่ Halloween Innovation

องค์อร ประจันเขตต์ (2557) กล่าวถึง “นิสัยนวัตกรรม” หรือ Innovative Behavior ว่า อันดับแรกจะต้องเป็นผู้ที่มีแรงขับในตนเองสูง ที่จะผลักดันให้ตัวเองกระตือรือร้นที่จะศึกษาเรียนรู้ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และจะต้องเป็นผู้มีความฝัน มีวิสัยทัศน์ที่จะไปให้ถึงโดยไม่เกรงกลัวความล้มเหลว สามารถมองเห็นโอกาสของการสร้างนวัตกรรมได้จากสภาพที่มีอยู่

เช่น แทนที่จะมองว่ามีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว แต่กลับมองว่ามีน้ำเพียงครึ่งแก้ว เพราะที่ว่างอีกครึ่งแก้วที่เหลือ คือ โอกาสในการค้นคว้าหาความรู้ ฝึกฝนทักษะจนเกิดความชำนาญในการสร้างนวัตกรรมต่อไปนั่นเอง และนอกจากการมีความรู้ความสามารถแล้ว เหนือสิ่งอื่นใด คือต้องมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างนวัตกรรมให้สำเร็จ

เหมือนที่ James O’loghlin เน้นย้ำว่า เราต้องสร้าง “บรรยากาศนวัตกรรม” ที่เสริมความคิดสร้างสรรค์สำหรับการพัฒนานวัตกรรมอยู่เสมอ

“นิสัยนวัตกรรม” ก็ดี “บรรยากาศนวัตกรรม” ก็ดี มีจุดร่วมที่ตรงกันอย่างหนึ่ง ก็คือคำว่า “หัวใจนวัตกรรม”

Masaya Hashimoto ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น เจ้าของ Furoshiki Shoes นวัตกรรมรองเท้าที่คิดค้นขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขนาดรองเท้าไม่พอดีจากการสั่งซื้อของทางออนไลน์

Furoshiki Shoes ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะผ้าห่อของขวัญของญี่ปุ่น Furoshiki จึงเป็นรองเท้าที่ไม่มีเชือกผูก ใช้เพียงตัวหนึบแทนเชือกผูก แถมยังสวมสบายได้โดยไม่ใส่ถุงเท้า

Masaya Hashimoto กล่าววรรคทองเอาไว้ว่า “นวัตกรรม” คือ “แรงบันดาลใจ” ไม่ใช่แค่ “หุ่นยนต์”

ทั้งยังกล่าวว่า คำว่า “นวัตกรรม” ไม่ใช่คำจำกัดความเฉพาะ “หุ่นยนต์ล้ำยุค” หรือ “สิ่งประดิษฐ์ทะลุมิติ” เหมือนที่เราเข้าใจกัน แต่ต้องเป็น “นวัตกรรม” ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค

โดยเฉพาะ กลุ่มผู้บริโภคที่ประสบปัญหาในเรื่องต่างๆ เหมือนๆ กัน

Masaya บอกว่า เมื่อเราจะคิดค้น “นวัตกรรม” เราต้องตระหนักว่า ของสิ่งนั้นต้องมีประโยชน์กับผู้บริโภค สามารถแก้ไขปัญหาให้ผู้บริโภคได้จริง

“แรงบันดาลใจ” ในการสร้าง “นวัตกรรม” จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ขณะเดียวกัน Michael Peng กรรมการผู้จัดการ IDEO Tokyo บริษัทนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้เคยร่วมงานกับ Steve Jobs สร้าง Apple Mouse ซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ที่ปฏิวัติวงการ IT โลก

นอกจากนี้ IDEO Tokyo ยังมีส่วนร่วมในการออกแบบ Laptop Computer เครื่องแรกของโลกอีกด้วย

Michael Peng บอกว่า Mindset คือปัจจัยสำคัญของ “นวัตกรรม”

ถ้าหากเรามี Mindset ทางนวัตกรรมที่ดี คือความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เราก็จะสามารถนำมาใช้แก้ไขทุกๆ ปัญหาได้ “หัวใจสำคัญ” อยู่ที่ “นวัตกรรม” นั้นต้องคิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ “ความต้องการของมนุษย์” Michael กล่าว

และคนส่วนใหญ่มักถึง “นวัตกรรม” ในแง่ของการผลิตเทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว Mindset ที่ถูกต้องก็คือ “นวัตกรรม” ที่ดีนั้น ต้องเริ่มคิดจาก “คน” เป็นตัวตั้ง

Michael Peng บอกว่า เราต้องศึกษา และเรียนรู้ จนเข้าใจว่า “เขา” (ลูกค้า) คือใคร และ “เขา” อยากได้อะไร จากนั้น “เรา” ค่อยหันกลับไปคิดสร้างสิ่งใหม่หรือ “นวัตกรรม” ขึ้นมา เพื่อตอบสนอง “เขา” คนดังกล่าว

ถึงบรรทัดนี้ คล้ายกับว่า ทั้ง James O’loghlin ทั้ง Masaya Hashimoto ทั้ง Michael Peng รวมถึง องค์อร ประจันเขตต์ ได้บอกกับเราว่า ที่สุดของ Innovation คือ “นวัตกรรมหัวใจ” นั่นเอง