ใครที่ได้เคยเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของ จังหวัดภูเก็ต เมืองงามทางภาคใต้ของไทย ที่มีทั้งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าอันยาวนาน เล่าขานผ่านกลุ่มอาคารชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ที่ยืนหยัดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตเหนือกาลเวลา ไม่เพียงเท่านั้น ภูเก็ต ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีชายหาดที่สวยงามติดอันดับต้นๆของโลก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น ไข่มุกแห่งอันดามัน ต่างต้องพูดตรงกันว่าบ้านเมืองแห่งนี้มีศักยภาพพร้อมสรรพ พัฒนาสู่เป้าหมาย “ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้” ได้ไม่ยากเลย


โหมโรง ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ 1 ใน 7 พื้นที่ นำร่อง ต้นแบบเมืองอัจฉริยะของไทย

ด้วยความโดดเด่นที่ชัดเจนดังที่กล่าวมานี่เอง ที่ทำให้ภูเก็ตได้รับคัดเลือกเป็นเมืองนำร่อง 1 ใน 7 พื้นที่ ที่ทางภาครัฐบาลจะเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้เป็นเมืองต้นแบบ สมาร์ทซิตี้ในอนาคตของไทย

โดยในโอกาสเปิด งาน Digital Thailand BIG BANG 2018 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวเปิดงาน มีความตอนหนึ่งว่า

“ขณะนี้รัฐบาลได้มีนโยบายหลักดันให้เกิด สมาร์ทซิตี้ Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ ให้เกิดขึ้นทั่วไทย โดยได้กำหนดพื้นที่ที่จะพัฒนาให้เกิด สมาร์ซิตี้ ทั้งหมด 14 พื้นที่ แต่ตอนนี้จะเดินหนน้าพัฒนาเมืองนำร่องทั้งหมด 7 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ บริเวณศูนย์กลางคมนาคมบางซื่อ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และ 3 จังหวัดในเขตพื้นที่ EEC คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง”

และในงานเดียวกันนี้ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ยกตัวอย่าง ภูเก็ต ในฐานะเมืองต้นแบบที่ได้เดินหน้าพัฒนาและยกระดับให้เป็น เมืองอัจฉริยะ ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนหน้าจะประกาศนี้มา 3-4 ปีแล้ว ด้วยโมเดลการแก้ปัญหาที่นำเอาการพัฒนามาแก้ปัญหาของเมืองได้อย่างตรงจุด เช่น การติดจีพีเอสที่รถขนขยะ แล้วออนไลน์ส่งข้อมูลมายังส่วนกลาง คือ ทางจังหวัด เพื่อมอนิเตอร์ว่าขยะต้นทางอยู่ที่ใดและปลายทางอยู่ที่ใด ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการลักลอบทิ้งขยะโดยผิดกฎหมายในพื้นที่หรือไม่

และคุณพิเชฐ ยังได้เอ่ยชื่นชมถึง การดำเนินรอยตามเมืองขอนแก่นของภูเก็ต ที่ภาคเอกชนได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง ขึ้น เพื่อมุ่งวางระบบคมนาคมขนส่ง การจราจร ให้เอื้อต่อการเดินทางท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาจราจรไปพร้อมกัน พร้อมทั้งในระหว่างนี้ ยังมีการพัฒนา สายข้อมือสำหรับนักท่องเที่ยว ที่สามารถระบุตำแหน่งที่อยู่ของนักท่องเที่ยว และใช้เป็นกระเป๋าสตางค์อัจฉริยะ ใช้ซื้อของในพื้นที่เมืองภูเก็ต สร้างสังคมไร้เงินสด และมุ่งหมายสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวจากมิจฉาชีพ เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องพกเงินสดติดตัวไว้ทีละมากๆอีกต่อไป


ถอดรหัส ความสำเร็จ vs. ปัญหา การพัฒนา ภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ จากคนทำงานตัวจริง

แต่กว่า ภูเก็ต จะพัฒนาและได้รับการยอมรับให้เป็น ต้นแบบ สมาร์ทซิตี้ เป็นเมืองแรกๆ ของประเทศอย่างวันนี้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดย key success สำคัญ คือ ความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายที่ร่วมกันเป็นแรงผลักดันให้โปรเจคนี้ก้าวผ่านอุปสรรคทุกทิศทุกทางไปได้อย่างฉลุย

โดยหนึ่งในหัวข้อการเสวนาที่จัดขึ้นในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2018 ที่เพิ่งผ่านไปสดๆร้อนๆ ได้กำหนดให้การเสวนาเรื่อง “Smart City, Smart Mobility” เป็นหัวข้อหนึ่งที่มีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ และหนึ่งในผู้ร่วมเสวนา คือ นายประชา อัศวธีระ ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนบนและรักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนบริการในพื้นที่ภาคใต้ สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สาขาภูเก็ต ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวการถอดรหัส ความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค ในการพัฒนา ภูเก็ต ต้นแบบ สมาร์ทซิตี้ ให้ฟังในฐานะคนทำงานในพื้นที่ตัวจริง

“ภูเก็ตมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เข้มแข็งมาก อย่างปี 2559 ที่ผ่านมา เมืองภูเก็ตสร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยได้ถึง 346,000 ล้านบาท เป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ เท่านั้น และตัวเลขนักท่องเที่ยวภูเก็ตมีถึง 16 ล้านคนต่อปี ซึ่งถ้าโฟกัสไปที่ปัญหาใหญ่ของภูเก็ตก็อยู่ที่เรื่องของการท่องเที่ยวนี่เอง เพราะถึงแม้มันก่อให้เกิดรายได้มหาศาล แต่ก็ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ภูเก็ตไม่ได้มีความยั่งยืนและมีความอ่อนไหวสูงยืนยันได้ด้วยข้อมูลทางสถิติของสำนักงานสถิติที่ผ่านมาว่าเศรษฐกิจของภูเก็ตขึ้นลงตลอดเวลา บางที +7 +10 บางปี -1 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป”

ดังนั้น โจทย์แรกในการพัฒนาเมืองภูเก็ต จึงต้องมุ่งไปที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหลัก เพราะฉะนั้น

ความท้าทายของเมืองคือการทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีความไม่แน่นอนและอ่อนไหวสูงนี้ ให้มีความยั่งยืนในแนวทางของการเป็นสมาร์ทซิตี้มากขึ้น

เมื่อแนวคิดการพัฒนาเมืองตกผลึก คุณประชาเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนต่อมาว่า ได้มีการระดมสมองกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศลงไปสนับสนุนการแก้ปัญหา และพัฒนาเมืองให้เจริญยั่งยืนด้วยการอ้างอิงบนพื้นฐานเทคโนโลยีที่เรามี โดยใช้ Internet of Things

“อย่างแรกเราเอาข้อมูลมาดูก่อนเลยว่าอะไรที่เป็นปัญหา หลังจากนั้นเราก็ไปคุยกับหลายๆ ภาคส่วน ทั้งสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ท้องถิ่น ภาครัฐ ซึ่งแต่ละคนก็จะมีมุมมองที่ต่างกัน คุยกับตำรวจจะมองเรื่องหนึ่ง คนทำงานสาธารณสุขก็มองเรื่องหนึ่ง เพราะเหตุนี้เราเลยต้องคุยรวมกันก่อน ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้คุยกลุ่มใหญ่ เน้นเฉพาะกลุ่มที่เป็น Key หรือหัวหลักๆ ก่อน”

จากการพูดคุยทำความเข้าใจนี้ ทำให้ได้พูดคุยกับเจ้าของพื้นที่ในมิติต่างๆ จนได้วิสัยทัศน์หลัก หรือ Key Vision ในการขับเคลื่อนโครงการออกมา นั่นคือ Smile, Smart and Sustainable Phuket ที่สกัดออกมาได้เป็นแผนพัฒนา Smart City ในบริบทของจังหวัดภูเก็ต 7 ด้าน นั่นคือ Smart Tourism, Smart security, Smart Environment, Smart Economy, Smart Health care, Smart Education และ Smart Governance

โดยมีด้านที่ คุณประชาหยิบยกขึ้นมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ของภูเก็ตได้ชัดเจนขึ้น คือ

  • พลิกภูเก็ตให้เป็น Smart Tourism เที่ยวสะดวก เที่ยวสบาย ทั้งใจและกระเป๋า

จากการสำรวจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวภูเก็ต พบว่า ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจเดินทางมาเที่ยวคนเดียวอยู่ไม่น้อย แต่กลับต้องพบกับอุปสรรคเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว ที่มีค่าใช้จ่ายด้านการเช่ารถ หรือการใช้บริการรถรับจ้างที่ค่อนข้างแพง

เพื่อบรรเทาภาระนี้ให้กับนักท่องเที่ยว บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด จึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน และนักท่องเที่ยวและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งเสริมการค้า โดยมีความพยายามผลักดันให้เกิดระบบขนส่งมวลชนหลัก คือ รถไฟฟ้ารางเบา ระยะทาง 60 กิโลเมตรจากสถานีท่านุ่น จังหวัดพังงาถึงตัวเมืองภูเก็ต และระบบขนส่งมวลชนรอง คือ รถบัสโดยสารประจำทาง 6 สายวิ่งทั่วเมือง ซึ่งทั้งหมด คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 2564

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาได้เดินหน้าขยายการให้บริการ Hi-Speed Free Wi-Fi ความเร็วแบบ Hi-Speed อย่างน้อย 20Mbps บริเวณพื้นที่สาธารณะ โดยเริ่มจาก 2 พื้นที่นำร่อง คือ เขตเทศบาลเมืองป่าตองและเทศบาลเมืองภูเก็ตก่อนเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน ให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวในภูเก็ตได้ง่ายขึ้น

  • จัดเต็ม สร้างระบบ คิดค้นนวัตกรรม ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว

ตั้งแต่มีอุบัติเหตุเรือให้บริการนักท่องเที่ยวล่มเมื่อไม่นานมานี้ ก็ส่งผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวภูเก็ตลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในการเดินหน้าแผนสมาร์ทซิตี้ของภูเก็ต จึงตั้งใจมาทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว โดยยกระดับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิต ด้วยการวางแผนนำระบบ CCTV มาทำงานร่วมกับโซลูชันตรวจจับใบหน้า เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามผู้กระทำผิด ด้านการคมนาคมทางน้ำ ได้มีการวางระบบรักษาความปลอดภัยโดยการนำ Vessel Tracking Management System (VTMS) และกลไก Smart Band ซึ่งเป็นระบบติดตามเรือเพื่อรักษาความปลอดภัยทางน้ำให้แก่นักท่องเที่ยว

นอกจากนั้น ยังมีนวัตกรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยทางทะเลให้นักท่องเที่ยว กับไอเดียการใช้สายรัดข้อมือ (Wristband) ให้นักท่องเที่ยวใส่ลงเรือเวลาเดินทางข้ามเกาะ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของตัวนักท่องเที่ยว ขณะเดินทางท่องเที่ยวในทะเลภูเก็ตนั่นเอง

  • ใช้ IoT เป็นเครื่องมือ สร้างระบบ Smart Environment

เดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวบนฐานของการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยการปรับใช้ IoT (Internet of Things) มาพัฒนาระบบ Smart Sensor เพื่อใช้ในการวัดคุณภาพน้ำ คุณภาพอากาศ และตรวจสอบความผิดปกติ ของสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยในช่วงเริ่มแรกจะโฟกัสในพื้นที่เมือง ติดเซนเซอร์ตามแนวคลองบางใหญ่ที่ไหลออกทะเลตรงสะพานหิน และบริเวณคลองปากบางที่ไหลออกทะเลที่ป่าตองก่อน

ตัวอย่างของการดำเนินงานทั้ง 3 ด้านที่หยิบยกมานี้ คุณประชา สรุปเป็นบทเรียนว่า

“ถ้าการดำเนินงานพัฒนาเมืองภูเก็ตต่อจากนี้ไปมีความเสถียร ด้วยหลักการจัดการเทคโนโลยี นวัตกรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองตามหลักสมาร์ทซิตี้ที่ดี  ย่อมคาดหวังผลได้ว่าจะสามารถเปลี่ยนโฉม การบริหารจัดการภูเก็ต จากเดิมที่ภาครัฐใช้ข้อมูลทุกด้านมากำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองภูเก็ตแบบย้อนหลังไป 1-2 ปี มาเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาภูเก็ตด้วยข้อมูลอัปเดต แบบ Real time Data ที่ส่งมาจากทุกภาคส่วน นำภูเก็ตสู่เมือง Smart Governance บริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวนี้ในแนวทางที่ยั่งยืนต่อไปได้ไม่ยาก”


อ้างอิง : ถอดความจาก การรับฟังงานเสวนา “Smart City, Smart Mobility” จัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 ในงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2018

เอกสารเผยแพร่ เรื่อง “ถอดบทเรียน SMART PHUKET : เส้นทางสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ” จัดทำโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ตุลาคม 2560)

บทความเรื่อง “PHUKET Smart City ภูเก็ต ต้นแบบเมืองอัจฉริยะแห่งแรกของไทย” เขียนโดย จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ผู้ช่วยวิจัย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต (http://furd-rsu.org/?page_id=4351)


อัปเดต เรื่องราวความสำเร็จของสมาร์ทซิตี้ทั่วไทยและทั่วโลก

ถอดบทเรียนความสำเร็จ ขอนแก่น สมาร์ทซิตี้ โมเดลพัฒนาเมืองที่สำเร็จได้ด้วยพลังชาวขอนแก่น

อนาคต EEC สมาร์ทซิตี้ที่ ‘คน’ กับ ‘ปัญญาประดิษฐ์’ จะเดินหน้าไปด้วยกัน

มินาโตะมิราอิ-21…จากแหล่งเสื่อมโทรมสู่สมาร์ทซิตี้ศตวรรษ 21