ในปัจจุบัน คำว่า Blockchain ได้รับการพูดถึงกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในแวดวงการเงินการธนาคารยุคใหม่ ที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ หรือที่เรียกกันว่า FinTech โดย FinTech อาศัยเทคโนโลยี Blockchain เป็นกลไกสำคัญในการทำงาน ในฐานะเบื้องหลังการเชื่อมต่อฐานข้อมูลด้านการเงิน


การประยุกต์ Blockchain ในธุรกิจพลังงานยุค Transactive

แม้หลายท่านจะมีความรู้เกี่ยวกับ Blockchain เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากทำความเข้าใจ Blockchain ให้ถ่องแท้

Blockchain คือรูปแบบการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) โดยมองข้อมูลเป็นก้อน (Block) ที่จัดเก็บเอาไว้ในลักษณะชองห่วงโซ่ (Chain) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยง (Link) ก้อนข้อมูลต่อ ๆ กันไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีความเชื่อเกิดขึ้นว่า Blockchain จะมาทำลายธุรกิจการเงินการธนาคาร เนื่องจาก Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางหรือธนาคารในการทำธุรกรรมทางการเงินอีกต่อไป เพราะก้อนข้อมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจะถูกส่งผ่าน Blockchain ระหว่างกันโดยตรง

กระนั้นก็ดี ดูเหมือนว่าในความเป็นจริงแล้ว แวดวงการเงินการธนาคารจะไม่ค่อยวิตกกังวลเกี่ยวกับการมาถึงของ Blockchain มากนัก เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดี ว่าการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงจาก Hacker ในฐานะอาชญากรรม Cyber ดังนั้น ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายสารสนเทศของธนาคารจึงยังมีความจำเป็นในมุมมองผู้บริโภค

wp.nyu.edu

อย่างไรก็ดี เมื่อเทคโนโลยี Blockchain พัฒนาไปในขั้นสูงสุด ถึงจุดที่เรียกว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายที่แน่นหนากว่าในปัจจุบัน หากธนาคารยังไม่ปรับตัว ก็คงจะต้องหันกลับมาวิตกกังวลว่าธุรกิจธนาคารจะล่มสลายอีกครั้ง เหมือนวันที่ Blockchain ปรากฏโฉมในวันแรก

เพราะทุกวันนี้ เทคโนโลยี Blockchain เองก็กำลังพัฒนาตัวตนและปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนไปเรื่อยๆ ในทุกๆ วัน ดังที่ทราบกันดีว่า เมื่อก้อนข้อมูลได้ถูกบันทึกไว้ใน Blockchain อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เป็นเรื่องยากมากที่ Hacker จะแทรกเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ง่ายๆ

เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับก้อนข้อมูลใน Blockchain หนึ่งๆ ต่างฝ่ายต่างก็สำเนาของ Blockchain ของตนถืออยู่ และสามารถใช้ Algorithm ของ Blockchain เพื่อตรวจสอบ Transaction หรือรายการทางการเงิน โดย Transaction ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะได้รับอนุญาตให้เคลื่อนไหวได้ก็ต่อเมื่อ คนที่เกี่ยวข้องใน Blockchain เห็นว่ามันถูกต้อง


การประยุกต์ Blockchain กับธุรกิจพลังงานยุคใหม่

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี Blockchain ทำให้เกิดคำศัพท์ใหม่ในแวดวงการเงินการธนาคาร ที่ได้เคลื่อนเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในปัจจุบัน นั่นคือ Crypto Currency หรือ Digital Currency ซึ่งหมายถึง สกุลเงินออนไลน์

และหนึ่งใน Digital Currency ที่มีชื่อเสียงที่สุดในขณะนี้ก็คือ Bitcoin

bitcoinist.com

Bitcoin เป็นสกุลเงินออนไลน์ ที่เกิดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์การใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตราและใช้ชำระหนี้หรือการซื้อขายสินค้าและบริหารบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตหรือ e-Commerce

แม้ว่าในปัจจุบัน รัฐบาลหลายชาติยังไม่ยอมรับ Bitcoin กระทั่งตัว Bitcoin ก็ปรากฏข่าวในแง่ลบอยู่เสมอ กระนั้นก็ดี การเกิดขึ้นของ Bitcoin ได้มีส่วนในการปรับเปลี่ยน และอาจถึงขั้นปฏิวัติโครงสร้างหลักในระบบการเงินของโลกไปแล้ว

โดยทุกวันนี้ นอกจากที่เราจะพบคำว่า Blockchain หรือ Bitcoin ในแวดวงการเงินการธนาคาร เรายังได้เห็นการใช้ Blockchain ในธุรกิจพลังงาน โดยเปลี่ยนคำว่า Bitcoin เป็น Solarcoin

หากเอ่ยถึงการประกอบธุรกิจในยุคใหม่ เชื่อว่าหลายท่านคงเคยผ่านหูผ่านตา Airbnb Agoda และ Uber สองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อปฏิวัติรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิมๆ

หากเปรียบ Agency ทัวร์ คือธนาคาร Airbnb และ Agoda ก็คือ Blockchain รูปแบบหนึ่งซึ่งเข้ามาล้มระบบการจองโรงแรมผ่าน Agency เช่นเดียวกับ Uber ก็คือ Blockchain อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเพื่อล้มธุรกิจ Taxi แบบเดิมๆ เช่นกัน

และเช่นเดียวกับ Blockchain ในอุตสาหกรรม FinTech ที่กำลังจะเข้ามาล้มธุรกิจธนาคาร หากธนาคารในยุคต่อไปไม่มีการปรับตัวดังที่กล่าวไปในตอนต้น

และเช่นเดียวกับ Blockchain ในธุรกิจพลังงาน ที่ทุกวันนี้ ได้มีการริเริ่มนำเอาเทคโนโลยี Blockchain มาใช้กับอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก โดยเฉพาะธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์

solarcoin.org

เป็นที่ทราบกันดีว่า หลายประเทศชั้นนำของโลกได้พากันให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์กันอย่างกว้างขวาง

ขณะที่ยังมีบางประเทศที่มีท่าทีขัดขวางการปฏิวัติพลังงานในศตวรรษที่ 21 ไม่ว่าจะเป็นกำแพงภาษีอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพลังงานแสงอาทิตย์ หรือการควบคุมการติดตั้ง Solar Cell ไปจนถึงกำกับการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเข้มงวด

การเกิดขึ้นของ Blockchain ในธุรกิจพลังงานจึงเสมือนคำตอบสุดท้ายของการปฏิรูปอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง


Transactive Energy ยุคใหม่ของพลังงานทางเลือก

ในปัจจุบัน หลายประเทศได้ติดตั้งระบบควบคุมการผลิตกระแสไฟฟ้าผ่าน Solar Cell ผ่านรูปแบบการกำกับการส่งกระแสไฟที่เหลือจากการใช้งานกลับไปยังโครงข่ายไฟฟ้า

จากนั้นบ้านหลังที่มี Solar Cell จะต้องซื้อกลับมาจากโครงข่ายไฟฟ้าในราคาที่สูงกว่า

แต่สำหรับ Blockchain ในธุรกิจพลังงานทางเลือกยุคใหม่ เจ้าของบ้านที่ติดตั้ง Solar Cell สามารถนำกระแสไฟที่เหลือจากการใช้งานไปขายต่อให้กับใครก็ได้ที่ต้องการรับซื้อได้โดยตรงในราคาที่สมเหตุสมผล หรือพูดอีกแบบก็คือในราคาที่ถูกกว่าการซื้อจากโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิม

นี่คือรูปแบบของการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกในศตวรรษที่ 21 หรือที่เรียกกันว่ายุค Transactive Energy

เพราะโลกในยุคใหม่ กำลังก้าวเข้าสู่ Transactive Society หรือสังคมแห่งการแบ่งปัน โดยในแวดวงการศึกษาในระดับโลกก็กำลังพูดถึง Transactive Learning ซึ่งในโอกาสหน้าเราคงจะได้กลับมาสนทนากันในประเด็นนี้อีกครั้ง

ในส่วนของ Transactive Energy เป็นยุคที่ทำให้มีคำศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นในวงการธุรกิจพลังงานทางเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Transactive Grid หรือ Solarcoin

ตัวอย่างรูปธรรมของ Transactive Energy ในแง่ของการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในธุรกิจพลังงานทางเลือกในศตวรรษที่ 21 ก็คือ การเกิดขึ้นของโครงการ Usizo ภายใต้การบริหารงานของ BankyMoon ประเทศแอฟริกาใต้

Usizo เป็นโครงการระดมทุนในลักษณะของ Crowdfunding มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ชาวแอฟริกันให้ได้รับการบริจาคเงินจากทั่วโลกได้โดยตรง

โดย BankyMoon จะทำการติดตั้ง “มิเตอร์” ทั้ง “มิเตอร์ไฟฟ้า” และ “มิเตอร์น้ำประปา” ของโรงเรียน ซึ่ง “มิเตอร์” ต่าง ๆ เหล่านั้น จะปฏิบัติงานผ่านเทคโนโลยี Blockchain

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ใจบุญทั้งหลายจากทั่วทุกมุมโลก ที่ประสงค์จะบริจาคเงินให้กับเด็กๆ ชาวแอฟริกัน จะต้องกระทำผ่านธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบของ Crypto Currency

ซึ่งจะเชื่อมโยงก้อนข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว ตรงไปยัง “มิเตอร์ไฟฟ้า” และ “มิเตอร์น้ำประปา” ของทางโรงเรียนได้โดยทันที

ด้วยวิธีการนี้ ทำให้บรรดาผู้ใจบุญสามารถคลายความวิตกกังวลไปได้อย่างปลิดทิ้ง ว่าเงินที่พวกเขาบริจาคนั้น จะไปถึงมือเด็กๆ ชาวแอฟริกันหรือไม่?

นี่คือตัวอย่างทางรูปธรรมหนึ่งของเทคโนโลยี Blockchain ในแวดวงพลังงานยุคใหม่ครับ