เมื่อพูดถึง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC : Eastern Economic Corridor Development คนมักจะนึกถึงรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือ สนามบิน 11 อุตสาหกรรมสมัยใหม่ หรือ 11 S-Curve แต่ยังมีอีกหนึ่งพื้นที่ในอีอีซีที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้ายุคใหม่หรือสินค้านวัตกรรมคือ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือเรียกย่อๆ ว่า อีอีซีไอ (Conceptual Framework of Eastern Economic Corridor of Innovation : EECi)


เปลี่ยนยุคแรงงานสู่ยุคเจ้าของเทคโนโลยี


ต้องยอมรับว่าในอดีตไทยเป็นเพียงฐานการผลิตที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาอาศัยแรงงานราคาถูก เราจึงมีสถานะเป็นเพียงผู้รับจ้างไม่สามารถได้รับความรู้หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับสูง เมื่อประเทศอื่นมีราคาค่าจ้างถูกกว่า นักลงทุนก็จะย้ายฐานการผลิตไปยังแหล่งอื่น แรงงานหลายคนออกจากภาคอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่ภาคการเกษตรจึงทำได้เพียงการปลูกพืชเกษตรขายในราคาถูก จนเมื่อพืชเกษตรเหล่านั้นถูกส่งออกไปแปรรูปในต่างประเทศด้วยเทคโนโลยีทันสมัยกลายเป็นยางรถยนต์ เครื่องสำอาง ยารักษาโรค ฯลฯ แล้วส่งกลับมาขายให้กับเราในราคาที่แพงกว่าเป็น 100 เท่า

ภารกิจของ EECi คือการปลดแอกความเหลื่อมล้ำนั้น ซึ่งจะเป็นจุดพลิกโฉมการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เพราะ 1 ใน 6 ของอุตสาหกรรมเป้าหมายใน EECi ก็คือ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ นั่นเอง


500 สตาร์ทอัพพบนายกฯ พลิกโฉมประเทศไทย

startup thailand league

การเข้าพบ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของผู้แทนวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ และตัวแทนนิสิต นักศึกษา เยาวชนไทย จาก STARTUP Thailand League รวมประมาณ 500 ราย ภายใต้การนำของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมผู้บริหารจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ถือเป็นเหตุการณ์ทางธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องจับตามองเนื่องจากบุคคลเหล่านี้คือ นักธุรกิจและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่ต้องการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์อนาคต อาทิ การแพทย์แห่งอนาคตพลังงานแห่งอนาคตและอาหารแห่งอนาคต


อาหารเพื่ออนาคตเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

การเข้าพบนายกรัฐมนตรีของกลุ่มสตาร์ทอัพได้นำเสนอการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อกำหนดอนาคตประเทศไทย โดยหนึ่งในเนื้อหาสำคัญคือ การทำวิจัยขั้นแนวหน้าด้านอาหารเพื่ออนาคต (Food for the Future) ซึ่งเป็นการรวมศาสตร์สองศาสตร์เข้าด้วยกัน คือเกษตรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ทางอาหาร กับโจทย์ที่ท้าทายพัฒนาทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและยีน (Diet-gene interaction) ให้ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับลักษณะทางพันธุกรรมเฉพาะบุคคล (Personalized Food) เพื่อลดโอกาสการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง ซึ่งแน่นอนว่าอาหารเหล่านี้จะทำให้พืชเกษตรมีราคาแพงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว

 


EECi โอกาสใหม่ของเกษตรกรไทย

EECi เปรียบเสมือนการเชื่อมต่องานวิจัยดังกล่าวไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ยกตัวอย่างใน EECi จะมี Phenomics Greenhouse ทำหน้าที่ศึกษาพืชในสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่จะแสดงลักษณะแตกต่างในเชิงพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นฐานข้อมูลเชื่อมโยงไปยังโรงปลูกพืช (Plant Factory) ทำให้ได้ผลผลิตที่ดี จากนั้นส่งต่อมายังโรงกลั่นชีวภาพ (Biorefinery) นำผลผลิตมาสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่างสารปรุงแต่งในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหาร เครื่องสำอาง การแพทย์และเคมีชีวภาพ รวมถึงสมาร์ทฟาร์ม สมาร์ทกรีนเฮาส์ ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยคาดการณ์เพื่อใช้วางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว เป็นต้น


เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่เราจะเห็นอนาคตพืชเกษตรไทยมีมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันเป็น 100 เท่า ก็ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย และนั่นหมายความว่าอนาคตเกษตรกรไทยก็จะพลอยมั่งคั่งไปด้วย

สำหรับแผนการพัฒนาพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECi จำนวน 2,000 ไร่ในวังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตามกรอบเวลาคือ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปลายปี 2561 จากนั้นอีก 2 ปีจะเปิดให้ภาคธุรกิจเข้าใช้พื้นที่ทั้งเอกชนไทยและต่างประเทศ ใน 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมแบตเตอรี่และยานยนต์สมัยใหม่อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะอุตสาหกรรมการบินและอวกาศอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ และ อุตสาหกรรมเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยคัดเลือกมาจาก 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ 11 S-Curve ที่จะมีการลงทุนในพื้นที่ EEC 3 จังหวัดภาคตะวันออกนั่นเอง


อัพเดททุกเรื่องของโครงการ EEC

EEC FOCUS