ถ้าพูดถึงชื่อสตาร์ทอัพไทย Ookbee, Builk, ClaimDi, StockRadars, Wongnai, Priceza, Giztix, Skootar, FlowAccount, Refinn อาจจะมีอย่างน้อย 1-2 ชื่อที่คุณรู้จัก ‘Startup 101’ จึงเกิดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสตาร์ทอัพ ปูพื้นตั้งแต่ความหมาย ลำดับขั้นการระดมทุน กองทุน ฯลฯ ที่ควรรู้ในระดับเบื้องต้น

Startup คือใคร? ทำอะไร?
คือ ธุรกิจที่นำปัญหาต่างๆ มาสร้างเป็นโซลูชันส์ซึ่งไม่เคยมีใครทำมาก่อน (Unique) เพื่อแก้ปัญหาหรือช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น (Solving Problems) โดยนำ ‘เทคโนโลยี’ มาออกแบบโซลูชันส์เพื่อให้ง่ายต่อการทำซ้ำ (Repeatable) และขยายตัวได้ (Scalable) เช่น ขยายไปต่างประเทศ และเมื่อมีผู้ใช้บริการถึงจุดหนึ่งก็จะสามารถหารายได้ และเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth)
ดังนั้น จะเรียกว่า สตาร์ทอัพ หรือ เทคสตาร์ทอัพ ก็เข้าใจตรงกันได้ทั่วโลก และหากประเทศใดมีนโยบายส่งเสริมให้มีจำนวนสตาร์ทอัพมากๆ เช่น ประเทศไทย ก็เท่ากับส่งเสริมให้เกิด Startup Ecosystem คือ ระบบนิเวศสตาร์ทอัพ

Startup กับ SME ต่างกันตรงไหน?
ยกตัวอย่าง ร้านกาแฟ เจ้าของร้านต้องลงทุนเอง หาซื้อวัตถุดิบ เครื่องชง จ้างพนักงาน ค่อยๆ สร้างแบรนด์และเติบโต แบบนี้เรียกว่าธุรกิจ SME ถ้าจะเปิดสาขาเพิ่มก็ต้องหาสถานที่ จ้างคน ซื้อวัตถุดิบเพิ่ม จึงไม่สามารถทำซ้ำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้
แต่ถ้าเป็น แพลตฟอร์มจำหน่ายกาแฟสำหรับชง/อุปกรณ์ชงกาแฟ ที่เปิดให้เจ้าของร้านกาแฟต่างๆ มาโพสต์ขายผลิตภัณฑ์บนแพลตฟอร์ม มีรายได้จากส่วนแบ่งจากการขาย
สรุปแล้ว SME จะเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปและต้องลงทุนเอง แต่ถ้าเป็นสตาร์ทอัพ 1) จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหา 2) ทำซ้ำได้ 3) ขยายตัวได้ 4) ลงทุนเองหรือระดมทุนก็ทำได้ และ 5) เติบโตแบบก้าวกระโดด

รู้จัก Venture Capital (เวนเจอร์ แคปิทัล)
หลักๆ แล้ว ผู้ลงทุนในสตาร์ทอัพมีทั้งที่เป็นกองทุนและเป็นบุคคล ซึ่งถ้าหนุนให้สตาร์ทอัพเติบโตจนได้ทุนคืน ได้กำไร ผลตอบแทนอาจเป็นเงินหรือหุ้นในบริษัทสตาร์ทอัพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการตกลง
- Venture Capital (VC : เวนเจอร์ แคปิทัล) คือ กองทุนร่วมลงทุน เช่น นาย A นาย B นาง C จัดตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพที่เห็นว่ามีศักยภาพและมีโอกาสเติบโต ซึ่งผู้ที่จะร่วมลงทุนใน VC จะต้องมีความรู้ด้านการลงทุนเป็นอย่างดี ยอมรับความเสี่ยงสูงได้เพราะเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ เช่น 500 Startups กองทุนระดับโลกที่เกิดขึ้นในซิลิคอน วัลเลย์ และแตกไลน์กองทุนไปลงทุนในหลายประเทศ อาทิ 500 TukTuks โดยกองทุนแรกมุ่งให้บริษัทไทย แต่ในกองทุนที่สองนั้นมีกลุ่มทุนขนาดใหญ่มาเข้าร่วมและเลือกให้โดยไม่จำกัดประเทศ
- Corporate Venture Capital (CVC : คอร์ปอเรต เวนเจอร์ แคปิทัล) คือ องค์กรที่มีหน่วยงานเพื่อลงทุนในกองทุนหรือสตาร์ทอัพซึ่งมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับบริษัท เช่น AddVentures by SCG (บริษัทลูกของเอสซีจี) สนใจลงทุนในสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ Digital Ventures (บริษัทลูกของธนาคารไทยพาณิชย์) สนใจลงทุนในสตาร์ทอัพด้านฟินเทค
- Angel Investor (แองเจิล อินเวสเตอร์) นักลงทุนอิสระที่ให้ทุนในระยะเริ่มต้นธุรกิจเพราะเชื่อใน passion ของสตาร์ทอัพ แต่จำนวนเงินจะไม่มากเท่า VC และมักจะให้ทุนสนับสนุน 3-4 ปีขึ้นไป (เข้าขั้นใจดีแบบเทวดานางฟ้ามาโปรด) นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนรายย่อยลงไปอีก เรียกว่า Super-angel Investors
- Crowdfunding (คราวด์ฟันดิง) การระดมทุนจากมวลชนผ่านเว็บไซต์ ซึ่งทางสหรัฐอเมริกากำหนดให้ระดมทุนผ่านช่องทางนี้ทำได้ไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์
ไป Pitching (พิตชิง) กันไหม
จำง่ายๆ ว่า Pitching ก็คือ การขายไอเดียหรือนำเสนอธุรกิจเพื่อพิชิตใจนักลงทุน โดยสตาร์ทอัพต้องทำ Pitch Deck ซึ่งก็คือ สไลด์นำเสนอปัญหา (Pain Point) โซลูชันที่คิด/สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหา และโมเดลธุรกิจ ซึ่งหลังจากนำเสนอ Pitch Deck แล้ว มักจะต้องตอบคำถามของคณะกรรมการหรือนักลงทุนเพิ่มเติม หากนักลงทุนพิจารณาว่าสตาร์ทอัพนั้นๆ เข้าตา มีอนาคต ก็จะได้รับเงินลงทุนไป แต่ถ้ายังไม่เข้าตา สตาร์ทอัพสามารถกลับไปพัฒนาต่อและหาเวที Pitching ใหม่ได้
- ตัวอย่างเวที Pitching ภาษาไทย จากงาน STARTUP Thailand 2017
- ตัวอย่างเวที Pitching ในระดับสากล จากงาน Slush 2016

Stage (สเตจ) / Round (ราวนด์)
สตาร์ทอัพสามารถ Pitching เพื่อระดมทุนต่อสายป่านทางธุรกิจเป็นรอบๆ เรียกว่า Stage หรือ Round โดยมีหลายระดับตั้งแต่
- Angel Round : เม็ดเงินประมาณ 20,000-50,000 ดอลลาร์
ได้จากเงินส่วนตัวของนักลงทุนอิสระหรือ Angel Investors มาตั้งไข่ก่อนเข้าสู่ Seed Round
- Seed Round : เม็ดเงินประมาณ 2.5 แสนถึง 2 ล้านดอลลาร์
ใช้เรียกสตาร์ทอัพที่อยู่ในขั้นเริ่มต้นธุรกิจ (เทียบได้กับการเริ่มต้นของเมล็ดพันธุ์) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีทีมงานไม่กี่คนและต้องการเงินลงทุนเพื่อไปต่อ โดยสตาร์ทอัพต้องหาจุดที่ลงตัวระหว่างผลิตภัณฑ์กับผู้ใช้งาน (Proof of Concept) แต่ในไทยมักจะเห็นการสนับสนุนระดับ Seed Fund ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ และผู้สนับสนุนเงินลงทุนระดับนี้ก็มักจะเป็น Angel Investors
- Series A : เม็ดเงินประมาณ 2-15 ล้านดอลลาร์
จาก Seed Round สตาร์ทอัพจะใช้เวลาเติบโตประมาณ 2 ปี คือมีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจนอยู่ตัว มีตลาดชัดเจน จึงจะระดมทุนใน Pre-series A / Series A Round ได้ และสตาร์ทอัพไทยก็มักจะกระจุกตัวอยู่ในระดับนี้
- Series B : เม็ดเงินมากกว่า 15 ล้านดอลลาร์
การระดมทุนในรอบที่สูงขึ้น สะท้อนว่าธุรกิจเติบโตได้ดีและต้องการนำทุนไปขยายตัว ขยายตลาดออกไปต่างประเทศ และหากเป็น Series C, Series D เม็ดเงินที่ระดมทุนก็จะอยู่ในระดับมหาศาล

Unicorn (ยูนิคอร์น)
Unicorn Startup หรือ Unicorn Company เป็นคำที่ใช้เรียก สตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทเกิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย www.cbinsights.com สรุปรวมข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2018) ว่า ทั่วโลกมียูนิคอร์นมากกว่า 286 บริษัท ที่เราคุ้นหูกันดีก็เช่น Amazon, Airbnb. Uber, Facebook, GrabTaxi, Pinterest, Snapchat, SpaceX นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกตามมูลค่าบริษัทที่แตกต่างกันออกไป
- Centaur (เซนทอร์) บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ร้อยล้านดอลลาร์
- Decacorn (ดีคาคอร์น) บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
- Hectocorn (เฮกโตคอร์น) บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหมื่นล้าน แสนล้านดอลลาร์ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงนิยมเรียกบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ขึ้นไปแบบรวมๆ ว่า ‘Unicorn’ เพื่อให้เข้าใจและจดจำง่าย
Startup 102 : เข้าใจ ‘สตาร์ทอัพ 8 ประเภท’ พร้อมตัวอย่างโซลูชันส์ที่มีผู้ใช้งานแล้ว
เปิดบทสนทนากับ ‘กฤษฎา ชุตินธร’ ผู้ร่วมก่อตั้ง FlowAccount แก้อย่างไรถ้า Cash มันไม่ Flow
สนใจศึกษาข้อมูลและข่าวอัปเดตในแวดวงสตาร์ทอัพได้จากลิงก์เหล่านี้
- https://www.startupthailand.org
- https://techsauce.co
- https://www.cbinsights.com/research-unicorn-companies
- https://www.techinasia.com
- https://techcrunch.com
- https://e27.co













