‘สหรัฐอเมริกา’ ดำเนินการคว่ำบาตร ‘อิหร่าน’ แล้ว ซึ่งหมายความว่าระบบ SWIFT การทำธุรกรรมการเงินจะถูกยกเลิก รวมถึงบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกรรมกับอิหร่าน 


เนื่องจากอิหร่านมีรายได้หลักจากพลังงาน หากบริษัทต่างชาติซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 100 รายออกจากตลาดอิหร่านเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร จะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันลดลงเกือบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีผลโดยตรงต่อจีดีพีอิหร่าน 

การลงโทษตรงนี้กินไปหลายด้าน ตั้งแต่ปิโตรเคมี อุตสาหกรรมต่อเรือ โลจิสติกส์การขนส่ง การเงินและธนาคาร ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลอิหร่าน แต่การเล่นงานอิหร่านนั้น มุ่งไปเล่นงาน จีน รัสเซีย และอินเดียไปในตัวด้วย อย่างจีนและอินเดียมีความเกี่ยวข้องกับการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านโดยตรง ซึ่งจีนและอินเดียไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องนี้มากนัก เนื่องจากมองว่ายังดำเนินการตามกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและมีความชัดเจนในฐานะรัฐศูนย์กลาง

รัฐอิสระในภูมิภาคอย่างอินเดีย ล่าสุดซื้อ S-400 ในวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในรูปของเงินรูเบิล โดยไม่เกรงการข่มขู่ใดๆ จากสหรัฐ ตรงนี้นอกจากจะบอกว่าสหรัฐไม่สามารถสั่งได้แล้ว ยังมีความหมายเป็นนัยอีกว่า S-400 เหนือกว่าขีปนาวุธแพทริออต 

ขณะที่อิหร่าน ในฐานะรัฐอิสระในภูมิภาคที่ไม่อยู่ในฐานะรัฐดาวเทียมหรือรัฐอุกกาบาต ก็มีกลยุทธ์ของตนเองว่า หากพึ่งพาน้ำมันอย่างเดียวอาจสร้างปัญหาตามมาอย่างที่เห็นกัน จีน…ในฐานะที่เคยเป็นรัฐอิสระในภูมิภาคสามารถพัฒนาตนเองในรอบทศวรรษไปสู่รัฐศูนย์กลางได้ และจีนในปัจจุบันสามารถผนวกเส้นทางการค้าใหม่ของตนเองจากเอเชียตะวันออกไกล ยูเรเชีย และยุโรป กับเส้นทางการประกันพลังงานของตนเองเพื่อหนีปัญหาช่องแคบมะละกา และในอนาคตคาดว่าทะเลจีนใต้จะถูกปิดโดยจีน โครงการของจีนกำลังดำเนินไปด้วยดีและมีอิสระ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจใหม่ แต่ยังมีปัญหาว่ายังขาดการเปรียบเทียบตัวเลขโลจิสติกส์การขนส่งกับโครงการอื่นๆ ที่ไม่ใช่สัญชาติจีน

ขณะที่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ รัสเซีย อิหร่าน อินเดีย จะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับการดำเนินการตามโครงการที่มีความทะเยอทะยานเพื่อสร้างเส้นทางการขนส่งเหนือ – ใต้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่จะเป็นช่องทางการจัดส่งสินค้าระยะทาง 700 กิโลเมตร จากทะเลสาบแคสเปียนไปยังอ่าวเปอร์เซีย สินค้าจากอินเดียจะถูกขนส่งไปยังท่าเรืออิหร่าน Bandar Abbas ในอ่าวเปอร์เซียจากนั้นก็เลียบคลองไปยังท่าเรือ Bandar-Enzeli บนทะเลสาบแคสเปียน ส่งต่อทางทะเลไปยังเมือง Astrakhan จากนั้นก็พึ่งทางรถไฟไปยังยุโรป ความยาวรวมของเส้นทางจะอยู่ที่ 7.2 พันกิโลเมตร ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นของการทำงานอยู่ที่ประมาณ 7-10 พันล้านดอลลาร์ การดำเนินการตามโครงการเหนือใต้จะช่วยลดมูลค่าโลจิสติกส์การขนส่งของคลองสุเอซได้ 30-40% เนื่องจากการเคลื่อนย้ายสินค้าจากอินเดียจะเร็วกว่า 20 วัน คาดว่าจะสามารถขนส่งสินค้าได้ถึง 30 ล้านตันต่อปีโดยจะผ่านระบบขนส่งใหม่ 

ดูเหมือนว่าโครงการจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด อิหร่านจะได้รับประโยชน์จากการขนส่งในแง่ของมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ จะปรับตนเองเป็นรัฐอิสระมากยิ่งขึ้นโดยไม่พึ่งพาพลังงานอย่างเดียว เป็นรัฐทางผ่านการค้า ซึ่งก็สอดรับประโยชน์ของรัสเซียจะมีทางออกอีกทางไปสู่มหาสมุทร อินเดียก็สามารถส่งออกไปยังตลาดยุโรปได้เร็วขึ้น ก็สามารถแข่งขันกับจีนได้และสามารถก้าวมาสู่โรงงานโลกแห่งที่สอง แทนที่จีนที่ขยับตนเองไปสนใจการส่งออกด้านเทคโนโลยี ซึ่งหากพิจารณาเส้นทางสายไหมของจีนทางทะเลก็ยังผ่านคลองสุเอซอยู่ นี่คือความแตกต่างจากจีนในเรื่องของต้นทุนโลจิสติกส์การขนส่งและลดอิทธิพลกลุ่มนาโต้ในตะวันออกกลาง

อิหร่าน มีตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่โดดเด่น สามารถเข้าถึงมหาสมุทรอินเดียในส่วนควบคุมช่องแคบฮอร์มุชที่เป็นส่วนหลักของน้ำมันไปยังยุโรปจากประเทศของคาบสมุทรอาหรับ และยังมีการเข้าถึงหัวใจของเอเชียกลางสู่ทะเลสาบแคสเปียน ดังนั้นความพยายามในการปรับตัวของโครงการเหนือใต้ อิหร่านต้องต่อสู้เพื่อให้ตนเป็นดินแดนแห่งการทางผ่านการขนส่ง ตั้งแต่ทางหลวงและการสื่อสารที่สำคัญอื่นๆ ที่จะใช้เส้นทางนี้ผ่านอิหร่าน รัสเซีย และประเทศในคอเคซัส

ภาพจาก https://ic.pics.livejournal.com/…/5477…/5477142_original.png

ในเวลาเดียวกัน อาเซอร์ไบจานให้ความสนใจตามเส้นทางทวีปไปยังรัสเซียผ่านอาร์เมเนียและจอร์เจียไปยังชายฝั่งทะเลดำ เป็นที่ทราบกันดีว่าเยอรมนีตั้งใจที่จะลงทุนในการก่อสร้างทางรถไฟผ่านอาณาเขตของอาเซอร์ไบจาน

ปัจจุบันเศรษฐกิจอินเดียล่าช้าหลังจีนอย่างน้อย 5-7 ปี อินเดียต้องการเป็นโรงงานแห่งที่สองของโลก ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจของประเทศจะมุ่งเน้นไปที่ตลาดภายในประเทศซึ่งมีขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หากอินเดียต้องการเป็นรัฐศูนย์กลางต้องเพิ่มการส่งออกเพื่อแข่งขันกับจีน

ดังนั้น เส้นทางการขนส่งใหม่เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการขยายตลาดการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและได้รับรายได้จากการขนส่ง การค้าทวิภาคีของอินเดียกับจีนก็ถึงวาระที่จะเติบโตอีกด้วย เนื่องจากนอกเหนือจากการแข่งขันแล้วยังมีผลประโยชน์ร่วมกันหากมีต้นทุนที่ต่ำ ในขณะที่อิหร่านสามารถพัฒนาไปสู่รัฐอิสระอย่างเต็มที่ในฐานะรัฐทางผ่านการขนส่ง และรัสเซียสามารถดำเนินนโยบายการทหารและพลังงานได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้นในเส้นทางการค้านี้ 

หากติดตามทุกโครงการ เส้นทางการค้าใหม่ที่เกิดขึ้นจะมากับการประกันพลังงาน หมายถึงระบบท่อการขนส่งจะมาด้วย นั้นคือหลักประกันพื้นฐานที่ทำให้เกิดเส้นทางการค้าและการเปลี่ยนระบบการซื้อขายโดยเงินสกุลใหม่ (เป็นที่น่าสังเกตว่าการตกลงเจรจาเส้นทางการค้าของรัฐอุกกาบาตจะขาดสิ่งนี้ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแพลตฟอร์มใหม่ได้)

รัฐอิสระในภูมิภาคคิดกลยุทธ์ของตนเองเพื่อให้ปลอดจากการควบคุมในระบบการค้าต่างประเทศโดยรัฐศูนย์กลาง ประเทศไหนที่คิดได้ก่อนก็จะเร่งการเติบโตเศรษฐกิจระยะยาวและไม่ให้ความสนใจมาตรการลงโทษต่างๆ จากภายนอก เป็นรูปธรรมของการปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจที่แท้จริง


 

 

เรื่องโดย : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย