แม้ว่าโพลหลายสำนักจะรายงานตรงกันว่าในช่วงปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนหนึ่งมีการคาดกการณ์กันว่าเป็นเพราะผลพวงจากอุบัติเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งคร่าชีวิตนักท่องเที่ยวชาวจีนไปไม่น้อยกว่า 40 ราย ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กำลังจะตัดสินใจมาเที่ยว

แต่ถึงอย่างไร แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกิจการ การค้าขาย ของผู้ประกอบการชาวไทยที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนจีน ทว่า ความนิยมในสินค้าไทยของชาวจีนก็ยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างไร และยังสามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มผู้ขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ค้าปลีก พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ชาวไทย ที่สามารถผลิตและนำเสนอสินค้าได้โดนใจ นักช้อปจีน ได้อย่างตรงใจ


เปิดโผ Top 5 สินค้าไทย โดนใจ นักช็อปจีน

จากบทความเรื่อง “เจาะใจนักช้อปจีน…ค้าปลีกรับมืออย่างไร” ซึ่งเขียนโดย ปราณิดา ศยามานนท์ เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์เปิดมุมมอง วันที่ 18 ตุลาคม 2018 ทำให้ทราบว่า Top 5 สินค้าไทย ที่โดนใจ นักช้อปจีน มีอะไรบ้าง

“การเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าความงาม สินค้าแฟชั่น และซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งนี้ จากข้อมูลผลสำรวจของ Nielsen ที่ทำร่วมกับ Alipay ในปี 2017 เกี่ยวกับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางออกนอกประเทศพบว่า สินค้า 5 อันดับแรกที่ชาวจีนนิยมซื้อในต่างประเทศคือ สินค้าความงาม สินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก เครื่องแต่งกาย และ อาหารสำหรับเป็นของฝาก ตามลำดับ โดยจะช้อปที่แหล่งช้อปปิ้งอย่าง แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมอย่าสง ร้านค้าปลอดภาษี ซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านสินค้า luxury”

ตามข้อเท็จจริงที่กล่าวมานี้ ผู้เขียนจึงชี้ให้เห็นว่า นี่จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าเหล่านี้ในการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ด้วยการดำเนินกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจีน อาทิ การนำสินค้าที่ได้รับความนิยมไปวางจำหน่ายในแหล่งช้อปปิ้งที่ นักช้อปจีน มักเดินทางไป ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้พวกเขา

ในอีกทางหนึ่งก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ได้ปรับตัวรองรับการเติบโตของลูกค้าชาวจีน เช่น ศูนย์การค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตในแหล่งท่องเที่ยวหลักได้เปิดมุมสินค้าที่รวบรวมขนมของฝาก ของพื้นเมืองต่างๆ รวมถึงสินค้าสมุนไพรความงามต่างๆ ที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวจีนเพื่อให้เป็น one-stop shopping ด้วย


วางระบบการตลาดออนไลน์ เพิ่มช่องทางการชำระเงินออนไลน์ พิชิตใจ นักช้อปจีน

นอกจากการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนแล้ว ผู้เขียนบทความนี้ ยังยืนยันว่า ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามการทำการตลาดออนไลน์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้เจาะตลาดนักช้อปจีนได้กว้างขวางขึ้น

“เนื่องจากชาวจีนส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมาก่อนแล้ว โดยกว่า 90% จะค้นหาข้อมูลจากช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดีย รวมถึงเช็คราคาผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงควรมุ่งทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้นเพื่อดึงดูดชาวจีนให้มาใช้บริการ”

และหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเข้าถึงช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วคือ การจับมือเป็นพันธมิตรกับบล็อกเกอร์ที่มีชื่อเสียงของจีนหรือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในจีนอย่าง WeChat ซึ่งมีตัวอย่างในต่างประเทศที่น่าสนใจคือ Shinsegae DF ร้านค้าปลอดอากรชั้นนำของเกาหลีใต้ได้จับมือกับ WeChat ในการขยายฐานสมาชิกส่งผลให้จำนวนสมาชิกชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 150% และยอดขายเพิ่มขึ้นราว 25% ภายในระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ Shinsegae DF ยังได้ร่วมมือกับ Ctrip ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของจีนในการเปิดรับสมาชิกผ่านเว็บไซด์ Ctrip ที่คาดว่าจะช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนได้แพร่หลายรวดเร็วมากขึ้นได้

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เขียนบทความ ยังย้ำด้วยว่า ไม่ควรมองข้ามเทคโนโลยีการชำระเงินที่ นักช้อปจีน นิยม เพราะจากผลสำรวจของ Nielsen พบว่ารูปแบบการชำระเงินเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการซื้อสินค้าในต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีนซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากส่วนลดของราคาสินค้า และโมบายเพย์เมนต์ก็เป็นช่องทางสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาเพื่อดึงดูดนักช้อปชาวจีนให้มาใช้บริการ

โดยพบว่ากว่า 65% ของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศจะชำระเงินผ่านช่องทางโมบาย ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการค้าปลีกไทยเปิดรับชำระเงินผ่าน Alipay และ WeChat Pay เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พิสูจน์ได้จากตัวเลขในรายงานของ Alipay เกี่ยวกับธุรกรรมที่ทำผ่าน Alipay ในร้านค้าต่างประเทศในช่วงฤดูร้อนของปี 2018 เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 2.6 เท่า จากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณธุรกรรมในไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากฮ่องกง สะท้อนถึงการเติบโตของยอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ใช้จ่ายกับการซื้อสินค้าไทยซึ่งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

โดยที่ผ่านมา สถาบันการเงินไทยบางแห่งยังได้จับมือกับ Alipay เพื่อรองรับการชำระเงินผ่านระบบ Alipay ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีก โดยเฉพาะ SMEs ที่จะเพิ่มยอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนได้มากขึ้นจากการรับชำระเงินด้วย QR code ผ่านระบบของ Alipay


บทสรุปของบทความที่น่าสนใจซึ่งเราได้นำมาแชร์ต่อนี้ ระบุชัดเจนว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก จึงยังคงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการค้าปลีกไม่ควรมองข้าม แต่ก็ต้องดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาทด้วย เพราะความท้าทายต่อไปที่จะเกิดขึ้น คือ ตลาดจะแข่งขันรุนแรงมากขึ้นทั้งการพัฒนารูปแบบร้านค้า การเลือกสินค้าและบริการเพื่อให้ตอบโจทย์กำลังซื้อมหาศาลเหล่านี้

ด้วยเหตุนี้การสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งจึงเป็นจุดขายสำคัญ ซึ่งผู้ประกอบการอาจอาศัยเทคโนโลยีในการให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่ม (personalize services) อาทิ ให้โปรโมชั่นเฉพาะรายลูกค้า หรือการออกแบบ loyalty program สำหรับกลุ่มนักช้อปปิ้งชาวจีนโดยเฉพาะ หรือแม้แต่บริการจัดส่งสินค้าข้ามประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่จะดึงดูดลูกค้าชาวจีนให้เกิดความประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำอีกในอนาคต


ที่มา : บทความ เรื่อง ““เจาะใจนักช้อปจีน…ค้าปลีกรับมืออย่างไร” เขียนโดย ปราณิดา ศยามานนท์ เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์เปิดมุมมอง วันที่ 18 ตุลาคม 2018

อ้างอิง : https://www.scbeic.com/th/detail/product/5098


อัปเดตเคล็ดลับทำธุรกิจ ครองใจนักช้อปจีน กันต่อ

Alipay กับยอดทำธุรกรรมข้ามแดนที่พุ่งปรี๊ด เมื่อคนจีนเปย์เก่ง โอกาสก็เป็นของเรา!

12 เดือนมานี้ นักท่องเที่ยวจีน ฮิตเที่ยวที่ไหน เมืองไทยโดนเทหรือยัง?

ผ่าขุมทรัพย์แดนจีนใต้ ลงทุนในจีน เข้าถูกทาง เจาะถูกที่ รวยก่อนใคร