ในที่สุดวัฏจักรแห่งวันเดือนปี 09-11-2018 ที่ถือเป็นมหาฤกษ์มหามงคลแจ้งเกิด “ไอคอนสยาม” อาณาจักรมูลค่า 54,000 ล้านบาท จากการผนึกความร่วมมือกันระหว่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ – แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ – สยามพิวรรธน์ เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทยที่เลิศล้ำทุกมิติให้ทั้งโลกได้ลือเลื่อง… “ทำให้โลกเห็นเรา ทำให้เราเห็นตัวเอง” ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาก็เวียนมาถึงจนได้


นับจากนี้ต่อเนื่องไปไม่มีที่สิ้นสุด ช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างฝั่งธนบุรี ทางด้านขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา กับฝั่งกรุงเทพ ที่อยู่ทางด้านซ้ายของสายน้ำเจ้าพระยา จะถูกเติมเต็มด้วย “ไอคอนสยาม”

บทสนทนาของผู้คนนับแต่นี้ต่อไปจะยึดโยงอยู่กับเรื่องราวของไอคอนสยาม หาไม่แล้วอาจต้องกลายเป็นคนตกกระแส ตามโลกไม่ทัน

แฮชแท็กต่อท้ายข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ มีแนวโน้มที่น่าจะประกอบด้วยชุดข้อความ #ไปไอคอนสยามหรือยัง


“ไอคอนสยาม” ดีวิเศษอะไร?

ไอคอนสยาม แม้จะไม่สามารถอวดอ้างเป็นวิเศษสถาน แต่พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “ไอคอนสยาม” มีดีเอ็นเอของความเป็นไทยที่น่าภาคภูมิใจ

พื้นที่กว่า 750,000 ตารางเมตร ของไอคอนสยาม ที่ทอดเป็นแนวยาวถึง 500 เมตร ขนานไปกับฝั่งขวาของลำน้ำเจ้าพระยา ด้านตรงข้ามศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้  ได้เปลี่ยนโกดังข้าวโกโรโกโสรกร้าง ให้เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดความสนใจของผู้คน ด้วยสถาปัตยกรรมหมู่อาคารมหึมาและสูงเสียดฟ้าถึง 4 อาคารที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปคือ ไอคอนสยาม – ไอคอนลักซ์ – แมกโนเลีย วอเตอร์ฟรอนต์ เรสิเดนซ์ – เดอะ เรสิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล พร้อมด้วยท่าเทียบเรืออีก 4 ท่า

ทุกๆ อณูในไอคอนสยาม ล้วนสอดแทรกอัตลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งสะท้อนผ่านผลงานศิลปินชั้นครูทั่วเมืองไทย ไว้ให้คนไทยได้ชื่นใจในความเป็นไทย

“ภิญโญ  สุวรรณคีรี” ถ่ายทอดความวิจิตรเหนือกาลเวลาแห่งสถาปัตยกรรมไทยผ่านศาลพระภูมิและศาลพระชัยมงคล ซึ่งสถิตสถาวรเคียงคู่ไอคอนสยาม ให้ได้ยลกันเต็มตา

“ถาวร โกอุดมวิทย์” ฝากผลงานสะท้อนอัตลักษณ์แห่งสยาม ผ่านบานประตูไม้มงคล ให้แก่ทุกคนที่ไปเยือนได้ชื่นชม

“ปรีชา เถาทอง” ถอดความเป็นไทยผ่านลวดลายสายน้ำ พหุวัฒนธรรมแห่งสุวรรณภูมิให้ได้ตื่นตาตื่นใจไปตามกัน

นอกเหนือจากผลงานศิลปกรรมสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยของเหล่าศิลปินชั้นครูแล้ว ยังมีผลงานของศิลปินดาวรุ่งแถวหน้าของเมืองไทยอีกมากมายประดับประดาอยู่ทั่วไปในไอคอนสยาม

ไม่น่าจะเว่อร์วังอลังการเกินไป หากจะเอื้อนเอ่ยว่าไอคอนสยาม อุปมาเหมือนอัครสถานชุมนุมผลงานเอกอัครศิลปินทั่วแผ่นดินสยาม!


สถาปัตยกรรมกระทงบายศรี – แชนเดอเลียร์ทรงมาลัย…หนึ่งเดียวในโลก

ดีเอ็นเอสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยในไอคอนสยาม ไม่เพียงจำกัดอยู่เฉพาะงานศิลปกรรมของศิลปินเลือดไทยเท่านั้น แต่ยังสื่อผ่านสถาปัตยกรรม-ประติมากรรม ด้วยนวัตกรรมระดับโลก

กระทงบายศรี ซึ่งคุ้นเคยกันในวัฒนธรรมแบบไทย ถูกประยุกต์ด้วยนวัตกรรมระดับโลกจากเยอรมนี เป็นผนังกระจกใสไร้ขอบขนาดความสูง 24 เมตร ซ้อนกันดุจจีบกระทงยาว 300 เมตร ล้อไปตลอดแนวคุ้งน้ำ

พวงมาลัย ที่สื่อแสดงความเคารพรักและปรารถนาดีต่อกันตามขนบประเพณีแบบไทยได้กลายเป็นต้นแบบของแชนเดอเลียร์รูปทรงพิเศษ ด้วยฝีมือเชิงช่างชั้นเลิศของบริษัท ลาสวิต แห่งสาธารณรัฐเช็ก

ระบบแสงในไอคอนสยามก็ได้รับการออกแบบโดยค่าย L’Obervatoire แห่งนิวยอร์ก ซึ่งมีประสบการณ์ออกแบบจัดแสงของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ฝรั่งเศส และ Metropolitan Museum of Art สหรัฐอเมริกา

ม่านน้ำพุเริงระบำตามจังหวะดนตรียาว 400 เมตร ขนานไปกับลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งดำเนินการโดยทีมงานระดับโลกจาก Ghesa Water and Art แห่งประเทศสเปน นับเป็นอีก 1 ความพิเศษในไอคอนสยาม

ใครที่เคยประทับใจกับลีลาเริงระบำของน้ำพุ หน้าโรงแรมเบลลาจิโอในลาสเวกัส อาจจะละลายความประทับใจที่เคยมีทิ้งไปเลย เมื่อได้ตื่นตากับม่านน้ำพุเริงระบำของไอคอนสยาม


วาดผืนฟ้า อวดความเป็นไทยให้โลกลือ

ปฐมบทแห่งไอคอนสยาม จะก่อเกิดภาพให้ตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้ลืม โดยการใช้โดรน 1,500 ตัว จากทีมงานอินเทล บินขึ้นสู่อากาศ ไปวาดภาพแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยไฟหลากสีให้เฉิดฉายเจิดจรัสอยู่บนผืนฟ้า ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุบัติขึ้นเป็นครั้งแรกบนผืนฟ้าเมืองไทย

ณ วันนี้เราไม่จำเป็นต้องไปมารีน่าเบย์แซนด์ ถึงสิงคโปร์…ไม่จำเป็นต้องไปไกลถึงคานารี วอร์ฟ ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องไปดูน้ำพุเต้นระบำถึงลาสเวกัสให้มากเรื่อง ในเมื่อเรามีไอคอนสยามที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ แถมสดกว่า ทันสมัยกว่ากันเยอะเลย

ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ อาจได้เห็นปรากฏการณ์ Symphony of Light ที่เป็นระบำแสงประกอบดนตรี ระหว่างเกาะฮ่องกงกับเกาลูน เกิดขึ้นระหว่างฝั่งซ้าย และฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นได้

เมื่อไหร่ที่ไอคอนสยามทางฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อม และศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้-โรงแรมโอเรียนเต็ล-โรงแรมรอยัลออร์คิด-โรงแรมแชงกรี-ล่า ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาพร้อม…เมื่อนั้นระบำแสงเหนือลำน้ำน่าจะได้ฤกษ์บรรเลงให้ครื้นเครงเป็นแน่แท้เชียว !!!


ขอบคุณภาพประกอบจาก www.iconsiam.com