อาชีพ นักวิจัย อาจไม่ใช่อาชีพในฝันของใครหลายคน แต่เชื่อหรือไม่ ผู้ที่ได้มีโอกาสมาทำอาชีพนี้หลายคน ต่างกล่าวตรงกันว่า ตกหลุมรักอาชีพนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะนอกจากอาชีพนี้จะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้นำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา มาปรับใช้ในการทำวิจัยในด้านที่ตนเชี่ยวชาญแล้ว เมื่อใดก็ตามที่งานวิจัยนั้นเสร็จสิ้น และได้นำไปปรับใช้แก้ปัญหาสังคม มีส่วนพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยให้ดีขึ้น สร้างประโยชน์ตอบแทนกลับคืนให้กับประเทศชาติได้ นี่เอง จะเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่ และสร้างความสุข ความอิ่มเอมใจ ให้กับนักวิจัยท่านนั้นโดยไม่รู้ตัวผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส


และหากจะให้บรรยายถึงความรู้สึกนี้ เชื่อว่า ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส นักวิจัยประจำทีมวิจัยนวัตกรรมและข้อมูลเพื่อสุขภาพ (HII) ศูนย์วิจัยเครื่องมือแพทย์และเครื่องมืออำนวยความสะดวก (MDAT) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นท่านหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนี้ได้เป็นอย่างดี

ที่มั่นใจเช่นนี้ เพราะล่าสุด นักวิจัยหญิงจากเนคเทคท่านนี้ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้ได้รับทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2561 จากผลงานวิจัยหัวข้อ “ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะสำหรับสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย” ซึ่งจัดโดย บริษัท ลอริอัล (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยความร่วมมือกับสำนักเลขาธิการแห่งชาติ ว่าด้วย การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำปี 2561

โดยการจัดงานในปีนี้เป็นปีที่ 16 ของการจัดงาน เพื่อมอบทุนให้กับนักวิจัยสตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่น ด้วยความมุ่งหมายว่าจะทำให้เกิดการสานต่อการค้นคว้าและวิจัยและนำไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้ในที่สุด

บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ นอกจากจะเขียนขึ้นเพื่อแสดงความยินดีกับนักวิจัยหญิงท่านนี้แล้ว ยังตั้งใจมาถ่ายทอดเส้นทางสายนักวิจัยให้ทุกท่านได้ทราบกันว่า เส้นทางนี้ แม้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่สำหรับผู้ประกอบสัมมาชีพนี้ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจดี ปลายทางอาจมีช่อดอกไม้รออยู่ก็ได้


จากเด็กหญิงรักเรียน เชื่อฟังพ่อแม่ เดินสู่เส้นทางนักเรียนทุนอานันทมหิดล

เมื่อถามว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในชีวิตของอาจารย์แอร์ คำตอบจากปากที่ใช้เวลาคิดไม่นาน คือ คุณพ่อ คุณแม่ ของอาจารย์ นั่นเอง

“สิ่งที่จำความได้มาตั้งแต่เด็ก คือ คุณพ่อ คุณแม่ ทำงานเป็นลูกจ้างเขาทั้งคู่ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของท่านทั้งสอง ท่านจะประหยัด ไม่ใช้เงินในสิ่งที่สิ้นเปลือง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับลูก คุณพ่อ คุณแม่ จะยินดีทำให้ลูกเต็มที่ ให้เราได้กินของดีๆ ให้เรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ ยิ่งสำหรับคุณแม่ เรียกได้ว่า ท่านเลี้ยงเราด้วยการศึกษาเลย ไม่ใช่แค่พาไปเรียนหนังสือในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงหรือโรงเรียนนานาชาติ แต่ยังพาไปเรียน บัลเล่ต์ ดนตรีไทย เปียโน ด้วย”

ฟังคำตอบนี้แล้ว หลายคนอาจรู้สึกว่า ก็ไม่ได้ต่างกับเด็กที่เติบโตจากครอบครัวในเมืองใหญ่ทั่วไป ทว่า สิ่งที่แตกต่างและหล่อหลอมให้อาจารย์แอร์รักเรียน และเรียนรู้ทุกสิ่งรอบตัวด้วยความสุข คือ

ขอบคุณรูป : จักรพงษ์ นุตาลัย

“คุณแม่ไม่เน้นให้เรียนกวดวิชาค่ะ แต่เน้นให้เรียนรู้เพิ่มเติมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมให้เรามีความสามารถ มีทักษะ ในด้านที่แตกต่างออกไป ซึ่งสำหรับเรา ยิ่งคุณแม่ไม่ได้กดดันให้เราต้องตั้งใจเรียน หรือต้องทำผลการเรียนออกมาให้ได้เกรด 4 ซึ่งพอเราเห็น ความทุ่มเทและความรักที่คุณพ่อ คุณแม่ ทำให้เราขนาดนี้ มันทำให้บอกตัวเองเลยว่า ต้องตั้งใจเรียน ทำผลการเรียนออกมาให้ดี เพื่อให้ คุณพ่อ คุณแม่ ภูมิใจ”

มาถึงการเรียนในระดับปริญญาตรี อาจารย์แอร์เรียนจบจากสาขา Information Technology สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ SIIT ด้วยผลการเรียนในระดับที่น่าพอใจ ส่งผลให้เธอสอบชิงทุนการศึกษาของ บริษัท เชลล์ ในปีนั้นได้

แต่คล้อยหลังจากที่ทราบผลการได้ทุนนี้ไม่นาน อาจารย์แอร์ก็ได้ทราบเรื่องการขอทุนอานันทมหิดลประจำปีการศึกษานั้น ในระหว่างที่กำลังช่วยงานอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อรอไปศึกษาต่อพอดิบพอดี

“อาจารย์ เอกวิชญ์ นันทจีวรวัฒน์ อาจารย์ที่ปรึกษาของแอร์ตอนเรียนอยู่ที่ SIIT ก็แนะนำค่ะว่าให้แอร์ลองขอทุนอานันทมหิดลดู เพราะเป็นทุนที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานให้นักศึกษาไทย ให้ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และเป็นทุนที่ใครก็ตามที่ได้รับจะรู้สึกภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต แอร์เลยรีบสมัครโดยเขียนแนะนำตัวเองถึงการเรียน และการช่วยงานในฐานะผู้ช่วยวิจัย เพื่อขอทุนอานันทมหิดลในปีนั้น”

และในที่สุด หลังจากวันสอบสัมภาษณ์ 1 สัปดาห์ ก็มีโทรศัพท์มาแจ้งว่าอาจารย์แอร์ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลในปี 2544

“แอร์ยังจำความรู้สึกเมื่อได้รับทราบผลวันนั้นได้อย่างดี คุณพ่อ คุณแม่ ท่านดีใจมาก ส่วนเราเองก็ดีใจมากเช่นกันที่ทำให้ท่านทั้งสองดีใจ”


ขอบคุณรูป : จักรพงษ์ นุตาลัย

ทุนอานันทมหิดล กรุยทาง สู่เส้นทางแห่งการเรียนรู้ การเป็นนักวิจัยคุณภาพ       

หลังจากทราบผลว่าได้รับทุนอานันทมหิดลไม่นาน อาจารย์แอร์ก็บินลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโทที่ Imperial College London โดยเลือกเรียนในสาขา Advanced Computing และที่นี่เองที่ทำให้อาจารย์แอร์ได้พบกับ Professor Guang-Zhong Yang อาจารย์ประจำ Department of Computing, Imperial College London ผู้จุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้เธอตั้งใจเรียน มุ่งมั่นหาประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วยทำงานวิจัยร่วมกับทางคณะวิจัยของ Hamlyn Centre ที่มีอาจารย์ Yang เป็นผู้อำนวยการศูนย์

“และเมื่อใกล้จะเรียนจบในระดับปริญญาโทที่ Imperial College London ในสาขา Advanced Computing แอร์ก็ตัดสินใจว่าจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทอีกใบ ด้าน Speech, Text Processing and Internet Technology ที่ University of Cambridge เป็นเวลาเกือบ 1 ปี เพื่อต่อยอดความรู้ที่มี สู่การศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้าน Body Sensor Networks และ Pervasive Computing ที่ Imperial College London โดยในการศึกษาปริญญาเอกนี้ ก็มีอาจารย์ Yang เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตามที่ได้ตั้งใจไว้แต่แรก”


งานวิจัย เปิดตาให้เห็นเทรนด์ในอนาคต สร้างงานวิจัยตอบโจทย์ สังคมผู้สูงอายุ

ในการเรียนระดับปริญญาเอกเมื่อปี พ.ศ.2545 นี่เอง ที่อาจารย์แอร์มุ่งมั่นตั้งใจทำวิทยานิพนธ์และศึกษาเฉพาะทางไปในเรื่อง Body Sensor Networks และ Pervasive Computing ซึ่งสาเหตุของการเลือกทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อนี้ เพราะมองเห็นเทรนด์ว่าคอมพิวเตอร์ในอนาคต จะพัฒนากลายเป็น Wearable คือจะเป็นหนึ่งในเครื่องแต่งตัว อยู่ติดกับตัวมนุษย์ อย่าง นาฬิกา เครื่องประดับ และจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนสามารถพัฒนาเป็น Implantable คือฝังเข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้

และที่สุดแล้ว ความรู้ด้านนี้จะยิ่งทวีความสำคัญในฐานะศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะมีบทบาทนำมาใช้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม หรืองานวิจัยที่ช่วยในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆได้ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ เช่น เป็นเซนเซอร์ติดตัวผู้สูงอายุป้องกันการล้ม หรือนำมาใช้งานในการตรวจสุขภาพต่อเนื่อง อย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตัดสินใจเบนเข็มจากการศึกษาเพียงด้านการออกแบบวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลมาเป็นวิจัยเพื่อออกแบบและพัฒนาทั้งระบบ โดยเริ่มจากการศึกษาความต้องการผู้ใช้งานโดยละเอียดก่อน เพื่อให้ได้ผลงานวิจัยที่มีประโยชน์

และแล้วการตัดสินใจครั้งนั้น ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เมื่อความรู้นั้นได้นำมาปรับใช้ในการศึกษาวิจัยในหัวข้อ “ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะสำหรับสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย” ที่ทำให้เธอได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักวิจัยหญิงไทยที่ได้รับทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2561

“ด้วยประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ประชากรอายุ 60 ปี และมากกว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งประชากรสูงอายุมีความต้องการบริการด้านสุขภาพทั้งในการป้องกัน การรักษาและการฟื้นฟูอย่างมาก แต่รัฐบาลอาจไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุต่อจำนวนประชากรวัยทำงาน ยังส่งผลให้ขาดแคลนผู้ดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ด้วย”

“ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งจำเป็น เราจึงได้ศึกษาพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีโครงข่ายเซนเซอร์ร่างกายและไอโอที (Internet of Things: IoT) มาใช้สนับสนุนระบบการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย เริ่มต้นจากการศึกษาความต้องการของผู้ใช้จากผู้ดูแล ผู้ป่วย และผู้สูงอายุจากหลายๆ แหล่ง เพื่อนำมาพัฒนาอุปกรณ์และระบบสำหรับเฝ้าระวัง ตรวจจับ ป้องกัน และเแก้ไขปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ปัญหาแผลกดทับและการลื่นหกล้ม เป็นต้น”

โดยอาจารย์แอร์อธิบายว่า เซนเซอร์อัจฉริยะขนาดเล็กจะคอยเฝ้าระวังผู้สวมใส่และแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลหากมีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น หรือผู้สวมใส่อยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที


ความสุขของนักวิจัยหญิงไทย “ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส” คืออะไร?

เมื่อถามนักวิจัยหญิง ‘ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส’ ว่าความสุขของการทำงานในฐานะนักวิจัยอยู่ที่ไหน อาจารย์แอร์ยิ้ม และตอบกลับมาว่า

“ความสุขของแอร์ อยู่ที่การได้ทำงานวิจัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้ใช้ความรู้ ประสบการณ์ ที่ได้รับตลอดเวลาที่ได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ในฐานะนักเรียนทุนอานันทมหิดล มาปรับใช้เพื่อตอบแทนประเทศชาติ ด้วยการคิดค้นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของสังคม ประเทศชาติ และยิ่งเมื่อผลการวิจัยออกมาแล้ว สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง มีส่วนช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยให้ดีขึ้น แอร์ว่านี่เป็นความสุขและความภาคภูมิใจที่สุดแล้วในการทำอาชีพนักวิจัยค่ะ”

และคุณธรรมประจำใจที่นักวิจัยหญิงท่านนี้ยึดถือปฏิบัติเสมอมา คือ การมองถึงประโยชน์ที่แท้จริงของสิ่งที่ทำ ทำแล้วเป็นประโยชน์อย่างไร มากกว่าการทำเพื่อชื่อเสียง แทนที่จะคิดว่าผลงานวิจัยนี้เป็นของใคร มาจากหน่วยงานไหน เพราะการทำงานที่โฟกัสไปที่ประโยชน์ส่วนรวม เพื่อองค์กร เพื่อประเทศ เพื่อโลกใบนี้ จะก่อให้เกิดความสงบสุขอย่างยั่งยืนได้ในที่สุด


อ้างอิง : บทความเรื่อง “ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส ใช้งานวิจัย พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยให้ดีขึ้น” จากหนังสือ เรื่อง “ชีวิตดี ตามรอยพ่อ… เรื่องเล่าจากนักเรียนทุน” จัดพิมพ์โดย บริษัท อักษร อินสไปร์ จำกัด, 2559


https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/FWIS2018-surapa.html


ค้นหาแรงบันดาลใจจาก people หลากหลายสาขาอาชีพ กันต่อ

บทสัมภาษณ์ ‘หมอไต่ – ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล’ เสี่ยงแค่ไหนก็ต้องไปต่อ เพราะอยากให้คนไทยได้ใช้ ‘ยาแอนติบอดี้’ รักษามะเร็ง

ภาวิษา มีศรีนนท์ Artrepreneur ผู้ สร้างแบรนด์ PABAJA ให้จดจำ ด้วยใจ & ลายเส้นอันวิจิตร

EEC – การศึกษา: การพัฒนาคนเพื่อสังคมเศรษฐกิจยุคใหม่