แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะพัฒนารุดหน้าไปเพียงใด แต่ก็ต้องยอมรับว่าประเด็นเรื่อง ‘ความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ’ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นอยู่ดี พิสูจน์ได้จากอัตราการจ้างงานสตรีที่ยังคงน้อยกว่าชายชาตรีหลายเท่า ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ แม้จะยังคงมีกำลังในการทำงาน ก็มักจะถูกปฏิเสธจากห้างร้านและนายจ้างอยู่บ่อยๆ เพียงเพราะไม่มั่นใจว่าพวกเขาเหล่านี้จะทำงานได้เต็มที่ คุ้มค่าจ้างหรือไม่ จากปัญหาที่รอการแก้ไขนี้เองที่มาจุดประกายให้เกิด ‘นวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่’ ซึ่งมาตอบสนองการแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด

โดย Toray Industries Construction Co., Ltd. และ สถาบันวิจัยโทรคมนาคมขั้นสูง เมือง Seika จังหวัดเกียวโต หรือ “ATR” ได้เริ่มต้นโครงการสาธิต “การแบ่งปันฟาร์มเกษตรผ่านระบบออนไลน์” ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้วจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา

จนกระทั่งได้โมเดลการทำเกษตรรูปแบบใหม่ ที่สามารถเพิ่มการจ้างงานในระดับภูมิภาคสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุและสตรีอย่างได้ผล


เปิดตัว ‘โมเดล Toray Farm’ นวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่ เพื่อผู้สูงอายุและสตรีโดยเฉพาะ

Toray farm คือ ชื่อของพื้นที่เกษตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการทำเกษตร ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักที่ผู้คิดค้นนวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่นี้ มุ่งหมายจะให้กลุ่มผู้สูงอายุและสตรีเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะได้ประโยชน์

โดยหลักการออกแบบโมเดลการเกษตรอัจฉริยะนี้ ได้ปรับเอาเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูกและสภาพการทำงาน มาผสมผสานกับการทำเกษตรกรรมและไลฟ์สไตล์ของเกษตรกรอย่างลงตัว ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสุขภาพของเกษตรกรไปด้วย โดยคาดหวังว่าโมเดล Toray Farm ส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการ ‘การแบ่งปันฟาร์มเกษตรผ่านระบบออนไลน์’ นี้ จะนำไปสู่การสร้างการจ้างงานในท้องถิ่นและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค และเป็นโมเดลนวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแพร่หลาย

ไฮไลต์ของโมเดล Toray Farm นี้ คือ

  • การจัดทำแปลงเกษตรบนพื้นทราย ยกสูง จากนั้นใช้ปุ๋ยเหลวในการดูแลผัก ซึ่งการใช้พื้นทรายมาเป็นพื้นที่ทำแปลงเกษตรนี้ ทำให้ไม่ต้องออกแรงมากในการทำงาน จึงไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเกษตรกรทุกเพศทุกวัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  • ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การเกษตรใดๆ จึงมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับผู้ทำงานอย่างได้ผล คุณสมบัตินี้นับว่าเป็นโอกาสสำหรับ ‘ผู้สูงอายุ’ ที่จะได้ทำงาน สร้างรายได้ ดูแลตนเองและครอบครัว ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงให้การสนับสนุนโมเดลการเกษตรนี้ ในฐานะที่นวัตกรรมนี้มีส่วนช่วยสร้างคุณค่าให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ เป็นเกราะป้องกัน ความเหงา ความเศร้า จากการไม่ได้ทำงาน ทำให้สุขภาพผู้สูงอายุยืนยาวขึ้นได้ในที่สุด
  • Toray farm ตั้งอยู่ในเรือนกระจกที่มีความแข็งแกร่ง ปลอดภัย เป็นแปลงเกษตรแบบยกพื้นสูง มีนั่งร้านที่สามารถปรับระดับความสูงได้ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อสรีระร่างกายระหว่างทำเกษตร และยังสามารถติดตั้งได้ในพื้นที่ที่มีความสูงต่างระดับ นอกจากนี้ นั่งร้านยังมีโครงสร้างรองรับการต่อเติมได้ถึง 2 ชั้น หากต้องการเพิ่มพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นการลดต้นทุนและสะดวกต่อการดูแลผลผลิตด้วย

ต้นแบบของการนำ IoT มาใช้ออกแบบ นวัตกรรมการเกษตรอัจฉริยะ

ไม่ใช่แค่ นวัตกรรมการเกษตรยุคใหม่ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มผู้สูงอายุและสตรีสามารถทำเกษตรกรรมได้ง่ายขึ้นเท่านั้น เพราะ Toray Farm ยังเป็นโมเดลต้นแบบของการนำ IoT มาใช้กับการทำเกษตรกรรมยุคใหม่อย่างได้ผล ด้วยคุณสมบัติสุดอัจฉริยะต่อไปนี้

  • ติดตั้งระบบเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมของการเพาะปลูกและสภาพการทำเกษตรกรรม เช่น ข้อมูลทางกายภาพของเกษตรกร ข้อมูลสภาพแวดล้อมในการทำเกษตร อาทิ อุณหภูมิ ความชื้น ระบบชลประทาน แสงสว่าง 
  • ออกแบบโปรแกรมจับคู่ระหว่างเกษตรกรและผู้ให้ยืมพื้นที่ หรือเจ้าของแปลงเกษตรที่ต้องการผู้ช่วยเหลือในการทำเกษตร โดยกำหนดเวลาและเนื้อหางานของทั้ง 2 ฝ่าย ให้ตรงกัน ผ่านระบบส่งอีเมลอัตโนมัติไปยังเกษตรกรเพื่อแจ้งให้ทราบว่า มีผู้ต้องการความช่วยเหลือและต้องการคนทำงานเกษตร
  • ข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากอุปกรณ์ตรวจรับสัญญาณที่เกษตรกรสวมใส่ขณะทำงานจะถูกบันทึกไว้ใน hitoe ที่คิดค้นโดยบริษัท Toray Industries, Inc ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเกษตรกรในการเลือกงานที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน
  • ริเริ่มแนวคิด ‘ระบบเกษตรกรรมที่สัมผัสได้’ นั่นคือ ผู้ให้ยืมพื้นที่ในการเพาะปลูกจะสามารถตรวจเช็คสภาพแปลงเกษตรและได้รับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความคิดเห็นจาก เกษตรกรที่ทำการเกษตรให้เจ้าของพื้นที่แบบเรียลไทม์ อาทิ ระบบจะจัดส่งข้อมูลสภาพชลประทานในแปลงเกษตร สภาวะร่างกายของเกษตรกรขณะที่ทำงาน ซึ่งจะแจ้งไปยังผู้ให้ยืมพื้นที่ทันทีหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น
  • ภายในฟาร์มได้ติดตั้งอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ เพื่อใช้สำหรับสร้างสภาพแวดล้อมการเพาะปลูกที่สะดวกสบาย อาทิ ระบบจ่ายน้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ ม่านกรองแสงเปิด-ปิดอัตโนมัติ พัดลมระบายอากาศอัตโนมัติ ฯลฯ

ข้อเสนอแนะในตอนจบของบทความที่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้สร้างสรรค์ขึ้นมานี้ ได้บอกให้ทราบถึงวิธีการนำโมเดล Toray Farm มาปรับใช้สร้างระบบ Smart Agriculture ของไทย ว่า

“การนำ IoT มาใช้กับการเกษตร โดยคำนึงถึงสภาวะร่างกายและไลฟ์สไตล์ของเกษตรกรในรูปแบบ Sharing หรือ การแบ่งปันพื้นที่และแรงงานเกษตรผ่านระบบออนไลน์ นับเป็นโมเดลการเกษตรที่นอกจากจะเป็นการส่งเสริมผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการเกษตรให้มีโอกาสเข้าถึงการทำงานได้อย่างง่ายขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคม อย่างกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ได้มีบทบาทในสังคม และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยดึงความมั่นใจ ศักยภาพ และคุณค่าของคนคนนั้นให้กลับมาได้ด้วย ยิ่งในอนาคตอันใกล้ที่ประเทศไทยก็กำลังจะเดินเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ แบบเต็มตัว โมเดลนี้ย่อมสามารถนำมาปรับใช้ในบริบทของสังคมไทยได้เช่นกัน”


ที่มา : เอกสารเผยแพร่ของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เรื่อง ‘โครงการสาธิต การแบ่งปันฟาร์มเกษตรผ่านระบบออนไลน์ โดยแปลงเกษตรพื้นทรายยกสูงในเรือนกระจก – โมเดลใหม่เพื่อเพิ่มการจ้างงานในระดับภูมิภาคสำหรับผู้สูงอายุและสตรี’


อ้างอิง : ข่าวและรูปภาพ

ไม่ตกเทรนด์ เรื่องราวการทำเกษตร ในยุค Smart Agriculture อ่านเรื่องนี้กันต่อ

ทางออกประเทศไทย พัฒนา ‘เกษตรกร 4.0’ เตรียมความพร้อมสู่ Smart Agriculture Thailand

ติดอาวุธ นวัตกรรมการเกษตรไทย ให้ไปสู่ Smart Farming ครบวงจร

Farming Drone ก้าวแรกของ หุ่นยนต์โดรน พัฒนาเกษตรกรรมไทย