โหมโรงเดินหน้าจังหวะแรกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ผ่านพ้นเรียบร้อยโรงเรียนการรถไฟแห่งประเทศไทยไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561
วันนั้น นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ สวมบทแม่ทัพใหญ่นำขบวนแนวร่วมในนามกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตร เดินทางไปยื่นเอกสารแข่งขันประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ด้วยตัวเอง

หลังดำเนินขั้นตอนพิธีการเสร็จสรรพเรียบร้อย นายศุภชัยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์สอบถาม โดยมีสาระสำคัญดังรายละเอียดต่อไปนี้…
Q : พันธมิตรหลักๆ ของกลุ่มกิจการร่วมค้าเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้งและพันธมิตร มีกลุ่มไหนบ้าง?
A : มีหลายกลุ่มครับ มีทั้งไทย ญี่ปุ่น จีน และทางด้านของอิตาลี ทั้ง 4 ด้านมีพันธมิตรครบครับ
Q : ผู้ถือหุ้นหลักคือใคร?
A : ที่ยื่นร่วมกันครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นหลักก็มี ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีกลุ่มของ BEM และ ช.การช่าง มีกลุ่มของ CRCC (China Railway Construction Corporation) จากจีน และก็มีของกลุ่มอิตาเลียนไทย
Q : CRCC มีธุรกิจด้านราง รวมๆ กันใช่ไหม?
A : CRCC ทำเกี่ยวกับเรื่องก่อสร้าง ทางด้านรางกับรถไฟทั้งหมดของจีน
Q : มีญี่ปุ่นด้วยไหม?
A : มีญี่ปุ่นด้วยครับ แต่เป็นลักษณะการแสดงความประสงค์ที่จะลงทุน ก็มีทั้ง JBIC เป็นธนาคารมีความประสงค์ที่จะให้เงินกู้นะครับ แล้วก็มี JOIN ที่เป็นกองทุนของญี่ปุ่นที่แสดงความประสงค์ที่จะลงทุน ส่วนจีนก็มีทาง CITIC แล้วก็ CRC คือ China Resources ที่ประสงค์จะลงทุน

Q : แสดงความประสงค์ที่จะลงทุนแปลว่ายังไม่ได้ลงทุนใช่ไหม?
A : ยังครับ ยังอยู่ในขั้นแสดงความประสงค์ที่จะลงทุนครับ
Q : แล้วอิตาลีมาช่วยตรงไหนบ้าง?
A : อยู่ในส่วนของการเดินรถ และเรื่องของบำรุงรักษา
Q : จะเป็นการซ้ำซ้อนกับ CRCC หรือเปล่า?
A : ไม่ครับ CRCC ทำด้านก่อสร้าง และด้านของราง เรื่องระบบ
Q : แล้วในเรื่องตัวรถไฟ?
A : มีหลายยี่ห้อ ที่อยู่ใน partner มี Siemen มี Sifang มี Hyundai
Q : กลุ่มที่ลงทุนมีใครบ้าง?
A : อย่างที่บอกไป ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีทางกลุ่มของ BEM มี ช.การช่าง ซึ่ง BEM กับ ช.การช่าง ลงทุนรวมกัน 15% แล้วก็มี CRCC 10% และอิตาเลียนไทย 5% แล้วก็ที่เหลือก็เป็นเครือเจริญโภคภัณฑ์ 70% นะครับ ทีนี้พันธมิตรที่เหลือที่แสดงความประสงค์จะลงทุนก็คงจะต้องมาทีหลัง
Q : พันธมิตรที่มาทีหลังนี่ต้องมาคุยกันก่อนหรือว่าอย่างไร ?
A : เค้าแสดงความประสงค์มาแล้ว ก็ต้องดูว่าเราชนะการประมูลหรือเปล่า
Q : สำหรับญี่ปุ่นนี่ประสงค์จะให้ไฟแนนซ์อย่างเดียวหรือ?
A : JBIC ให้ไฟแนนซ์ ส่วน JOIN เป็นกองทุนของญี่ปุ่นประสงค์ที่จะลงทุน ส่วนจีนก็มี CITIC กับ CRC-China Resources
Q : พันธมิตรที่จะพัฒนาหรือลงทุนที่มักกะสันกับศรีราชา ได้จัดสรรไว้อย่างไร?
A : พันธมิตรในฝั่งนี้ก็มีครับ มีหลายกลุ่มรวมกัน ขออนุญาตว่ามันไม่ได้อยู่ในสิ่งที่จะต้องเปิดเผย

Q : เรามียื่นข้อเสนอพิเศษซองสี่ด้วยหรือไม่?
A : ซองสี่ก็มีครับ เป็นการยื่นข้อเสนอพิเศษ
Q : มั่นใจขนาดไหน?
A : จริงๆ แล้วเรามาครั้งนี้ เราต้องการมาแสดงความสนับสนุน แสดงความตั้งใจต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ แล้วก็เป็นนโยบายที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายทางด้าน EEC ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ในฐานะบริษัทไทยเราก็ต้องการมาสนับสนุน และแสดงความมั่นใจ รวมทั้งชักชวนพันธมิตรต่างประเทศให้เข้ามาร่วมลงทุนในบ้านเรา อันนี้เป็นเป้าหมายหลักของเรา
Q : จากที่ ปตท.ชะลอเรื่องยื่นซองเพื่อรอผู้ชนะ ทางซีพีมีการพูดคุยไหม?
A : ต้องพูดว่ายังนะครับ ผมคิดว่า ผู้ลงทุนอย่างเช่น ปตท. หรือว่าผู้ลงทุนที่เป็นไทย เราอยากจะชักชวนอย่างมากที่ให้เข้ามาร่วมลงทุน แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอรู้ผลก่อนนะครับ แต่ว่าก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ถ้าจะมีปตท. รวมไปถึงองค์กรรัฐและองค์กรเอกชนอื่นของไทยเข้ามาร่วมลงทุน แต่ในขณะนี้ก็ยังเป็นช่วงเริ่มต้น ของการประมูล
Q : หมายความว่าถ้าเราชนะ เราจะชวนนักลงทุนรายอื่นให้เข้ามา?
A : แน่นอนครับ
Q : ทุนท้องถิ่น จะมีโอกาสเข้าร่วมมากน้อยแค่ไหน ในการพัฒนาด้านต่างๆ?
A : ตรงนี้อยู่ในข้อเสนอซองที่ 4 เรื่องนี้ผมพูดได้ เพราะไม่เกี่ยวกับเรื่องราคาใดๆ ทั้งสิ้น เราต้องการทำงานกับชุมชน และพัฒนาเรื่องความยั่งยืน การเกิดรถไฟความเร็วสูงที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ตามหลักทั่วโลกแล้ว เป็นการทำให้เกิดการกระจายความเจริญ นำไปสู่การพัฒนาในแต่ละท้องที่ และสิ่งที่ตั้งใจไว้ในโครงการคือ 1). แผนที่เราจะทำควบคู่ไปกับการพัฒนาท้องที่และความยั่งยืน 2). ผู้พิการสามารถใช้บริการนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ก็เป็นหลักใหญ่ที่รถไฟฯ สามารถจะเข้าไปช่วยพัฒนาชุมชนจริงๆ
Q : เครือซีพีจะเป็นแกนนำหรือเปล่า?
A : ข้อกำหนดของทางการรถไฟ ระบุว่าเมื่อเป็นแกนนำ จะถือหุ้นต่ำกว่า 26% ไม่ได้ เป็นสิ่งที่ต้องไปดูในอนาคตอีกที แต่จะต้องถือไม่ต่ำกว่า 26%
Q : อะไรคือทีเด็ดที่จะชนะการประมูลรอบนี้?
A : เราคงพูดอะไรที่เกี่ยวข้องกับที่เรายื่นประมูลไม่ได้หรอกครับ
Q : เทคโนโลยีตัวรถ ใช่ของจีนหรือไม่?
A : ไม่ครับ มีหลายยี่ห้อ เยอรมัน จีน เกาหลี หากมียี่ห้ออื่นต้องรอขออนุมัติการรถไฟอีกที
Q : มีการบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องการเงินอย่างไร?
A : การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่ไม่สูง แต่ในระยะยาวมีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นโครงการ PPP คือ รัฐ เอกชน มาร่วมกันพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาอู่ตะเภา EEC ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงจากอีสานสู่ EEC ที่จะช่วยผลักดันให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินมั่นคงไปด้วย เราก็มีความมั่นใจต่อโครงการภาครัฐ และต้องการแสดงการสนับสนุนในฐานะที่เป็นบริษัทไทย
Q : การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์?
A : เราจะทำตรงพื้นที่มักกะสันให้เต็มประสิทธิภาพของพื้นที่ และเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของไทย โดยไม่ไปทับซ้อนกับโครงการใหญ่ๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม
Q : การรถไฟฯ จะแจ้งผลประมูลช่วงไหน?
A : ผมไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับการรถไฟฯ พิจารณา










