กรมอนามัยคาดว่า ปี 2562 ที่จะถึงนี้ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่มีสัดส่วนผู้สูงวัยมากกว่าประชากรวัยเด็ก”

การได้ทราบข้อเท็จจริงนี้สำหรับหลายคน อาจรู้สึกไม่แปลกใจที่ได้รู้ เพราะการตีฆ้องบอกข่าวว่าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society ในอนาคตอีกไม่ช้าไม่นานนี้ก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีผลอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้สังคมไทยเตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสังคมไทยครั้งนี้ได้แล้ว ที่ผ่านมา มีการนำเสนอวิธีต่างๆมากมาย และวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ การันตีด้วยผลลัพธ์ที่ประเทศต่างๆ ในโลกได้นำไปปรับใช้รับมือ สังคมผู้สูงอายุ คือ การจ้าง แรงงานสูงอายุ

มาตรการว่าจ้าง แรงงานสูงอายุ นี้ เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจดี ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของผู้สูงอายุว่าเป็นกลุ่มคนที่มีประสบการณ์และมีวินัยในการใช้ชีวิต ซึ่งยังคงคุณค่าและเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ได้อยู่ ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่ถูกจ้างงาน ก็ย่อมเกิดความรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า ไม่เกิดความรู้สึกเหงา เศร้าซึม ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข


เผยสถิติการันตี ปี 2562 มีจำนวนผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร

จากข้อเท็จจริงที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ปีหน้า จะมีปริมาณผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนมากกว่าประชากรเด็ก ซึ่งเป็นสถิติที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันปรากฎการณ์นี้ว่า

“ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว เพราะมีสัดส่วนผู้สูงอายุในโครงสร้างประชากรไทย สูงถึงร้อยละ 17 และคาดว่าในปี 2562 จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่สัดส่วนผู้สูงวัยจะมีมากกว่าเด็ก และภายใน 3 ปี ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ คือมีสัดส่วนผู้สูงวัยสูงถึง ร้อยละ 20 หรือจะมีผู้สูงอายุ อายุ 70 ปีขึ้นไปถึง 4.6 ล้านคน”

และคาดว่าในปี 2583 จะมีผู้สูงอายุมากถึง 20.5 ล้านคน หรือร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมด ขณะที่ประชากรวัยแรงงานมีเพียง 35.18 ล้านคน เมื่อเทียบกับจำนวนวัยแรงงานในปี 2553 ที่มีอยู่ 42.74 ล้านคน หรือ ลดลง 7.6 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและการวางแผนนโยบายการพัฒนาประเทศแน่นอน

สำหรับการรับมือกับปรากฎการณ์ที่กล่าวมานี้ของกรมอนามัย พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า

“ที่ผ่านมา กรมอนามัย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางให้ผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุทุกระดับ เพื่อพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับสภาพจริงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นพัฒนาระบบบริการดูแลผู้ป่วยระยะกลาง เพื่อการรักษาฟื้นฟูผู้สูงวัยให้พ้นจากภาวะพึ่งพิง ให้กลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และมีสุขภาพดีให้ได้มากที่สุด”

โดยปี 62 จะสนับสนุนงบประมาณให้ศูนย์อนามัยเขตเปิดแผนกดูแลผู้ป่วยระยะกลางที่ รพ.ชุมชนทุกพื้นที่ในอนาคต เพราะขณะนี้เริ่มพบผู้สูงวัยจำนวนมากประสบปัญหาหนัก เพราะไม่ได้เตรียมการด้านสุขภาพและการเงินที่ดีพอ ดังนั้น กลุ่มคนอายุ 45-55 ปี จึงเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ต้องเร่งสร้างความรู้ ชวนปรับเปลี่ยนสุขภาพกายให้แข็งแรงห่างไกลโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และวางแผนการเงิน ออมเงินให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ


เจาะลึก แนวคิดจ้าง แรงงานสูงอายุ และวิธีนำมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของสถานประกอบการ

จากประเด็นเรื่องการวางยุทธศาสตร์ทางสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงวัย ได้เวลามาเจาะลึกกับประเด็นที่ได้จั่วหัวไว้ นั่นคือ มาตรการ การจ้าง แรงงานสูงอายุ ซึ่งจะเป็นกุศลโลบายสำคัญในการรับมือกับการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทยอย่างได้ผล

บทความเรื่อง “แรงงานสูงอายุคืออย่างไร” ซึ่งเขียนโดย สราวุธ ไพฑูรย์พงษ์ (เผยแพร่ครั้งแรก ใน มติชน เมื่อ 12 ตุลาคม 2561) เกริ่นให้ทราบถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับ แรงงานสูงอายุ โดยเริ่มจากหยิบยกเรื่องความไม่ชัดเจนในการจ้าง แรงงานผู้สูงวัย ก่อนว่า ถึงบัดนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

“การจ้างแรงงานสูงอายุเป็นแนวคิดที่ยึดสภาพร่างกายและสรีระของแรงงานเป็นหลัก ในแง่ของเกณฑ์อายุ การนิยามแรงงานสูงอายุเป็นประเด็นที่ยังไม่ค่อยชัดเจนว่าจะกำหนดเกณฑ์อายุแรงงานสูงอายุไว้อย่างไร โดยเฉพาะการกำหนดเกณฑ์เพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายและมาตรการการจ้างงานผู้สูงอายุ เช่น การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ การให้สิ่งจูงใจหรือการออกกฎหมายเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุ การกำหนดค่าจ้างผู้สูงอายุ ฯลฯ ทั้งที่จริงๆแล้วควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่านี้”

ยกตัวอย่าง คำว่าแรงงานสูงอายุ ไม่ควรเอาไปปนกันกับนิยามของผู้สูงอายุ โดยภาษาอังกฤษใช้อยู่หลายคำ เช่น aging workers, elderly workers, older workers, older employees ซึ่งสะท้อนให้เห็นความหลากหลายของนิยามแรงงานสูงอายุ

แต่อย่างไรก็ตาม บทความนี้ก็ได้สรุปถึง ข้อดีของการจ้าง แรงงานสูงอายุ ที่เห็นได้ชัด คือ เมื่อเทียบกับแรงงานหนุ่มสาว กลุ่มผู้สูงวัยนี้จะมีประสบการณ์แ มีความสุขุมรอบคอบ ละเอียดถี่ถ้วน และแรงงานสูงอายุเป็นทรัพยากรอันมีค่าในยุคสมัยสังคมสูงอายุ ดังนั้น เพื่อเสริมพลังให้กลไกนี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผู้เขียนบทความได้บอกเล่าถึงการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจ้างแรงงานสูงอายุไว้ด้วย

“เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานให้เหมาะสมกับการจ้างงานผู้สูงอายุ หากเป็นไปได้ ควรจัดระบบการเดินทางไปกลับที่ทำงาน การจัดซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ต่างๆให้มีตัวหนังสือโตๆ เห็นได้ชัด ตารางทำงานที่ยืดหยุ่นรวมทั้งการทำงานบางเวลา การจัดเวลาพักเป็นระยะๆ ส่วนโต๊ะทำงานที่มีที่นั่งที่เหมาะกับผู้สูงอายุ การปรับปรุงพื้นที่ การปรับเครื่องแต่งกายให้เหมาะกับงาน เช่น รองเท้า หรือเสื้อผ้า การอนุญาตให้ลาป่วยเพื่อไปพบแพทย์ ต่างๆ ซึ่งถ้าทำได้ นอกจากจะสร้างความสบายใจให้แรงงานผู้สูงวัยแล้ว ยังเป็นการวางระบบความปลอดภัยในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย”


เปิด Success Case ที่นำมาปรับใช้กับการจ้าง แรงงานสูงอายุ อย่างได้ผล

จากบทความชิ้นเดียวกันนี้ ผู้เขียนได้อัปเดตถึงอัตราการจ้างแรงงานสูงอายุ ในประเทศไทย ว่า

“ถ้าพิจารณาว่าแรงงานสูงอายุ คือ แรงงานที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานสูงอายุจำนวน 3.9 ล้านคน ถ้านับที่อายุ 55 ปี ขึ้นไป จะมีแรงงานสูงอายุ 7.3 ล้านคน และถ้านับแรงงานที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป จะมีแรงงานสูงอายุจำนวน 16.6 ล้านคนแล้ว”

โดยในจำนวนนี้ ถูกจ้างงานแล้วจากบริษัทและสถานประกอบการไทย ที่หันมายอมรับและให้ความสนใจกับการจ้างแรงงานสูงอายุ ซึ่งจากโมเดลความสำเร็จนี้ คาดว่าในอนาคตจะมีบริษัทไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่สนใจจ้างงานผู้สูงอายุให้มาทำงานที่มีความเหมาะสมกับสมรรถนะของผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อยๆ

ยกตัวอย่างโครงการที่น่าชื่นชมของ ซีเอ็ด บุ๊คเซ็นเตอร์ ที่มีไอเดียจัดโครงการ “อายุ 60 ปี มีไฟในการทำงาน” ขึ้น โดยในเว็บเพจของ ซีเอด บุ๊คเซ็นเตอร์ ได้ประกาศรับสมัครแรงงานสูงอายุ และให้เหตุผลจูงใจไว้ว่า

“ในวัย 60 ปี หลายๆ คนยังคงมีไฟในการทำงาน หลายๆ คนยังคงต้องการอาชีพ ต้องการรายได้ไว้ใช้จุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ได้ทดลองโครงการ โดยมีการรับเจ้าหน้าที่ร้านหนังสือ ที่เป็นผู้สูงวัย ให้เข้ามาทำงานที่สาขา พบว่าพนักงานที่เป็นผู้สูงวัย มีความเต็มใจในการทำงาน มีความรับผิดชอบ เห็นคุณค่าของการแนะนำหนังสือ และการส่งมอบหนังสือดีๆ แต่ละเล่มให้กับผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก นักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ซีเอ็ดจึงเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ในการทำงานของเขาเหล่านั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก และอยากที่จะเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้น ได้มาร่วมงานกับร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์”

ตั้งแต่ปี 2560 ถึงตอนนี้ ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ก็ยังเปิดรับสมัครผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมากกว่า 60 ปี วุฒิการศึกษา มัธยม 3 ขึ้นไป ให้เข้าทำงานในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ร้านหนังสือ

ส่วนในองค์กรธุรกิจระดับโลก ก็มีต้นแบบขององค์กรที่ปรับเอาแนวคิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานของแรงงานสูงวัยไปใช้ เพื่อยืดอายุการจ้างงานพนักงานสูงวัยให้นานขึ้น ซึ่งปรากฎว่าก็ได้ผลที่น่าพอใจ

“บริษัท BMW ที่มีพนักงานอายุเฉลี่ยสูง (เฉลี่ยเกิน 47 ปี) เคยทำการทดลองเป็นเวลา 1 ปี และได้ผลดีทดลองกับพนักงาน 42 คน ที่มีการกระจายโครงสร้างอายุเหมือนกับโครงสร้างอายุรวมของบริษัท ให้ทำงานในสายการผลิตที่มีการปรับสภาพการทำงานตามคำแนะนำหรือความคิดของพนักงานเองในการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในการทำงาน และพบว่าสามารถเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานสูงอายุได้ถึงร้อยละ 7 ในเวลา 1 ปี มากเหนือความคาดหมายและไม่น้อยกว่าแรงงานหนุ่มสาว”

เนื้อหาที่บอกเล่ามาทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับ บทสรุปของความเรื่อง “แรงงานสูงอายุคืออย่างไร” ที่ระบุว่า

การจ้างแรงงานสูงอายุ จะกลายเป็นกลวิธีและเทรนด์รับมือ สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society โดยแรงงานกลุ่มนี้จะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร ขณะเดียวกัน การกระจายอายุของแรงงานในสถานประกอบการเป็นสิ่งดีที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ร่วมงาน สถานที่ทำงานและสังคม เนื่องจากความหลากหลายของทักษะ ประสบการณ์ และเปิดโอกาสในการถ่ายทอดทักษะและเป็นแบบอย่างการเพิ่มขวัญและกำลังใจให้แก่แรงงานรุ่นหลังๆ ว่าสถานประกอบการไม่ได้ทอดทิ้ง

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ของสถานประกอบการกับแรงงานสูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ คือ ความสามารถในการนำศักยภาพของแรงงานสูงอายุมาใช้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อองค์กร นั่นเอง


อ้างอิง :


อ่านประเด็นเรื่องราวน่าสนใจในสังคมไทยกันต่อ

จังหวะก้าวใหม่ของไทย ท่ามกลาง ‘3 มิติ’ สำคัญ ในกระแสพลิกผันของโลก

ประเทศไทย ติดอันดับ 1 ใน 10 ดินแดนที่มี ความเท่าเทียม ทาง เพศ มากที่สุดในเอเชีย ปี 2018

ตอบข้อสงสัยเรื่อง รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน อ่านรอบเดียวรู้เรื่อง!