STAR WARS ในความหมายของยุทธศาสตร์อวกาศเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคสงครามเย็นราวกลางทศวรรษที่ 1940


สงครามเย็นเป็นการชิงไหวชิงพริบกันระหว่างตัวแทนค่ายเสรีนิยมคือสหรัฐอเมริกาและตัวแทนค่ายคอมมิวนิสต์คือสหภาพโซเวียต

สงครามเย็นเริ่มต้นจากการดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่แตกต่างกันระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต และขับเคี่ยวแย่งชิงพรมแดนพื้นที่ ทั้งพื้นที่รูปธรรม และพื้นที่นามธรรม

สงครามเย็นได้กินเวลายาวนานนับเนื่องจากปี ค.. 1947 ไปสิ้นสุดที่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.. 1991

ในยุคเริ่มต้นสงครามเย็นมีรากฐานจากวิกฤตการณ์ทางการทูตในตอนกลางและปลาย ค.. 1947 เมื่อสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตเกิดขัดแย้งเรื่องการจัดตั้งองค์การสันติภาพในตุรกี ยุโรปตะวันออก และเยอรมนี

ความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากันระหว่างอภิมหาอำนาจทั้งสองคือสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต

การนำคำว่าสงครามเย็นมาใช้เรียกยุคสมัยดังกล่าวก็เนื่องจากว่า ในสถานการณ์การต่อสู้กันทางยุทธศาสตร์ ไม่มีการประกาศสงครามหรือการใช้กำลังรบเข้าประหัตประหารกัน ทว่า เป็นการต่อสู้กันในเชิงจิตวิทยา

โดยมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายดังกล่าว ต่างชิงดีชิงเด่นด้วยความพยายามสร้างแสนยานุภาพทางการทหารของตน เพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม

Keyword อีกประการหนึ่งของสงครามเย็นก็คือ ประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 จะไม่ทำสงครามกันโดยตรง แต่จะสนับสนุนให้ประเทศพันธมิตรของตนใช้กำลังรบเข้าประหัตประหารกันแทน ที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าสงครามตัวแทนหรือ Proxy War

การต่อสู้กันในเชิงจิตวิทยายุคสงครามเย็นอาทิการวิจัยและพัฒนาโครงการทางการทหารทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมากรวมถึงการสะสมอาวุธนิวเคลียร์

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการแข่งขันกันสำรวจอวกาศ

ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อแสดงแสนยานุภาพของมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายในยุคสงครามเย็น


STAR WARS 1.0

การแข่งขันกันสำรวจอวกาศคือรูปแบบการต่อสู้กันในเชิงจิตวิทยาในยุคสงครามเย็นและเป็นไปเพื่อแสดงแสนยานุภาพของมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่าย คือระหว่างตัวแทนค่ายเสรีนิยมสหรัฐอเมริกาและตัวแทนค่ายคอมมิวนิสต์สหภาพโซเวียต

การแข่งขันกันสำรวจอวกาศในยุคสงครามเย็นจึงเป็นการแข่งขันกันระหว่างสหภาพโซเวียตกับสหรัฐอเมริกาและส่วนใหญ่สหภาพโซเวียตมักเป็นฝ่ายชนะ

“สปุตนิก 2” และ “ไลก้า” : sputniknews.com

เช่น วันที่ 4 ตุลาคม ค.. 1957 “สหภาพโซเวียตได้สร้างดาวเทียมสปุตนิก 1” ขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่สามารถส่งเข้าสู่วงโคจรในอวกาศได้เป็นผลสำเร็จ

วันที่ 3 พฤศจิกายน ค.. 1957 “สหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมสปุตนิก 2” ขึ้นสู่วงโคจร พร้อมกับสุนัขไลก้าโดยสารไปกับ สปุตนิก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแรกจากโลกที่ขึ้นสู่อวกาศได้เป็นผลสำเร็จ

วันที่ 14 กันยายน ค.. 1959 “สหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมลูน่า 2” มันขึ้นสู่อวกาศอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายพุ่งชนพื้นผิวของดวงจันทร์ เพื่อนำข้อมูลกลับมายังโลก ซึ่งถือเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ขึ้นไปถึงพื้นผิวของดาวดวงอื่น

“วอสต็อก 1” และ “ยูริ กาการิน”

วันที่ 12 เมษายน ค.. 1961 “สหภาพโซเวียตได้ส่งยานอวกาศวอสต็อก 1” ขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกพร้อมกับยูริ กาการินซึ่งถือเป็นนักบินอวกาศคนแรกของโลกที่ได้มีโอกาสเดินทางออกไปนอกโลก

วันที่ 20 กรกฎาคม ค.. 1969 “สหรัฐอเมริกาได้ส่งยานอวกาศอพอลโล 11” พร้อมกับทีมนักบินอวกาศประกอบด้วย นีล อาร์มสตรอง เอดวิน อัลดริน และ ไมเคิล คอลลินส์ ซึ่ง นีล อาร์มสตรอง ถือเป็นมนุษย์คนแรกของโลกที่ได้เหยียบพื้นผิวของดวงจันทร์

“อพอลโล 11” พร้อมกับทีมนักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง เอดวิน อัลดริน และ ไมเคิล คอลลินส์ : www.space.com

หลังจากนั้น ดูเหมือนว่า การต่อสู้กันในยุทธศาสตร์อวกาศ หรือ STAR WARS ระหว่างสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตในยุคสงครามเย็นจะลดดีกรีความร้อนแรงลงทีละน้อย

จนกระทั่งเข้าสู่ต้นยุคทศวรรษ 1990 ซึ่งสหภาพโซเวียตล่มสลายการแข่งขันกันสำรวจอวกาศก็คล้ายจะสิ้นสุดลงพร้อมกับการที่ประเทศหน้าใหม่ในทางอวกาศ

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศยุโรป หรืออินเดีย และจีน ได้สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นมาเป็นดาวรุ่งดวงเด่นในยุทธศาสตร์อวกาศยุคใหม่ตราบจนปัจจุบัน ที่การแข่งขันกันสำรวจอวกาศไม่ใช่รูปแบบการต่อสู้กันในเชิงจิตวิทยาเหมือนในยุคสงครามเย็นอีกต่อไป

หากแต่เป็นการต่อสู้กันในเชิงธุรกิจ


STAR WARS 5.0

ริชาร์ด แบรนสันคือนักธุรกิจชาวอังกฤษคนแรกๆ ที่เป็นผู้หาญกล้าท้าพรมแดนการแข่งขันกันสำรวจอวกาศจากยุคสงครามเย็นสู่ยุคสงครามทางการค้า

ริชาร์ด แบรนสันจัดเป็นเศรษฐีใหม่ของโลก ที่ร่ำรวยด้วยลำแข้งของตนเอง จนเป็นเจ้าของธุรกิจกว่า 360 บริษัทในเครือ Virgin ไม่ว่าจะเป็น แฟรนไชส์ร้านขายแผ่นเสียง และค่ายเพลง Virgin Records สายการบิน Virgin และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการ Spaceship One ภายใต้โลโก้ Virgin Galactic

ริชาร์ด แบรนสัน

จึงต้องนับว่าค่าย Virgin ของริชาร์ด แบรนสันคือองค์กรเอกชนรายแรกที่ลงทุนด้านธุรกิจอวกาศ โดย Spaceship One คือโครงการนำเที่ยวอวกาศที่พาผู้โดยสารไปเที่ยวนอกโลกครั้งแรก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ปี ค..  2003

เจ้าสัวน้อยรายต่อมา ที่เข้าร่วมวงไพบูลย์ในการแข่งขันกันสำรวจอวกาศยุคใหม่ที่ยุทธศาสตร์อวกาศกลายเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ธุรกิจยุค 5.0” มีชื่อว่าอีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์

นักธุรกิจผู้เกิดที่แอฟริกาใต้แต่มาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา ได้ดิบได้ดีจากความคิดสร้างสรรค์ ค้นคิดประดิษฐกรรมโน่นนี่นั่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ซึ่งคนไทยรู้จักเขาเป็นอย่างดีจากการที่อีลอน มัสก์เดินทางมาที่ถ้ำหลวงขุนน้ำเขานางนอน และส่งเรือดำน้ำพร้อมทีมงานเพื่ออาสาเข้าไปช่วย 13 หมูป่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

อีลอน มัสก์เป็นเศรษฐีใหม่ของโลกอีกคนผู้ร่ำรวยด้วยลำแข้งของตนเอง สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นเจ้าของธุรกิจสำคัญของโลก อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla เมืองแสงอาทิตย์ SolarCity องค์กรวิจัยปัญญาประดิษฐ์ OpenAI บริษัทรับเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับสมองของมนุษย์ NeuraLink อุโมงค์ขนส่ง Hyperloop และเครื่องบินขึ้นลงในแนวดิ่ง Musk Jet Electric โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ SpaceX

SpaceX จัดเป็นธุรกิจนำเที่ยวอวกาศ ตามรอย Spaceship One ของริชาร์ด แบรนสันที่อาสาพาผู้โดยสารกระเป๋าหนักไปพักร้อนนอกโลก

เศรษฐีใหม่รายล่าสุด ที่เงินทองเหลือใช้ นึกสนุกกระโดดเข้าร่วมสังฆกรรมธุรกิจเที่ยวท่องล่องอวกาศก็คือเจฟ เบซอสเจ้าของ Amazon.com

เจฟ เบซอส

เจฟ เบซอสเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกคนปัจจุบัน ทรัพย์สินที่มีอยู่ใช้อีก 10 ชาติก็คงจะยังไม่หมดง่ายๆ เขาจึงคันไม้ค้นมือ อยากร่วมสงครามธุรกิจอวกาศ

โดยเปิดโครงการ Blue Origin ขึ้น เพื่อร่วมแจมกับริชาร์ด แบรนสันและอีลอน มัสก์ใน STAR WARS 5.0