‘Digital Transformation’ เป็นปรากฏการณ์เปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่ยุคดิจิทัล นอกจากจะเปลี่่ยนทิศทางของเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา ยังทำให้เกิดธุรกิจใหม่และอาชีพใหม่ ซึ่งผลการวิจัย Future of Jobs Report’ โดย World Economic Forum คาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 2018-2022 ใน 12 ภาคอุตสาหกรรม 20 ประเทศ และสรุปออกมาเป็น 5 เรื่องที่คนทำงานและเจ้าของกิจการต้องรู้ ดังนี้


1) อุตสาหกรรมต่างกัน การใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) หุ่นยนต์ (Robotization) และการเปลี่ยนจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล (Digitization) ก็จะแตกต่าง

ปี 2018-2022 อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (High-speed mobile internet) ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) การวิเคราะห์บิ๊กดาต้า (ฺBig Data Analytics) และเทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Technology) จะได้รับการยอมรับและนำมาใช้ในบริษัทมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทมากมายก็สนใจที่จะลงทุนด้าน การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning), การใช้เทคโนโลยีในการสร้างภาพดิจิทัลกราฟิกให้ซ้อนทับอยู่บนสภาพแวดล้อมของโลกจริง (AR : Augmented Reality) และ การใช้เทคโนโลยีจำลองภาพดิจิทัลกราฟฟิกเสมือนจริงขึ้นมา (VR : Virtual Reality)

ในทางกลับกัน การลงทุนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์จะเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่ม (Niche) แต่หุ่นยนต์ก็จะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงนี้ โดยหุ่นยนต์ที่ต้องอยู่ประจำที่ (Stationary Robots) จะถูกนำมาใช้ในวงกว้างถึงปี 2022 ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่แตกต่างกันออกไปจะมีการตั้งค่าหุ่นยนต์ที่ต่างกันตามการใช้งาน

we economic future of works 2022


2) แนวโน้มการจ้างงานที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2022 คือ อาชีพใหม่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีเป็น

ตามฐานข้อมูลลูกจ้างในองค์กรระดับโลก มีการประเมินว่าอาชีพที่เกิดขึ้นใหม่จะเติบโตเพิ่มจาก 16% เป็น 27% ส่วนงานในปัจจุบันที่ยังใช้เทคโนโลยีล้าสมัยจะลดลงจาก 31% เป็น 21% 

หากพิจารณาที่จำนวนตำแหน่งงาน 75 ล้านตำแหน่งงานในปัจจุบัน อาจถูกแทนที่โดยการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ เครื่องจักร และอัลกอริทึม ขณะเดียวกันก็จะมี 133 ล้านตำแหน่งงานใหม่ เกิดขึ้น โดยการทำงานในตำแหน่งใหม่ต้องมีพื้นฐานด้านการใช้เทคโนโลยี

ทักษะและตำแหน่งงานใหม่ที่จะได้รับความนิยม 10 อันดับ ภายในปี 2022 มีดังนี้

  1. นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ (Data Analysts & Scientists)
  2. ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องจักร (AI & Machine Learning Specialists)
  3. ผู้จัดการด้านปฏิบัติการและงานทั่วไป (General & Operation Managers)
  4. นักพัฒนาและวิเคราะห์ซอฟต์แวร์กับแอปพลิเคชัน (Software and Applications Developers and Analysts)
  5. นักขายและนักการตลาดมืออาชีพ (Sales and Marketing Professionals)
  6. ผู้เชี่ยวชาญด้านบิ๊กดาต้า (Big Data Specialists)
  7. ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation Specialists)
  8. ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีใหม่ (New Technology Specialists)
  9. ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กร (Organisational Development Specialists)
  10. ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Services)

ส่วนตำแหน่งงานที่จะเข้าสู่ช่วงขาลง 10 อันดับ ได้แก่

  1. พนักงานคีย์ข้อมูล (Data Entry Clerks)
  2. คนทำบัญชี เอกสารการเงิน และเงินเดือน (Accounting, Bookkeeping & Payroll Clerks)
  3. เลขานุการผู้บริหาร (Administrative & Executive Secretaries)
  4. พนักงานสายการผลิตในโรงงาน (Assembly & Factory Workers)
  5. พนักงานบริการและให้ข้อมูลลูกค้า (Client Information & Customer Services Workers)
  6. ผู้จัดการฝ่ายบริหารและบริการด้านธุรกิจ (ฺBusiness Services & Administration Managers)
  7. นักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชี (Accountants & Auditors)
  8. พนักงานดูแลและบันทึกสต๊อกสินค้า (Material-Recording & Stock-Keeping Clerks)
  9. ผู้จัดการด้านปฏิบัติการและงานทั่วไป (General & Operation Managers)
  10. พนักงานบริการส่งพัสดุ (Postal Service Clerks)

อย่างไรก็ตาม คาดว่าบทบาทการทำงานในตำแหน่งใหม่ที่เพิ่มขึ้นจะต้องการคนที่มีบุคลิกแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด เช่น พนักงานบริการลูกค้า นักขายและนักการตลาดมืออาชีพ การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กร เช่นเดียวกับ ผู้จัดการด้านนวัตกรรม


3) การแบ่งงานและชั่วโมงทำงานระหว่างมนุษย์ เครื่องจักร และอัลกอริทึม จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ณ วันนี้ นายจ้างก็เริ่มมองว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมากในด้านการแบ่งงานระหว่างแรงงานมนุษย์ เครื่องจักร และอัลกอริทึม โดยใน Future of Jobs Report ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีค่าเฉลี่ยจำนวนชั่วโมงทำงานของมนุษย์คิดเป็น 71% จากทั้ง 12 อุตสาหกรรม โดยถูกเปรียบเทียบกับ 29% ที่ให้เครื่องจักรหรืออัลกอริทึมทำงาน แต่ภายในปี 2022 คาดการณ์ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเปลี่ยนไป คือ ชั่วโมงทำงานของมนุษย์จะลดลงเหลือ 58% ขณะที่เครื่องจักรหรืออัลกอริทึมจะทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 42% 

ในแง่ของชั่วโมงทำงาน ณ ปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏว่ามีการทำงานโดยเครื่องจักรหรืออัลกอริทึม 100% แต่ภายในปี 2022 เครื่องจักรจะเข้ามาทำหน้าที่ค้นหาข้อมูลและประมวลผลข้อมูลในองค์กรมากถึง 62%

อย่างไรก็ตาม จำนวนชั่วโมงการทำงานของเครื่องจักรที่จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะและการตัดสินใจใช้เทคโนโลยีในงานบริหารและการค้นข้อมูลของผู้นำองค์กร และแม้ว่าจะมีปริมาณงานมากกว่าคนทำงานในปัจจุบัน แต่ในด้านการสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์ การประสานงาน งานบริหารและให้คำแนะนำ ก็จะมีเครื่องจักรเข้ามาทำหน้าที่เหล่านี้อยู่ดี 


4) มี ‘ตำแหน่งงานใหม่’ ก็ต้องขับเคลื่อนด้วย ‘ทักษะใหม่’

ภายในปี 2022 ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานจะเปลี่ยนไปมาก แต่หากดูค่าเฉลี่ยทั่วโลก สัดส่วนของทักษะหลักที่จำเป็นต่อการทำงานที่ยังคงเดิมคาดว่าจะมีประมาณ 58%  นั่นหมายความว่า คนทำงานจะเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านทักษะการทำงานที่จำเป็นโดยเฉลี่ย 42% ภายในปี 2022 โดยทักษะที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นคือ การคิดวิเคราะห์ ความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ การออกแบบเทคโนโลยี รวมถึงความสามารถในด้านการใช้เทคโนโลยีได้หลายรูปแบบ 

อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีใหม่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทักษะที่ต้องการในปี 2022 แต่ในความเป็นมนุษย์เองนั้น ยังมีทักษะด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม การคิดเชิงวิพากษ์ การชักชวน ไปจนถึงการเจรจาต่อรอง ที่จะมีคุณค่าเพิ่มขึ้น ใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นได้ นอกจากนี้ ความฉลาดทางอารมณ์ ภาวะผู้นำ การมีอิทธิพลทางสังคม และการวางแนวทางเพื่อให้บริการ จะมีความต้องการเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน


future of jobs career


5) ทุกคนต้องมีมายด์เซ็ตของการ ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต’

โดยเฉลี่ยแล้ว พนักงานจะต้องฝึกอบรมและฝึกทักษะใหม่โดยใช้เวลา 101 วัน ไปจนถึงปี 2022 และจะเกิดช่องว่างด้านทักษะใหม่ระหว่างพนักงานแต่ละคนและระหว่างผู้นำระดับสูงของบริษัท ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางการเปลี่ยนแปลงขององค์กรไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมาก โดยครึ่งหนึ่งและ 2 ใน 3 ของบริษัท มีแนวโน้มที่จะจ้างบุคคลภายนอก (external contractors) พนักงานชั่วคราว หรือฟรีแลนซ์ เข้ามาช่วยลดช่องว่างด้านทักษะ ด้วยการทำความเข้าใจและวางแนวทางการทำงาน ช่วยฟื้นทักษะเดิม เพิ่มทักษะใหม่ให้คนในองค์กร เพื่อเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พนักงานมองความเปลี่ยนแปลงในด้านบวกและสามารถบริการจัดการแนวโน้มต่างๆ ในเชิกรุกได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทอุตสาหกรรมและสภาพทางภูมิศาสตร์ด้วย

future of works weforum digital transformation


บทความแนะนำให้อ่านเพิ่มเติมด้านเทคโนโลยีและการเตรียมความพร้อมสู่อนาคต

Digital Transformation : ได้ยินบ่อยนะ แต่เกี่ยวอะไรกับชีวิตหรือธุรกิจของเรา?

10 เทรนด์ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก 2019 ที่ทุกคนจะได้เห็น อีกไม่นานเกินรอ

เสริมพลังมุ่งอนาคต EEC HDC ตั้งทีมยุทธศาสตร์เสริมปฏิบัติการ ‘ผลิตสร้างบุคลากรป้อน 10 S-curve’


อ้างอิงข้อมูลจาก