ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย เศรษฐกิจจะตกต่ำหรือค่าเงินทั่วโลกจะแข็งหรืออ่อนอย่างไร หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากกาลเวลาและเศรษฐกิจที่ผันผวนน้อยที่สุดนั่นคือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกนั้น พูดได้เลยว่าเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกเพศทุกวัย ดังนั้น ในมุมการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว หากกิจการใดสามารถเข้าถึงความต้องการของนักท่องเที่ยว หรือ เทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว และสามารถส่งมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจได้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ธุรกิจนั้นจะทำเงินให้ผู้ประกอบการรวยไม่รู้เรื่อง

เพื่อแนะนำและอัปเดตให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกระดับและผู้ที่กำลังสนใจจะเข้าสู่วงการธุรกิจนี้ได้ทราบถึง เทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว สุดฮิต โดนใจนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในการออกแบบกิจการท่องเที่ยวของตนให้ปังได้ไม่ยาก เว็บไซต์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC จึงได้นำเสนอบทความเรื่อง “TREND 2018 : Travel รวบรวมเทรนด์ท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง” ขึ้นเพื่อชี้แนะแนวทางในเรื่อง เทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว มาแรงในยุคนี้


ท่องเที่ยวแบบสั่งตัด Tailored-Made Experiences เทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว เจาะกลุ่มนักเดินทางมีสไตล์

มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่รูปแบบการท่องเที่ยวที่จะโดนใจกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่น คนรุ่นใหม่ ที่มีสไตล์การท่องเที่ยวเป็นของตนเอง จะเป็น การท่องเที่ยวแบบสั่งตัด (Tailored-Made Experiences ) ที่สามารถสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร ได้ อย่างที่ ทามาร่า โลแฮน Tamara Lohan ผู้ก่อตั้งธุรกิจท่องเที่ยว Mr & Mrs Smith ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ว่า เทรนด์อุตสาหกรรมการเดินทางในปี 2018 ที่อาจจะยังคงฮิตต่อเนื่องไปถึงปี 2019 คือ การท่องเที่ยวที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่นี่เอง

“เพราะทุกคนต้องการความทรงจำเฉพาะจากประสบการณ์การท่องเที่ยวของตัวเอง ไม่มีใครต้องการสิ่งที่ซ้ำกับคนอื่นอีกต่อไป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรงแรมบูธีคหรือ Airbnb ถึงประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะพวกเขามอบสิ่งที่มากกว่าให้แก่ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ที่เจาะจงสำหรับพวกเขา ค้นหาสิ่งที่พิเศษให้”

โดย Airbnb Experiences เป็นหนึ่งในวิธีการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่ช่วยให้นักเดินทางสามารถจับจองประสบการณ์ตามความชอบคู่กับคนในพื้นที่ที่น่าสนใจ แบ่งตามหมวดหมู่ ได้แก่ กีฬา (เล่นเซิร์ฟ ปั่นจักรยาน) ธรรมชาติ (เดินป่า ถ่ายรูปตามสถานที่ทางธรรมชาติ) ทำงานเพื่อสังคม ความบันเทิง อาหาร และงานศิลปะ แต่ละรูปแบบจะมีโฮสต์รับหน้าที่จัดตารางตามระยะเวลา และพาผู้มาเยือนจากต่างถิ่นไปค้นพบประสบการณ์และแง่มุมใหม่ของเมืองนั้นๆ ในแบบฉบับคนท้องถิ่นที่รู้จริง

นอกจากนั้น บทความจาก TCDC ยังได้ยกตัวอย่างการสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวที่เริ่มต้นได้ตั้งแต่การจองตั๋วเดินทาง เพราะโลกออนไลน์วันนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ “นักเดินทาง DIY” ขึ้น ด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาสร้างแผนการเดินทางในรูปแบบ “สั่งตัด” ที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวและคน โดยประมวลผลจากข้อมูล รูปแบบการเดินทาง และเนื้อหาที่เหล่าผู้ใช้เป็นคนสร้างและแชร์ไว้ในโลกออนไลน์ เข้ามาเป็นต้นทุนสำคัญในการนำเสนอแผนการเดินทางที่เหมาะสม

ตัวอย่างที่จะทำให้ทุกคนเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น คือ หลายคนอาจเคยใช้งาน Google Trips ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้วางแผนทริปเสร็จครบในที่เดียว ทั้งบันทึกจุดหมายปลายทาง จองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม เก็บข้อมูลสถานที่แนะนำ ร้านอาหาร และคาเฟ่ ที่สำคัญคือ นักเดินทางสามารถเปิดข้อมูลที่วางแผนไว้ได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด


เทรนด์ท่องเที่ยว โดนใจเจนมิลเลนเนียม ต้อง ‘เที่ยวไปทำงานไป’

การเดินทางพักผ่อนไปและทำงานไป เป็นเทรนด์การเที่ยวยอดฮิตของเจนมินเลนเนียม ที่ถูกจำกัดความด้วยคำว่า ‘Bleisure’ ซึ่งมาจากการผสมคำว่า Business และ Leisure ฟังดูแล้ว หลายคนอาจรู้สึกว่า ไม่ใช่เทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทว่า ประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวนี้ถูกกล่าวถึงอีกครั้ง น่าจะเป็นเพราะเป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในเจนมิลเลนเนียมมากกว่า ซึ่งบทความของ TCDC อธิบายสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ว่า

ด้วยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะเจนมิลเลนเนียล ถือเป็นเจนที่มักเที่ยวไปทำงานไปมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเจนอื่นๆ โดยปีที่ผ่านมามีอัตราส่วนถึง 76 เปอร์เซ็นต์ที่เลือกเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้ ขณะที่ เมื่อเปรียบเทียบกับเจนเอ็กซ์มีประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ และเบบี้ บูมเมอร์มีเพียง 46 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ชอบเที่ยวแบบ Bleisure

ดังนั้น ที่ผ่านมา เครือโรงแรมทั้งหลายจึงอำนวยความสะดวกเพื่อเอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเต็มที่ สำหรับดิจิทัล นอร์แมดที่เดินทางมาพร้อมโน้ตบุ๊ค อย่าง โรงแรมในเครือแมริออท ที่ออกแบบห้องและพื้นที่ส่วนกลางให้พร้อมรองรับการทำงานอย่างสะดวก เครือซิตี้เซนเอ็ม ที่เปิดพื้นที่ โค-เวิร์กกิ้งสเปซ ภายใต้ชื่อ SocietyM และเปลี่ยนห้องประชุมแบบเดิมๆ ให้เป็นห้องประชุมรูปแบบใหม่ ด้วยดีไซน์ใหม่ที่ดูทันสมัย เน้นตกแต่งด้วยงานศิลปะ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ เป็นมิตรต่อคนรุ่นใหม่ อย่างเครื่องชงกาแฟสด ขนม อาหารว่าง


Hotel Scenes ส่งมอบประสบการณ์ที่มากกว่าเช็คอิน & เช็คเอาท์

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องมาคิดทบทวนว่าจะสร้างจุดขายให้กับ การให้บริการ และทุกแห่งหนและทุกมุมในโรงแรมของคุณอย่างไร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่าความต้องการห้องพักธรรมดาทั่วไปที่มีไว้เช็คอินและเช็คเอาท์ออกไปเท่านั้น

ความเป็นของจริง ความมีเอกลักษณ์ การใช้งานพื้นที่ทุกตารางเมตรของโรงแรมที่ตอบรับความต้องการอันแตกต่างของผู้เข้าพัก ผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และการตกแต่งที่ยูนีค (Unique) มีสไตล์ นี่เป็นองค์ประกอบที่จะมอบประสบการณ์ Hotel Scene ที่น่าพึงพอใจให้กับลูกค้าได้

  • ปรับพื้นที่ในโรงแรม ให้เป็นหน้าร้าน

โรงแรมหลายแห่ง เริ่มลงทุนกับการออกแบบ Accessory อย่างของใช้ในห้องน้ำ หรือเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งในห้องให้มีคุณภาพ มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม น่าใช้ โดยแนวคิดนี้มาจากไอเดีย เปลี่ยนห้องพักให้กลายเป็นหน้าร้าน ด้วยการใช้ประโยชน์พื้นที่ในห้องพักเป็นพื้นที่แสดงสินค้า ตั้งแต่ของใช้อย่างสบู่ แชมพู แก้วกาแฟ จนถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในห้อง

ตัวอย่างความสำเร็จของการนำไอเดียนี้ไปปรับใช้ได้เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ ด้วยไอเดียของเจ้าของร้านขายเฟอร์นิเจอร์ อย่างเตียง ผ้าปูที่นอน และของใช้ในห้องน้ำอย่างแบรนด์ Parachute ที่ตัดสินใจเปิดกิจการโรงแรมขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นโชว์รูมในเมืองแอลเอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสคุณภาพสินค้าและทดลองใช้งานจริงในฐานะส่วนหนึ่งของบริการ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เมื่อเช็คเอาต์แล้ว จะตัดสินใจซื้อสินค้าที่ได้ทดลองใช้นั้นติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

  • พบงานศิลปะได้ในโรงแรม จากศิลปินในพำนัก (Artist in Residence)

ไอเดียนี้เกิดขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์ในการเข้าถึงความเป็นวัฒนธรรมในพื้นที่ที่จะช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้แก่โรงแรมแต่ละแห่ง โดยเริ่มจากผู้ประกอบการโรงแรมสมัครใจเชื้อเชิญให้เหล่าศิลปินในท้องถิ่นมาแสดงงานศิลปะ หรือร่วมออกแบบของใช้ในโรงแรม และมีช่องทางให้ผู้เข้าพักสามารถติดต่อกับศิลปินได้โดยตรง

ในแวดวงการท่องเที่ยวทั่วโลก รู้จักไอเดียนี้กันในชื่อว่า Artist in Residence โดยแบบอย่างมีให้เห็นแล้วที่ โรงแรมเดอะ ควิน (The Quin) โรงแรมระดับห้าดาวในนิวยอร์กที่ให้ศิลปินกราฟิตี้หมุนเวียนเข้ามาพำนักในโรงแรม หรือ โรงแรมเอล กันโซ (Hotel El Ganzo) ในเม็กซิโก ที่เชื้อเชิญนักดนตรีและศิลปินสตรีทอาร์ตให้เข้ามาพำนักและจัดปาร์ตี้ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าฟรี มาร่วมพูดคุย จิบเครื่องดื่ม ก่อนจะชมการทำงานของศิลปินหรือการแสดงโชว์ของนักดนตรีเป็นลำดับต่อไป


อ้างอิง : ขอบคุณ เรื่องและภาพ


อัปเดตทุกเทรนด์ โดนใจคนรุ่นใหม่ ที่นี่

‘co-working spaces’ ในฮ่องกง ความต้องการที่ลงตัวในพื้นที่สุดแออัด

‘นิสัยนวัตกรรม’ นำไปสู่ Halloween Innovation ล้ำยุค