ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่กิจการหรือธุรกิจจะสามารถยืนหยัด ผ่านร้อนผ่านหนาว มาได้ถึง 100 ปี แต่เชื่อหรือไม่ว่า ‘ญี่ปุ่น’ เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า มีบริษัทที่ทำธุรกิจมานานและมีอายุเกิน 100 ปีมากที่สุดในโลก… TOYOTA, PANASONIC, Shiseido, กระบอกน้ำเก็บความร้อน-เย็น ZOJIRUSHI, ห้างสรรพสินค้าไดมารู, ห้างสรรพสินค้า Takashimaya, ชุดชั้นใน Wacoal และรถยนต์เพื่อการเกษตร Yanmar ที่เอ่ยชื่อมานี้เป็นแค่ส่วนเสี้ยวหนึ่งของรายชื่อแบรนด์ที่อยู่ในนิยาม ‘ธุรกิจ 100 ปี’ ของญี่ปุ่นเท่านั้น

ดังนั้น หากโฟกัสไปที่เรื่องเล่าระหว่างทาง ก่อนมาอยู่ในฐานะ ‘ธุรกิจ 100 ปี’ ของกิจการเหล่านี้ ย่อมมีหลากหลายบทเรียนและมากด้วยกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ให้คนรุ่นหลังได้ซึมซับเพื่อนำไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจตัวเอง ให้ประสบความสำเร็จตามรอยธุรกิจรุ่นพ่อต่อไป


ปรับแนวคิดทำการค้าของ พ่อค้าโอมิ เป็นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จ ธุรกิจยืนยาวเป็นศตวรรษ

จากบทความเรื่อง ‘เคล็ดลับความสำเร็จจากพ่อค้าญี่ปุ่น…ผู้สร้างบริษัทอายุเกิน 100 ปี’ ซึ่งเขียนโดย เกตุวดี Marumura บอกให้ทราบถึงกุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจกว่าครึ่งที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี ในญี่ปุ่น ว่าสืบทอดมาจากภูมิปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในฐานะ ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากพ่อค้าในเมืองโอมิ

www.itochu.co.jp

โดยผู้เขียนให้คำจำกัดความวิธีการทำการค้าในแบบ พ่อค้าโอมิ (近江商人) ว่า เดิมพวกเขาเป็นแค่พ่อค้าในเขตจังหวัดชิกะที่ซื้อของมาแล้วขายไป แต่เมื่อค่อยๆ ขยายกิจการไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสร้างบริษัทในจังหวัดต่างๆ และผลิตสินค้าเป็นของตนเอง กระทั่งค่อยๆ ก่อร่างสร้างธุรกิจจนกลายเป็นแบรนด์ที่มีอายุเกิน 100 ปีขึ้นไป

และคำสอน 3 ประการ ที่เหล่าพ่อค้าโอมิส่งต่อสู่ทายาทการค้าของพวกเขา ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของคนรุ่นหลังอย่างได้ผล ก็คือ      

  • หลักสามได้ ผู้ขายได้ ผู้ซื้อได้ และสังคมได้ สำหรับผู้ซื้อนั้น บริษัทต้องผลิตสินค้าดี มีคุณภาพและเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ต่อมาเมื่อค้าขายได้ดีแล้ว พ่อค้าเมืองโอมิส่วนใหญ่มักจะบริจาคทรัพย์จำนวนมากเพื่อช่วยคนยากจนในท้องถิ่นนั้นๆ ช่วยสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ เขื่อน โรงเรียน ให้แก่คนในชุมชน ขณะเดียวกัน พวกเขาเชื่อในหลักการปิดทองหลังพระ กล่าวคือ ทำความดี แต่ไม่ป่าวประกาศ แนวคิดนี้ทำให้พวกเขารู้จักการเสียสละและคิดถึงผู้อื่น คิดถึงสังคม ไม่หลงมัวเมาไปกับรายได้และกำไร หรือไม่เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไปจนตัดสินใจด้านธุรกิจผิดพลาด
  • จงขายสินค้าในราคาที่ไม่สูงเกินไป ราคาที่ดี คือ ราคาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า สินค้าดีขนาดนี้ ทำไมราคาไม่แพงเลย โดยบริษัทของพ่อค้าโอมิเหล่านี้ยอมได้กำไรน้อย แต่เน้นสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ ซึ่งจะนำไปสู่ยอดขายที่สูงขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ อย่าโก่งราคาหรือตั้งราคาสูงเกินไปแม้เป็นยุคที่น่าจะขายของได้ราคางามก็ตาม อย่ากักตุนสินค้า อย่าหลงไปกับกำไรระยะสั้นจนทำลายความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้า
  • ความถูกต้องมาก่อน กำไรมาทีหลัง กำไรไม่ใช่สิ่งสำคัญอันดับแรกในการทำธุรกิจ หากบริษัทเน้นความถูกต้อง ทำสิ่งที่ไม่ผิดต่อศีลธรรมหรือจริยธรรม เช่น ไม่นำสินค้าที่ใกล้หมดอายุมาจำหน่าย ไม่โกหกเกี่ยวกับรายละเอียดสินค้า หากทำได้ถูกต้อง กำไรจะตามมา

ถอดบทเรียน ธุรกิจ 100 ปี เมืองเกียวโต สู่การปฏิบัติจริง

มีบทความที่ถอดบทเรียนจากการบรรยายเรื่อง ‘ธุรกิจร้อยปี’ ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต มหาวิทยาลัยชื่อดังของญี่ปุ่นที่เพิ่งผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ กล่าวถึง ความ ‘ยิ่งใหญ่อย่างยั่งยืน’ ของบริษัทในเกียวโตว่า

เกียวโต เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่นับพันปี ศักดิ์ศรีใกล้เคียงกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม้ในปัจจุบัน เกียวโต ก็ยังเป็นแหล่งกำเนิดบริษัททั้งเก่าและใหม่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น นินเทนโด้ (ค.ศ. 1889 = 129 ปี) วาโก้ ผู้ผลิตชุดชั้นใน (ค.ศ.​ 1949 = 69 ปี) เคียวเซร่า ผู้ผลิตเซรามิกและอะไหล่ด้านการผลิต (ค.ศ. ​1959 = 59 ปี)

แล้วบริษัทเหล่านี้มีวิธีทำธุรกิจอย่างไรให้ยิ่งใหญ่และยั่งยืน เรามีเคล็ดลับมาบอกกัน

  • จริงจังในการสร้างนวัตกรรม เมื่อเทียบกับบริษัทญี่ปุ่นทั่วไป หลายบริษัทในเกียวโต ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีมาก โดยค่าเฉลี่ยที่บริษัททั่วไปลงทุนพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ขณะที่บริษัทในเกียวโต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มที่ทำยอดขายได้สูงสุดในจังหวัด (กลุ่มนินเทนโด้ เคียวเซร่า) ตัดร้อยละ 5.7 ของรายได้มาทำนวัตกรรมเลยทีเดียว

โดยเหตุผลหลักเบื้องหลังแนวคิดนี้ คือ บริษัทในเกียวโตเหล่านี้ตระหนักดีว่าหากไม่คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมา หวังพึ่งบุญเก่าไปเรื่อยๆ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ ตนเองอาจจะอยู่ไม่ได้ หรือคู่แข่งก็จะไล่แซงมาได้ จึงต่างใส่ใจกับการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าให้บริษัทเสมอ

  • หลีกเลี่ยงการแข่งขัน ในขณะที่ผู้ประกอบการไม่น้อยเกรงว่า หากทุ่มเททำนวัตกรรม แล้วโดนคนเลียนแบบ ก็น่าเสียดาย แถมเสียเวล่ำเวลา แต่สำหรับบริษัทในเกียวโตนั้น นอกจากจะมุ่งมั่นทำนวัตกรรมแล้ว พวกเขายังวางกลยุทธ์เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างถึงที่สุด ด้วยการดำเนินกลยุทธ์ในแบบ Blue Ocean Strategy

กรณีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างแบรนด์เคียวเซร่านั้น กลยุทธ์พวกเขาคือ เลือกสินค้าหนึ่งมา แล้วทำให้ดีที่สุด พัฒนาให้ดีที่สุด ไม่พยายามทำสินค้าหลายอย่างหลายแขนงจนเกินไป เพราะเจ้าของแบรนด์เชื่อมั่นว่า หากทุ่มเทคิดค้นสินค้าชนิดเดียวนั้นให้ดีจริงๆ คู่แข่งก็ต้องใช้เวลาในการเลียนแบบ ยากที่จะเลียนแบบได้ในทันทีอยู่แล้ว

แนวคิดนี้ใช้ในการดำเนินกิจการญี่ปุ่นทุกระดับ ทุกประเภท อย่างในเมืองเกียวโตสมัยก่อนมีการทำ ‘กิโมโน’ กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งร้านที่ทำกิโมโนจะมีความเชี่ยวชาญและรับทำกิโมโนแยกตามแต่ละขั้นตอน เช่น ร้านย้อมด้าย ร้านทอผ้า ร้านออกแบบลาย ร้านตัดเย็บ ซึ่งแต่ละร้านก็ทุ่มเทฝีมือในการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่อสินค้าคุณภาพดีให้ร้านอื่นๆ สามารถทำงานสานต่อในขั้นตอนต่อจากตนได้อย่างราบรื่น



:: Salika’s Say ::

นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนบทความนี้เน้นย้ำ และกล่าวสรุปได้ว่า คนเกียวโต ไม่ได้น้อยใจหรือกังวลอะไรที่ตนเองทำสินค้าเพียง 1-2 ชนิด แต่กลับภูมิใจว่า พวกเขาเป็น Expert ในด้านนั้นเลย โดย

  • ให้ความสำคัญกับสิ่งที่มองไม่เห็น บริษัททั่วไป มักให้ความสำคัญกับผลประกอบการ การเติบโตขององค์กรเป็นส่วนใหญ่ แต่บริษัทในเกียวโต กลับให้ความสำคัญกับทรัพย์สินที่มองไม่เห็น เช่น คน เทคโนโลยี การถ่ายทอดความเชื่อ การสร้างวัฒนธรรมองค์กร ตลอดจนการสร้างแบรนด์

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ผู้เขียนยกตัวอย่าง กรณีของบริษัทเคียวเซร่า ที่กำหนดให้พนักงานเข้าใหม่ทุกคนจะต้องผ่านการอบรมเบื้องต้น 10 วัน ซึ่งระหว่างการอบรมนี้ พนักงานจะได้เรียนรู้ปรัชญาบริษัท ความเป็นมา ได้พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อเข้าใจที่มาของบริษัท และซึมซับ ‘จิตวิญญาณแห่งเคียวเซร่า’ ให้ได้มากที่สุด เมื่อผ่านการอบรม ก็จะมีระบบ Mentor และต้องฝึกพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ

เชื่อว่าบทความนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดไอเดียในการก่อร่างสร้างธุรกิจ หรือประยุกต์ พัฒนาธุรกิจในรูปแบบของคนทำธุรกิจในแดนอาทิตย์อุทัย ที่เชื่อว่า “เป็นยักษ์เล็กๆ ที่มีเกาะเป็นของตัวเอง และเป็นใหญ่ในเกาะนั้น โดยไม่ต้องทะเลาะกับใคร อาจดีกว่า เป็นยักษ์ใหญ่ที่พยายามทำทุกอย่าง และขยายอาณาจักรทางธุรกิจให้ได้มากที่สุด แต่ต้องฟาดฟันกับคู่แข่งมากหน้าหลายตา”


เรียบเรียงข้อมูลจาก

ค้นหาไอเดียสร้างธุรกิจ จากวงการธุรกิจทั่วโลก กันต่อ

เปิดกลยุทธ์พิชิตใจ นักช้อปจีน ที่วงการค้าปลีก & พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไทย ต้องรู้

ส่องไลฟ์สไตล์ 3 กลุ่มสูงวัย ‘Best – Bright – Basic’ เข้าใจความต่างก่อนทำการตลาดสีดอกเลา

เปิด 6 กลยุทธ์ ตั้งราคาสินค้าอย่างไร กำไรก็ได้ แถมโดนใจลูกค้าด้วย