ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาแล้วคาบช้อนเงินช้อนทอง แต่วลี ‘จากยาจกกลายเป็นมหาเศรษฐี’ ที่ได้ยินบ่อยๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของเศรษฐีพันล้านหลายๆ คน ซึ่งเริ่มต้นจากการไม่มีอะไรเลย ต้องทำงานรับจ้างเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ เรียกได้ว่ามีต้นทุนชีวิตน้อยถึงน้อยมาก แต่มีความพากเพียรและอุตสาหะมากจึงประสบความสำเร็จ


ผมมีประวัติสั้นๆ ของ 10 มหาเศรษฐีพันล้าน (ดอลลาร์) มาแนะนำให้รู้จัก ซึ่งถ้าแปลงค่าเงินเป็นเงินไทย พวกเขาก็มีทรัพย์สินอยู่ในระดับหมื่นล้านบาท!

www.ccmm.ca
1. ‘Guy Lalibertèนักแสดงโชว์กินไฟ ก่อนจะเป็นผู้ก่อตั้งคณะแสดงกายกรรมระดับโลกชื่อ Cirque du Soleil

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 1.2 พันล้านดอลลาร์

Guy Lalibertè ได้ร่วมงานฉลองตีพิมพ์หนังสือ Gaia ของเขาที่โรงแรม SLS ที่ Beverly Hills ในวันที่ 27 มิถุนายน 2011 ใน Los Angeles, California โดย
ในช่วงเริ่มต้นอาชีพการทำงาน Lalibertè เป็นนักแสดงชาวแคนาดาในคณะละครสัตว์ ทั้งยืนบนไม้ค้ำ เล่นแอคคอร์เดียน และโชว์การกินไฟ

ในรายงาน Business Insider บอกไว้ว่า หลังจากนั้นเขาก็บินจาก Quebec ไปยัง Los Angeles พร้อมกับคณะละครสัตว์ในปี 1987 โดยไม่ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินขากลับ ต่อมาก็ได้เป็นคณะแสดงกายกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงชื่อ Cirque du Soleil 


www.si.com/horse-racing
2. ‘Kenny Troutt’ ใช้เงินจากการขายประกันชีวิต ส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย และกลายเป็นผู้ก่อตั้ง Excel Communications

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 1.4 พันล้านดอลลาร์

พ่อของ Troutt เป็นบาร์เทนเดอร์และเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก Troutt ขายประกันชีวิตและนำเงินที่ได้มาจ่ายค่าเล่าเรียนใน Southern Illinois University รายได้ส่วนใหญ่ที่เขาหาได้มาจากบริษัทโทรศัพท์ชื่อ Excel Communications ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งในปี 1988 และได้เป็นบริษัทมหาชนในปี 1996

2 ปีหลังจากนั้น Troutt ควบรวมบริษัทของเขากับ Teleglobe โดยมีมูลค่าของการควบรวมกิจการอยู่ที่ 3.5 พันล้านดอลลาร์

ปัจจุบันเขาเกษียณอายุแล้วและทุ่มลงทุนกับม้าแข่ง


www.ft.com
3. ‘Mohed Altrad’ ตอนที่เขาย้ายไปยังฝรั่งเศสใหม่ๆ อยู่รอดได้ด้วยอาหารวันละ 1 มื้อ แต่ในที่สุดได้เป็นผู้ประกอบการดีเด่นแห่งปี และยังเป็นประธานคลับรักบื้ Montpellier ที่มีชื่อเสียงก้องโลก

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 2.5 พันล้านดอลลาร์

Altrad เกิดในเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายของประเทศซีเรีย แม่ของเขาถูกพ่อข่มขืนและพ่อก็เสียชีวิตในวัยหนุ่ม ย่าจึงเป็นผู้เลี้ยงดู Altrad เมื่อเขาโตขึ้นก็ถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนโรงเรียนในเมือง Raqqa (เมืองหลวงที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่ม ISIS ในปัจจุบัน)

แต่ Altrad ดิ้นรนเข้าโรงเรียนได้ในที่สุดและได้ย้ายไปฝรั่งเศสเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แม้ว่าขณะนั้นเขาไม่รู้ภาษาฝรั่งเศสเลยก็ตาม และดำรงชีวิตในแต่ละวันด้วยอาหาร 1 มื้อ

แต่ถึงกระนั้น เขาก็สามารถเรียนจบปริญญาเอก สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ในฝรั่งเศส และเข้าทำงานในบริษัทชั้นนำ ต่อมาก็ซื้อกิจการทำนั่งร้านซึ่งในขณะนั้นกำลังย่ำแย่มาบริหารต่อ พัฒนาและยกระดับจนกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตนั่งร้านและเครื่องผสมปูนชั้นนำของโลกที่ชื่อว่า Altrad Group และต่อมาก็ได้รับเลือกให้เป็นผู้ประกอบการดีเด่นแห่งปีของฝรั่งเศสและของโลก


www.psychologies.co.uk
4. ‘Oprah Winfrey’ เกิดในครอบครัวยากจน แต่ได้เป็นผู้สื่อข่าวรายการทีวีอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกใน Nashville และเป็นพิธีกรที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของโลก

มูลค่าทรัพย์สินรวม: 2.7 พันล้านดอลลาร์

Winfrey เกิดในครอบครัวยากจนในรัฐ Mississippi แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อถอยในชีวิต และได้รับเลือกให้รับทุนการศึกษาจาก Tennessee State University และกลายเป็นผู้สื่อข่าวรายการทีวีอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกของรัฐ เมื่ออายุเพียง 19 ปี

ปี 1983 เธอย้ายไป Chicago เพื่อทำงานเป็นพิธีกรในรายการทอร์คโชว์ที่มีชื่อเรียกรายการในภายหลังว่า The Oprah Winfrey Show และทำให้ Winfrey เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก


fortune.com
5. ‘Howard Schultz’ ผู้ที่เติบโตมาในบ้านอนาถา ปัจจุบันเป็นประธาน Starbucks ร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในโลก

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 3.3 พันล้านดอลลาร์

Schultz เคยให้สัมภาษณ์กับ The Mirror ว่า “ผมรู้สึกอยู่เสมอว่าผมเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในฟากหนึ่งของเมืองที่ยากจนและเต็มไปด้วยอันตราย ในขณะที่คนที่อาศัยอยู่อีกฟากหนึ่ง มีทั้งทรัพยากร, เงิน และครอบครัวที่มีความสุขมากกว่า และด้วยเหตุผลบางประการซึ่งผมไม่รู้ว่าทำไมและอย่างไร ผมต้องการที่จะปีนข้ามฝั่งไปยังฟากนั้น และประสบความสำเร็จในเรื่องที่คนทั่วไปเห็นว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ณ ตอนนี้แม้ผมอาจจะสวมสูทและผูกเนคไทแต่ผมรู้ตัวดีเสมอว่าผมเกิดและเติบโตมาจากไหนและรู้ว่าชีวิตแบบนั้นเป็นยังไง”

Schultz ได้รับทุนการศึกษานักฟุตบอลของ University of Northern Michigan และทำงานในบริษัท Xerox หลังสำเร็จการศึกษา หลังจากนั้นไม่นาน เขารับช่วงซื้อต่อกิจการขายกาแฟที่ชื่อว่า Starbucks ซึ่งขณะนั้นมีเพียง 60 สาขา ต่อมาในปี 1987 เขาได้เป็นซีอีโอของบริษัท และขยายสาขาร้านกาแฟเพิ่มจากเดิมจนมีมากกว่า 16,000 แห่งทั่วโลก

www.forbes.com
6. ‘Do Won & Jin Sook Chang’ จากภารโรง เด็กปั๊มน้ำมัน และพนักงานในคอฟฟี่ช็อป เมื่อสมัยที่เขาย้ายมาอเมริกาใหม่ๆ กลายเป็นผู้ก่อตั้ง Forever 21 ร้านขายเสื้อผ้าที่รวมแบรนด์ชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 2.6 พันล้านดอลลาร์

Do Won Chang และ Jin Sook Chang คู่สามีภรรยาคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ Forever 21 แต่ความสำเร็จนั้นไม่ได้มาโดยง่าย เพราะตอนที่ย้ายจากเกาหลีมาอเมริกาในปี 1981 Do won ต้องทำงาน 3 อย่างในเวลาเดียวกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ในปี 1984 พวกเขาเริ่มเปิดร้านขายเสื้อผ้า Forever 21 และต่อมาได้ขยายสาขาถึง 790 แห่งทั่วโลก

www.wsj.com
7. ‘Ken Langone’ จากการมีพ่อทำงานเป็นช่างประปาและแม่เป็นคนงานในโรงอาหาร ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Home Depot ห้างที่เป็น Chain Store ขายสินค้าตกแต่งบ้านที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 3.2 พันล้านดอลลาร์

เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม Bucknell University ของตัวเอง Langone ต้องรับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ หลายงาน ในขณะที่พ่อกับแม่ของเขาต้องนำบ้านไปจำนอง

ในปี 1968 Langone ทำงานร่วมกับ Ross Perot เพื่อนำบริษัท Electronic DataSystems เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (บริษัท HP ซื้อไปในภายหลัง) หลังจากนั้นอีก 2 ปี เขาร่วมหุ้นกับ Bernard Marcus ก่อตั้งบริษัท Home Depot และนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 1981


parade.com
8. ‘John Paul DeJoria’ เคยอาศัยในบ้านสงเคราะห์ของรัฐ อาศัยรถเป็นบ้าน ฝ่าฟันจนได้เป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังอาณาจักรผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม John Paul Mitchell และธุรกิจน้ำเมา Patron Tequila

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 2.6 พันล้านดอลลาร์

ก่อนอายุจะครบ 10 ขวบ DeJoria ซึ่งเป็นชาวอเมริกันรุ่นแรกๆ ที่เลี้ยงดูครอบครัวด้วยเงินจากการขายการ์ดคริสต์มาสและหนังสือพิมพ์ เขาถูกส่งตัวไปอาศัยอยู่ที่บ้านสงเคราะห์ของรัฐ บางช่วงก็ใช้เวลาอยู่กับแก๊งอันธพาล ก่อนจะไปเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ

Dejoria ใช้เงินกู้ 700 ดอลลาร์ สร้างธุรกิจ John Paul Mitchell ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม แล้วเดินขายแชมพูตามบ้าน โดยอาศัยรถเป็นบ้าน ต่อมาก็เริ่มทำธุรกิจขายน้ำเมา Patron Tequila และยังลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย

hamptons-magazine.com
9. ‘Ralph Lauren’ ชายที่เคยทำงานเป็นเสมียนใน Brooks Brothers และฝันอยากทำเนคไท และได้เป็นเจ้าของร้าน Chain Store ขายเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำของโลก

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 6.7 พันล้านดอลลาร์

Lauren จบมัธยมศึกษาใน Bronx, New York แต่เลิกเรียนมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อไปเป็นทหาร ต่อมาในขณะที่ Lauren ทำงานเป็นเสมียนให้ Brooks Brothers เขาเริ่มคิดฝันจะผลิตเนคไทสำหรับผู้ชายที่มีรูปแบบหลากหลายและมีสีสันสดใส

ในปี 1967 เขาก็ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง และสามารถขายเนคไทได้ถึง 5 แสนดอลลาร์ 1 ปีต่อมาหลังจากนั้นก็เริ่มสร้างแบรนด์ Polo จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก


www.bizjournals.com
10. ‘Shahid Khan’ เคยหาเงินด้วยการรับจ้างล้างจานได้ค่าแรงชั่วโมงละ 1.2 ดอลลาร์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลฟูลแฮม

มูลค่าสินทรัพย์รวม: 6.9 พันล้านดอลลาร์

Khan เป็นลูกครึ่งปากีสถานและอเมริกัน ซึ่งย้ายจากปากีสถานไปอยู่สหรัฐอเมริกา ตอนอายุ 16 ปี โดยมีเงินติดตัวไป 500 ดอลลาร์ จากนั้นทำงานหาเงินด้วยการรับจ้างล้างจานและเรียนที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ไปด้วย

ต่อมาก็เข้าทำงานในบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ Flex-N-Gate ปี 1980 ก็ซื้อกิจการต่อจากเจ้านาย และบริหารจนได้เป็นเจ้าของบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ Khan ยังสนใจวงการฟุตบอล จึงซื้อและได้เป็นเจ้าของทีมอเมริกันฟุตบอล Jacksonville Jaguars of the National Football League ในปี 2012 และทีมสโมสรฟุตบอล Fulham F.C. of the English Premier League ในปี 2013


อ่านเรื่องราวชีวิตและแรงบันดาลใจของคนอื่นๆ

ซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง ‘สแตน ลี Stan Lee’ บิดาผู้ให้ลมหายใจแก่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่แห่งจักรวาลมาร์เวล

เปิดศักราชใหม่ เอธิโอเปีย กับ ผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ ‘ซาห์เล เวิร์ก ซิวเด’

เปิดตำราความสำเร็จ ฉบับ NIKE Just Do it ของ Phil Knight ผู้ให้กำเนิด ไนกี้