ไม่น่าเชื่อว่าเพื่อนบ้านใกล้เคียงไทยในอาเซียน ที่อดีตเคยพัฒนาไล่ตามไทยอยู่ลิบๆ วันนี้ทุกประเทศต่างพัฒนาก้าวไกลมาหายใจรดต้นคอ อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ ชนิดที่ดูลำบากว่าใครล้ำกว่าใคร?!?


ไทยอยู่ตรงไหน ขณะที่เพื่อนซึ่งอยู่หน้าบ้าน-หลังบ้าน ล้ำไปไกลนับทศวรรษ!

วันนี้ ประเทศไทยกำลังเอาตัวรอดโดยปรับทิศทางการพัฒนาหนีการตกยุค! เร่งตัวเองออกจาก ‘กับดักรายได้ปานกลาง’ ที่ติดเรื้อรังมาเกือบทศวรรษ! โดยเปิดพื้นที่สร้างฐานการลงทุนใหม่ เชิญชวนนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพัฒนาและสร้างพลังขับเคลื่อนการปรับตัวทั้งทางเศรษฐกิจ – สังคม เชื่อมต่อ – ถ่ายโยงความรู้ชุดใหม่ เพิ่มศักยภาพ – ขีดความสามารถให้ทันความเปลี่ยนแปลงปัจจุบัน! ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั่วโลกและสังคมในท้องถิ่นที่ในพื้นที่หลัก เรียกได้ว่า ทิศทางโดยรวมของนโยบายที่กำลังเคลื่อนอยู่ ชี้บอกถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ไม่น้อยทีเดียว! (แม้ต้องเจอกับบางพวกที่พยายามปั่นกระแสต้าน ไม่ต้องการให้ประเทศก้าวหน้า โดยเฉพาะกลุ่มหัวเก่า ที่ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ที่รุนแรง รวดเร็ว กับฝูงหมู่ที่ทำมาหากินกับการต่อต้านทำลาย – เป็นขาประจำอยู่บ้างก็ตาม!)

เอาละ…มาพิจารณาบทเรียนจาก สิงคโปร์ เพื่อนบ้านใกล้ตัวที่เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวที่น่าสนใจไม่น้อย!

การปรับตัวในกระแสโลกของสิงคโปร์ที่เราเห็น ณ วันนี้ มีการเตรียมตัวมานานทีเดียว จากการเป็นประเทศเล็กๆ ที่สร้างตัวจาก ทรัพยากรที่มีจำกัดมาก ทั้งด้านสาธารณูปโภคและทรัพยากรที่จะนำมาใช้พัฒนาความก้าวหน้า – เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ด้วยการพัฒนาที่สิงคโปร์เลือกขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทาง ‘เศรษฐกิจฐานความรู้’ มานานแล้ว ตั้งแต่โลกยังอยู่ในยุค ‘เศรษฐกิจฐานทรัพยากร’ สิงคโปร์จึงมีความมั่งคั่ง – มั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของโลก!


วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ ‘สิงคโปร์’ น่าลงทุนทำธุรกิจมากที่สุด

หากอยู่ในแวดวงเศรษฐกิจ ตลาดเงินตลาดทุน นักลงทุนทั่วโลกจะรับรู้ว่า สิงคโปร์มีระบบการลงทุนทำธุรกิจที่สะดวกเป็นอันดับ 2 ของโลก มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะต่อการทำธุรกิจให้ได้เปรียบด้านการแข่งขันสูง มีการดำเนินงานภายใต้การบริหารบ้านเมืองโดยรัฐที่โปร่งใส รวมทั้งให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับภาคเอกชน จึงเป็นสังคมที่ผู้คนมีความเชื่อมั่นทางการเมืองสูง นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังมีข้อดีที่เป็นคุณสมบัติอันโดดเด่นอีกหลายประการ เช่น

  • มีความเข้มแข็งทางการคลัง
  • มีกลไกตลาดที่มีประสิทธิภาพ
  • มีระบบระเบียบที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายเศรษฐกิจไปสู่ภาคส่วนที่มีการเติบโตสูง
  • มีการจัดการข้อจำกัดทางทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ
  • ที่สำคัญคือ มีระบบบริหารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ดีและต่อเนื่อง

สิงคโปร์ Smart City ที่จัดว่า อัจฉริยะในทุกมิติ

เมื่อโลกก้าวสู่ยุคดิจิทัล สิงคโปร์ก็จัดปรับการขับเคลื่อนประเทศสู่ระบบ ‘อัจฉริยะทุกมิติ’ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิงคโปร์ไม่ได้มุ่งพัฒนาแต่ละถิ่นย่านเป็น Smart City (สมาร์ทซิตี้) อย่างที่หลายประเทศในโลกกำลังทำกัน!

แต่สิงคโปร์ประกาศตัวเป็น Smart Nation (สมาร์ทเนชั่น) Smart Country (สมาร์ทคันทรี) คือ ยกระดับทั้งประเทศสู่การเป็น ‘ประเทศอัจฉริยะ’

R.H. Lee_สิงคโปร์_singapore_smart city
Photo by R.H. Lee on Unsplash

ระบบอัจฉริยะหรือความสมาร์ทของ สิงคโปร์ พัฒนาขึ้นในทุกมิติ ซึ่งไม่ใช่แค่เทคโนโลยีเท่านั้น! สิ่งแวดล้อม การศึกษา การสร้างและพัฒนาทุนมนุษย์ ทรัพยากรบุคคล การจัดวินัยจราจร วินัยทางสังคม ฯลฯ ไปด้วยกันทุกมิติ!

การลงทุน-การยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ สั่งสมจากการศึกษาการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างทุ่มเท สร้างความเท่าทันเทคโนโลยีโดยอาศัยการลงทุนและร่วมทุนกับประเทศต่างๆ ในโลกที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทั้งยังดำเนินนโยบายในการพัฒนาประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานความรู้ จึงทำให้การพัฒนาประเทศสิงคโปร์มีพลังเคลื่อนไหวและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง!


วางแผนอย่างชาญฉลาด จึงสมาร์ททั้งระบบ สมูททั้งประเทศ สิงคโปร์ Smart City

การสร้างธุรกิจยุคใหม่ของสิงคโปร์ในวันนี้ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยีระบบคลาวด์ โดยมุ่งประยุกต์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้าในระบบดิจิทัลให้ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจยุคใหม่ใน 4 ส่วนสำคัญ คือ

  • การสร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า
  • ระบบการเงินใหม่
  • การพัฒนาทุนมนุษย์
  • ห่วงโซ่อุปทานในระบบธุรกิจและเศรษฐกิจยุคใหม่

การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การดูแลสิ่งแวดล้อม คุณภาพเมืองและถิ่นย่านต่างๆ ตลอดจนถึงการสร้างคุณภาพชีวิตโดยรวม เกิดขึ้นจาก การศึกษาที่มุ่งพัฒนาคุณภาพทุนมนุษย์ วินัย และการปรับตัวที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศโดยออกแบบจัดวางเป้าหมายระบบสมาร์ทในหลายมิติพร้อมๆ กัน ตั้งแต่

  1. การเดินทาง การคมนาคมที่สมาร์ท
  2. การดูแลสุขอนามัยและการแพทย์อัจฉริยะ
  3. การปรับสร้างถิ่นย่านและเมืองอัจฉริยะ
  4. การสร้างแพลตฟอร์มอัจฉริยะของประเทศที่ส่งเสริมการพัฒนา – การเรียนรู้ให้คนทุกกลุ่ม – ทุกเพศวัย ตั้งแต่เด็กจนวัยชรา
สิงคโปร์ smart city living
ถ้าใครไปสิงคโปร์ตอนนี้จะเห็นภาพเมืองน่าอยู่สีเขียวขจี แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ร่มรื่นสมกับเป็น ‘เมืองในสวน’ ตามที่ตั้งเป้าไว้! | Photo by rika z on Unsplash

การพัฒนาหลากมิติทั้งกระบวนระบบนี้ เอื้อต่อการปรับสร้างคุณภาพคนและโลกแวดล้อมให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและราบลื่น สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น แนวนโยบายและทิศทางดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่หลายประเทศควรใส่ใจเรียนรู้และสร้างขึ้น! หากต้องการอยู่ในโลกยุคใหม่และอยากเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ แทนการถูกทำลายล้าง!

‘จาร์คลิน โปห์’ นักวิจัยจาก สถาบันไอดีเอ ในสิงคโปร์ และผู้เชี่ยวชาญการวิจัยด้านไอที พูดถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของสิงคโปร์ว่า การสร้างการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล คือสิ่งสำคัญทั้งปัจจุบันและอนาคต!


เรื่อง : Apichatology

 

 

 


มองสิงคโปร์ในมุมอื่นๆ จากบทความที่สาลิกาเคยนำเสนอ

ต้นแบบ ‘ฟาร์มดิจิทัล’ นวัตกรรมอัจฉริยะ เอาชนะทุกข้อจำกัดการทำเกษตรในประเทศ ‘สิงคโปร์’

สิงคโปร์ลอกคราบศูนย์กลางการค้า พุ่งทะยานสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมโลก