รู้ดีว่าธุรกิจจีนโตวันโตคืน เทคโนโลยีก็ได้รับการพัฒนาอย่างเหนือชั้น คนไทยจำนวนมากจึงคิดจะค้าขายกับจีนเพราะเห็นว่าเป็นตลาดใหญ่ที่มีคนเป็นพันล้าน มีกำลังซื้อมหาศาล แต่ก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะก้าวขาเข้าไป หรือถ้าลุยหน่อย (แม้ว่าจะพูดภาษาจีนไม่ได้) นำสินค้าไปโชว์ในงานมหกรรมที่จีนได้ก็ยังดี แต่ความประหม่า ความกังวลอาจลดลงนับจากนี้ เพราะมีคนไทยที่เปิดบริษัทเพื่อช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและนำพาธุรกิจไทยไปบุกตลาดจีนได้เร็วขึ้น


อะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคทางการค้าระหว่างไทย – จีน?

เนื่องจากคนไทยประสบปัญหาทางการค้ากับฝั่งจีนสารพัดมิติ เช่น อยากค้าขายกับคนจีนแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน, ตอนก่อตั้งธุรกิจมองแต่ตลาดไทย ไม่รู้จะขยายไปต่างประเทศอย่างไร, คนจีนชอบสินค้าประเภทใด, ดีลธุรกิจที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะจบแค่การไปดูงาน เยี่ยมชมสำนักงาน ไม่สามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบการค้าเพื่อซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซแบบจริงจังได้

การเปิดบริษัทในจีน การจดเครื่องหมายการค้า (Trademark) และการขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับ IP Law ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนไทย ผนวกกับภาคธุรกิจในเอเชียพุ่งเป้าไปที่การสร้างธุรกิจเชื่อมโยงกับดิจิทัล ทำให้เกิดแพลตฟอร์ม เกิดการเชื่อมต่อแบบใหม่ในจีนขึ้นมากมาย กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นักธุรกิจหญิงที่เดินทางไปจีนบ่อยครั้งและมองเห็นอุปสรรคทางการค้าเป็น ‘โอกาส’ จึงก่อตั้ง บริษัท เทค อี-บิสสิเนสเซ็นเตอร์ (TeC (เทค) : Thailand e-Business Center) ขึ้น และอธิบายที่มาที่ไปว่า

ขณะนี้ขนาดเศรษฐกิจของจีนมีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยอย่างมาก ด้วยจำนวนประชากรจีนที่มีสูงถึง 1.386 พันล้านคน มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของไทย-จีนก็มีปริมาณสูงขึ้นตลอดเวลา การทำธุรกิจแบบดิจิทัลก็ก้าวหน้ากว่าไทยหลายระดับ อีกทั้งกำแพงภาษีที่รัฐบาลจีนและไทยต่างเปิดกว้างให้กันและกันพอสมควร แต่เงื่อนไขการเชื่อมต่อกับธุรกิจดิจิทัลในจีนมีความซับซ้อนจึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยอำนวยความสะดวกมากกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากมีแพลตฟอร์มเฉพาะทางมากมายและมีหลักเกณฑ์ที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์สูงในการเชื่อมต่อ ซึ่ง TeC เตรียมคนและแนวทางการเชื่อมต่อเอาไว้แล้ว”


Thailand e-Business Center
กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ CEO บริษัท เทค อี-บิสสิเนสเซ็นเตอร์
จับตา 3 โมเดล สะพานการค้าข้ามแดน

ด้วยความมุ่งหมายที่จะเชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีจีนได้ในที่เดียวแบบ ‘One Solution Services’ TeC จึงไม่ได้เดินเพียงลำพัง แต่จับมือกับหลายพันธมิตร เช่น บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท จัดหางาน จ๊อบบีเคเค ดอท คอม และวางโมเดลธุรกิจไว้ 3 ด้าน ดังนี้

  • โมเดลแรก ด้าน ‘Digital Work-Force’
    มุ่งสร้างคนดิจิทัลขึ้นมารองรับโลกการค้ายุคใหม่ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมาสอนและใช้ Global assessment อย่าง International Computer Driving Licence (ICDL) ซึ่งเป็นศูนย์สอบอย่างระดับโลก และ TeC ได้รับสิทธิ์ในการจัดสอบในไทย
    การดำเนินงาน : ทำบันทึกข้อตกลงหรือ MOUs กับ JobBKK.com แพลตฟอร์มจัดหางานรายใหญ่ของไทย และในปี 2562 จะสร้างหลักสูตรพิเศษให้แก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยไทยกว่า 20 แห่ง โดยจะเน้นสร้างความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัลและช่วยสร้างทักษะด้านอีคอมเมิร์ช ที่สามารถใช้กับสถานการณ์การค้าขายได้จริง และมีเป้าหมายที่จะสร้างกำลังคนรองรับตลาดอีคอมเมิร์ชไทยภายในกลางปีหน้ากว่า 1,000 คน

จาก สถิติกองวิจัยแรงงาน กรมการจัดหางาน
พบว่า เด็กจบใหม่ ปี 
2561 กว่า 400,650 คน
ตกงานกว่า 180,000 คน
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยในประเทศไทย
ก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนหลักสูตรหลัก
ที่ล้อไปกับสาขาอาชีพซึ่งเป็นที่ต้องการ
ในตลาดแรงงานดิจิทัล ได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง


  • โมเดลที่สอง ด้าน ‘Business Expansion’
    ช่วย
    ยายธุรกิจไปยังต่างแดน โดยจัดการเข้าพบสมาคมหรือบริษัทเพื่อเจาะตลาดจีนในเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น หางโจว เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น 
    การดำเนินงาน :
    1) ปี 2562 จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจดิจิทัลของไทยมาให้ความรู้แก่ภาคธุรกิจที่สนใจจะเชื่อมโยงกับธุรกิจในเอเชีย และจะนำภาคธุรกิจที่สนใจฝึกอบรมที่จีนกับฮ่องกงในองค์กรชื่อดังด้านเทคโนโลยี ไปรับฟังองค์ความรู้ทั้ง Best Practices & know-how จากผู้เชี่ยวชาญที่ดำเนินธุรกิจในท้องถิ่นนั้นๆ 2) จะมี Business Trip อย่างน้อย 12 เที่ยวการเดินทาง (ที่มีการจองแล้ว) โดยเส้นทางหลักคือ หางโจว เซิ่นเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ และจะจัดตารางแบบเลือกเดินทางหรืCustomize ด้วย
    3) จะให้ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเข้ามาสร้างกิจกรรมใหม่ๆ ในประเทศไทย รวมถึงดึงดูดให้นักธุรกิจจีนและนักธุรกิจฮ่องกงเข้ามาลงทุนในไทย ผ่านทางหลักสูตรสร้างความรู้พื้นฐานการลงทุนในไทยอีกทางหนึ่ง
TeC
https://www.facebook.com/kulthirath
  • โมเดลที่สาม ด้าน E-Business & Technology Training 
    สร้างองค์ความรู้ให้กับธุรกิจเปลี่ยนผ่านเป็นดิจิทัลที่พร้อมจะก้าวสู่ต่างแดน อีกทั้งยังเป็นผู้จัด 
    AGCs – Executive Program Organizer ให้หลักสูตรของ Alibaba Business School อีกด้วย
    การดำเนินงาน : 
    ช่วยผลักดันความต้องการของภาคธุรกิจระดับ Corporate หรือบริษัทไทยที่มียอดขาย 10 ล้านบาทถึง 5 หมื่นล้านบาท เชื่อมต่อกับธุรกิจดิจิทัลในประเทศจีน โดยในช่วงต้นจะยังไม่รวมกลุ่มธุรกิจ SMEs เข้ามาในการดำเนินงาน เพราะ SMEs ยังมียอดขายไม่พอที่จะเริ่มขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดจีน
Meant Kulthirath China TeC China
https://www.facebook.com/kulthirath

ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TeC กุลธิรัตน์เผยสิ่งที่เห็นและความคาดหวังปิดท้ายว่า 

“จีนเป็นประเทศที่มีการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซสูงที่สุดในเอเชียกว่า 8 แสนล้านดอลลาร์ TeC จึงรวบรวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ เครือข่ายเชื่อมโยงในแพลตฟอร์มดิจิทัลของจีน เพื่อช่วยให้ธุรกิจสินค้าหรือบริการจากประเทศไทยสามารถเชื่อมโยง ขยายการลงทุนในจีนให้เป็นจริงได้มากที่สุด และสร้างมูลค่าการซื้อขายให้เกิดขึ้นมากกว่า 1,000 ล้านบาท ในปี 2562″


บทความที่สะท้อนบางแง่มุมของ ‘เซินเจิ้น’ ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง 

‘โดรน’ อุตสาหกรรมแห่งอนาคตในเซินเจิ้น อีก 4 ปี มูลค่าการผลิตจะแตะ 15,000 ล้านดอลลาร์!

ชีวิตล้ำไปอีก! เพราะพลเมืองดิจิทัลในจีน ไปไกลกว่า Cashless Society แล้ว!