นอกจากช่วงสิ้นปีจะเป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่เหล่าคนทำงานจะต้องมาลุ้นว่าในปีหน้าจะได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือปรับขึ้นเงินเดือนหรือไม่ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก เมื่อบริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลกได้มาเปิดเผย ผลการศึกษาภายใต้โครงการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ ปี 2561 ซึ่งพยากรณ์ได้ถึง ‘แนวโน้มเงินเดือน ปี 2562’ ที่จะปรับเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยของทุกอุตสาหกรรมในไทย เพิ่มขึ้น 5% และกลุ่มยานยนต์มีการปรับเงินเดือนสูงสุด 5.5%

และในผลการศึกษาเดียวกันนี้ ยังได้เผยถึงแนวโน้มค่าตอบแทนที่โดดเด่นในแต่ละสาขาอาชีพ และผลคาดการณ์ถึงแนวโน้มอัตราการเพิ่มการจ้างงานและเงินเดือนสำหรับปี 2562 ในทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และแอฟริกาด้วย


เผยผลสำรวจพบ งานไอทีเคมีภัณฑ์ เป็นที่ต้องการมาก และคนทำงานพร้อมลาออก ถ้าได้ค่าตอบแทนเพิ่ม

นอกเหนือจากอัตราการขึ้นเงินเดือนของทุกอุตสาหกรรมจะปรับขึ้นที่ร้อยละ 5 และการจ้างงานที่ปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแล้วนั้น ดร.เอก อะยะวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังเปิดเผยผลการศึกษาที่เผยให้เห็นสถานการณ์และวิกฤตการณ์ในตลาดแรงงานในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ อีกหลายประเด็น ดังนี้

  • ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งนี่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน ส่วนประเภทงานที่เป็นที่ต้องการขององค์กร 2 อันดับแรก คือ พนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีและยา
  • การลาออกของพนักงาน (turn over) ของปี 2561 คาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 13-14 ในขณะที่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ระดับร้อยละ 6.3 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ร้อยละ 12.5% ซึ่งถือว่ามีพนักงานลาออกเพิ่มมากขึ้น และในอนาคตจะยังมีโอกาสจ้างงานน้อยลง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมนำเทคโนโลยี เครื่องจักรและอื่นๆ เข้ามาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น โดยพนักงานที่ลาออกส่วนใหญ่ต่างให้เหตุผลว่าแม้จะภูมิใจกับงานที่ทำ แต่ถ้าบริษัทอื่นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าก็พร้อมที่จะออก
  • Gen Y ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ที่ร้อยละ 58
  • ภาคเอกชนหลายรายพยายามที่จะ “รักษาสภาพ” ของคนทำงานให้คงอยู่ในปริมาณเท่าเดิม แต่ก็ยังมีบางภาคธุรกิจที่เพิ่มอัตราการจ้างงานขึ้นเช่นกัน ซึ่งถ้านำไปเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่ผ่านมา พบว่าอัตราการจ้างงานลดลง รวมถึงในบางอุตสาหกรรมได้เริ่ม “ย้ายฐานการผลิต” ไปประเทศเพื่อนบ้านหรือพื้นที่อื่นๆทดแทน และถ้าโฟกัสไปยังอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ในขณะนี้ ถือว่าค่อนข้างนิ่ง และยังคงรักษาสภาพการจ้างงานของพนักงานไว้ โดยภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ สิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญคือการทำองค์กรให้มี “ความยืดหยุ่น” มากขึ้น
  • เกิดผลพวงจากการขาดแคลนพนักงานที่มีความสามารถ ที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มค่าตอบแทน โดยร้อยละ 48 ของบริษัทในเอเชียรายงานถึงความยากลำบากในการหาพนักงานมาทดแทนตำแหน่งงานที่ว่างอยู่ เทียบกับร้อยละ 38 ของบริษัททั่วโลกที่เผชิญกับความท้าทายในการหาพนักงานที่มีศักยภาพมาช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงมอบค่าตอบแทนพิเศษจำนวนมากแก่พนักงานขายเฉพาะทาง ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในด้านต้นทุนทดแทนที่มาในรูปของเงินเดือนพนักงานใหม่ที่สูงขึ้น ต้นทุนการจัดหางานและความสูญเสียด้านการผลิต ซึ่งส่งผลเสียต่อต้นทุนการบริหารงานโดยรวมและอัตรากำไร

ชี้เป้า ประเทศในเอเชีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย แอฟริกา ที่มี แนวโน้มเงินเดือน ปี 2562’ สูงที่สุด

นอกจากการคาดการณ์ความเป็นไปของตลาดแรงงานในประเทศแล้ว การศึกษาโครงการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการของ เมอร์เซอร์ ในแต่ละปี ยังประมวลผลไปถึงการคาดการณ์อัตราค่าตอบแทน สวัสดิการ ในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย โดย ดร.เอก ได้รายงานผลการสำรวจโดยโฟกัสไปยัง 3 ทวีป ที่มีคนไทยสนใจเดินทางไปทำงานค่อนข้างมาก คือ ทวีปเอเชีย ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และแอฟริกา

“ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวและแข็งแกร่ง และอัตราผลตอบแทนที่เติบโตขึ้นจริง (คำนวณจากอัตราเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นหักลบด้วยอัตราเงินเฟ้อ) ในตลาดเกิดใหม่ ประเทศที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการขึ้นเงินเดือนสูงสุดในปี 2562 คือ ประเทศบังกลาเทศ ที่ร้อยละ 10 อินเดีย ร้อยละ 9.2 และเวียดนาม ร้อยละ 9.8 ในทางตรงกันข้าม อัตราการขึ้นเงินเดือนในประเทศออสเตรเลียกลับอยู่ที่ร้อยละ 2.6 และประเทศนิวซีแลนด์ ที่ร้อยละ 2.5 สำหรับประเทศญี่ปุ่นอยู่ในอันดับท้ายด้วยอัตราการเติบโตของเงินเดือนต่ำสุดที่ร้อยละ 2 เท่านั้น”

ขณะที่จำนวนผลตอบแทนตัวเงินทั้งปีในประเทศทั่วโลกแบ่งออกเป็นหลายระดับ เช่น ประเทศออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เงินเดือนเริ่มต้นที่ 30,000 ดอลลาร์/ปี และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเลื่อนขึ้นสู่ระดับอาวุโส เงินเดือนจะอยู่ที่ระดับ 250,000-350,000 ดอลลาร์/ปี ด้านเงินเดือนเริ่มต้นในบริษัทที่เป็นโรงงานการผลิตต้นทุนต่ำนั้นน้อยกว่าค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่อยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์/ปี แต่มีการเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตำแหน่งงานผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับค่าตอบแทนสูงในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร



:: Salika’s says ::

จากผลการศึกษาภายใต้โครงการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ ปี 2561 ของเมอร์เซอร์นี้เอง มร.ภูนีต สวานี หุ้นส่วนและผู้อำนวยการธุรกิจ Career ในระดับภูมิภาคระหว่างประเทศของ เมอร์เซอร์ ได้ให้มุมมองและทางออกของปัญหาและความท้าทายในแวดวงคนทำงานในบริบทของประเทศไทยว่า

“สำหรับประเทศไทยในยุคดิจิทัล 4.0 และรูปแบบธุรกิจที่มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลนำองค์กรไปสู่สถานการณ์ที่ชัดเจนทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จะก้าวสู่ประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในระหว่างทางสู่เป้าหมายนั้น ประเทศไทยก็ต้องเผชิญหน้ากับภาวะจำนวนผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การค้นหาบุคลากรที่มีความสามารถกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากยิ่งขึ้น”

โดย กลไกที่จะนำมาสู่ทางออกของปัญหานี้ มีดังนี้

  • ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องปรับเปลี่ยนองค์กรให้ปราดเปรียวและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ควรสร้างและจัดการระบบนิเวศด้านบุคลากรที่มีความสามารถให้ขยายออกไป มากกว่าแค่การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรเท่านั้น ซึ่งการขยายระบบนิเวศทางด้านบุคลากรนั้นทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างบุคลากร พนักงานชั่วคราว (Contractor) ผู้รับงานอิสระ (Freelancer) พันธมิตรทางด้านบุคลากร (Partnership) และการหาบุคลากรจากกลุ่มผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านต่างๆ จำนวนมาก (Crowdsource) ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะมาเป็นทางออกสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความแข็งแกร่งและประสบความสำเร็จได้ในที่สุด
  • องค์กรควรทบทวน Employee Value Proposition – EVP ด้วยการสร้างสรรค์ผลตอบแทนต่างๆ ที่จะเสริมสร้างและเชื่อมต่อความรู้สึกของพนักงานที่มีต่อองค์กรและวิสัยทัศน์ขององค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะสำเร็จได้ด้วยการนำเสนอรูปแบบผลตอบแทนที่หลากหลาย และปรับให้เข้ากับความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตเฉพาะตัวของพนักงาน
  • องค์กรในประเทศไทยควรจะยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่เพื่อเอาชนะอุปสรรคด้านการดำเนินงาน และนำเสนอประสบการณ์ที่สร้างความผูกพันแบบเรียลไทม์และราบรื่นอย่างแท้จริง โดยอาศัยทางเลือกของเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากมาย กอปรกับแต่ละองค์กรต้องพัฒนาแผนงานทางด้านทรัพยากรบุคคลที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลให้ชัดเจน ซึ่งจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอนาคต ตั้งแต่วันนี้

อ้างอิง :


เตรียมพร้อมเข้าสู่ ปี 2019 กับการอัปเดตเทรนด์ทุกด้าน กันต่อ

เมื่อ จีน ส่งสัญญาณ เปิดประตูการค้ากับนานาชาติอย่างเป็นทางการ ผ่านการจัด มหกรรมสินค้าเพื่อการนำเข้าประเทศจีน 2018 ใครได้ประโยชน์บ้าง?

ไม่อยากตกงานต้องอ่าน! 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับ ‘Future of Jobs’ และทักษะที่จำเป็นในอนาคต

โรงตึ๊ง 5.0 แหล่งเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนไปตามยุค